Test Drive ไปหัวหิน กับ New Corolla Altis So Excited Ever…
   By : ทีมงานพ่อมดรถยนต์

หลังจากเปิดตัวแถลงข่าวอย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ล่าสุดทางโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยฯ ก็ได้จัดทริปให้สื่อมวลชนสายยานยนต์กว่า 30 ชีวิต ทดลองขับและสัมผัสกันว่า อัลติส ไมเนอร์เชนจ์ รุ่นนี้ขึ้นอีกครั้ง บนเส้นทางกรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ไปสิ้นสุดกันที่หัวหินระยะทางรวมกว่า 200 กิโลเมตร

(โตโยต้า อัลติส ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ มีอะไรใหม่บ้างทางทีมงานได้รวบรวมมาให้ทราบตอนท้ายบทความนี้ครับ )

การทดลองขับครั้งนี้ ทางโตโยต้าได้จัดไว้ 2 รูปแบบคือช่วงเช้าเป็นการทดสอบสมรรถนะในสนามทดสอบของโตโยต้าเองคือที่ Toyota Driving Experience Park   ย่านถนนบางนากม. 2  ซึ่งที่นี่จะเป็นการทดลองขับพิสูจน์สมรรถนะเกี่ยวกับอัตราเร่ง การบังคับควบคุมรถในการเลี้ยวและการทรงตัว  พอเสร็จจากช่วงแรกตรงจุดนี้ก็จะออกเดินทางขับระยะไกลกัน โดยเป้าหมายจุดฟินิชกันที่โรงแรม โซ โซฟิเทล หัวหิน

คุณรุ่งโรจน์  ขันชะลี  ผู้บริหารของโตโยต้าให้การต้อนรับสื่อมวลชน

แต่ก่อนการทดลองขับก็จะมีช่วงพิธีการเล็กน้อยโดยทางผู้บริหารของโตโยต้าได้มาร่วมกล่าวต้อนรับและเปิดงานอย่างเป็นทางการและบรรยายสรุปข้อมูลเกี่ยวกับโตโยต้า อัลติส ใหม่ ไมเนอร์เชนจท์ ให้กับสื่อมวลชนทราบกันอีกรอบ

 บรรยายข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ โดย คุณชยานนท์ ทรัพยากร

บรรยายข้อมูลด้านเทคนิค โดย คุณมงคล รังประเสริฐ

กลุ่มสื่อมวลชนที่ไปร่วมการทดลองขับครั้งนี้

เสร็จจากฟังบรรยายสรุปกันแล้ว คณะสื่อมวลชนก็ได้เริ่มการทดลองขับช่วงแรกกันในสนามทดสอบ ซึ่งในจุดนี้จะเน้นการทดสอบสมรรถนะโดยที่ทีมงานได้จำลองสถานการณ์ต่างๆภายในสนามให้พิสูจน์กัน มีทั้งการขับทางตรง การเข้าโค้ง และการขับแบบสลาลอม  สำหรับรถที่ใช้ในการทดสอบจะมีทั้งสองรุ่นคือ รุ่น1.8V Navi  และ  E SPORT Option ขนาดเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร 141 แรงม้า

ถ่ายรูปเตรียมพร้อมก่อนการทดสอบ

ภายในสนามทดสอบมีการ Set สภาพสนามในรูปแบบต่างๆเพื่อพิสูจน์สมรรถนะช่วงล่าง,การทรงตัว

เตรียมพร้อมก่อนออกเดินทางไปหัวหิน

หลังจากเสร็จภารกิจขับในสนามทดสอบขับกันครบทุกท่านแล้ว จากนั้นเป็นช่วงของการขับทางไกลกันครับ ช่วงแรกจุดสตาร์ท จาก Toyota Driving Experience Park  บางนา กม.2 เราใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งหน่าสู่จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อแวะรับประทานอาหารกลางวันกันก่อน จากจุดสตาร์ทมาถึงจุดนี้ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร

หลังจากเติมพลังงานมื้อกลางวันกันเรียบร้อยที่ร้านอาหารในจังหวัดสมุทสงครามกันแล้ว คณะสื่อมวลชนได้เริมเดินทางกันต่อ ช่วงนี้เปลี่ยนสลับผู้ขับขี่กัน  จากร้านอาหารเคียงน้ำมุ่งหน้าไปร้านกาแฟอินทนิล การ์เด้น  ถนนเพชรเกษม จากถนนพระราม 2 ไปถนนเพชรเกษมระยะทางอีกเกือบ 100 กิโลเมตรถือว่ากำลังพอดีๆละครับ

แวะพักดื่มกาแฟ ดื่มน้ำกันสักครู่ คณะเราก็เดินทางกันต่อเข้าไปยังที่พักโรงแรมโซ โซฟิเทล หัวหิน ที่อยู่ไม่ห่างกันนัก ที่นี่เป็นจุดฟินิชของคณะสื่อมวลชนที่มาร่วมทดสอบโคโรลล่า อัลติส ใหม่ครั้งนี้ รวมระยะทางตั้งแต่จุดสตาร์ทมาถึงฟินิชแล้ว ประมาณ 200 กิโลเมตรครับ

New Corolla Altis มีการปรับปรุงโฉมใหม่ขึ้น ภายนอกดู สปอร์ต โดดเด่น ด้วย ไฟหน้า Bi – Beam LED Projector ที่ปรับระดับ และเปิด – ปิด อัตโนมัติ

ไฟส่องสว่างกลางวัน (LED Daylight Running Lights)  พร้อมไฟตัดหมอก

 

ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding ที่โดดเด่นและชัดเจนมากขึ้น

แผงคอนโซลด้านหน้าดีไซน์ใหม่ ดูหรูหรามาก

หน้าจอสัมผัส ที่กว้างถึง 7 นิ้ว พร้อมระบบการนำทาง Navigator และรองรับระบบ T – Connect

ช่องแอร์ใหม่ปรับเป็นทรงกลมดูมีความสปอร์ต และใบพัดที่จะเป่ากระจายความเย็นได้ทั่วทิศทาง

มาตรวัดเรืองแสง ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมกับ Meter WOW แสดงการทำงานของระบบต่างๆ อย่างชัดเจน

แถมด้วย ช่องต่อ USB  3 จุด ตอบโจทย์ของการใช้สมาร์ทโฟนในยุคนี้ได้อย่างดี

 

คุยหลังขับกับทีมมดงาน

ทีมงานของ “พ่อมดรถยนต์” ได้ไปร่วมทดลองขับกับโตโยต้าครั้งนี้อีกเช่นเคยครับ ขอสรุปกันตรงไปตรงมาว่าในเรื่องของสมรรถนะการขับขี่นั้นต้องบอกเลยว่าระบบช่วงล่างที่ถูกปรับแต่งใหม่ให้ความนุ่มนวลมากขึ้น พวงมาลัยและเบาะปรับได้ตามความถนัด ตามสรีระของผู้ขับขี่ แรงม้า 141 ตัวในห้องเครื่องใช้ไม่หมด ขับ 110-120 ตามสภาพการจราจรและตามกฏหมายก้อไปได้เหลือเฟือแล้วครับ

ห้องโดยสารนั่งกันได้สบายๆหลวมๆ 4 คน หรือ 5 คนก็กำลังพอดี วิทยุ เครื่องเสียงอุปกรณ์ให้ความบันเทิงมีมาครบ  แอร์ เย็นฉ่ำ ฯ ส่วนเรื่องของการทรงตัวก้อดีครับ ไม่มีโยก ไม่มีโยน ความเร็วร้อยกว่าๆไปได้นุ่มๆสบายมาก หากปรับเป็น Mode Sport แล้วละก้อขับสนุกมากขึ้นไปอีก

อีกเรื่องคือระบบความปลอดภัย  Altis รุ่นนี้ เพิ่มเติมความปลอดภัยอย่างเต็มพิกัดมี Air Bag ทั้งหมด 7 จุด และ Altis ทุกรุ่นจะมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill – Star Assist Control) ป้องกันรถไหลขณะออกตัวบนทางลาดชัน และสุดท้าย คือ กระจกมองข้างพร้อมระบบ Auto Reverse Link ที่สามารถปรับองศาได้ โดยจะปรับอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังเรียกว่าจัดมาให้กันเต็มๆครับกับ Altis ไมเนอร์เชนจ์ครั้งนี้

จะขับทางใกล้ทางไกลทั้งคนขับและคนนั่งรู้สึกสบายไม่เมื่อยล้าแน่นอน ที่สำคัญเติม E85 ได้ด้วยโดยไม่ต้องให้น้ำมันเดิมหมดถัง อยากเติมตอนไหนก็เติมได้เลย เติมเร็วช่วยท่านประหยัดเร็วครับ

ไปลองขับกันดูก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ ตอนนี้ที่โชว์รูมโตโยต้า 462 แห่งทั่วประเทศมีพร้อมแล้วครับ!

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ข้อมูล : โคโรลล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ 

  • * ภายนอกดีไซนดูทันสมัยและสวยมากขึ้น
  • * ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ปรับระดับและเปิด – ปิด อัตโนมัติ พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
  • * ไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights
  • * ไฟตัดหมอกหน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่
  • * กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding Mirror) เมื่อปลดล็อกประตู กระจกมองข้างจะกางออกอัตโนมัติ และจะพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกประตู
  • * ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding
  • * มือจับประตูด้านนอกแบบ Grip-Type พร้อมแถมโครเมียม
  • * ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว
  • * ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry) สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมการล็อก และปลดล็อกประตู รวมทั้งเปิดฝากระโปรงได้โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมท 
  • * ภายในเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากขึ้น
  • * พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทาง ปรับระดับสูง – ต่ำ ใกล้ – ไกล
  • * ปุ่มควบคุมจอแสดงผลการขับขี่แบบสี Color MID สามารถเลือกคำสั่งแสดงผลการขับขี่ได้อย่างใจ
  • * ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control รักษาระดับความเร็วคงที่พร้อมเพิ่มหรือลดระดับความเร็วโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง
  • * ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth เชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้ากับระบบ Hands – Free ในรถ สามารถควบคุมผ่านจอ LCD และโทรออกด้วยเสียง พร้อมปุ่มรับ – วางสายที่พวงมาลัย
  • * ช่องแอร์ดีไซน์ทรงกลมสไตล์สปอร์ต พร้อมใบพัดกระจายความเย็นได้ทั่วทิศทาง
  • * ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) สตาร์ทเครื่องยนต์เพียงกดปุ่ม Engine Start Stop ป้องกันความเสียหายจากการสตาร์ทผิดวิธี
  • * มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อม Meter WOW ทันทีที่กดปุ่ม Push Start เข็มวัดความเร็วและเข็มวัดรอบจะตีไปและกลับแสดงถึงความพร้อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบ
  • * จอแสดงผลการขับขี่แบบสี (Color MID) ให้ทุกรายละเอียดคมชัด โดดเด่นกว่าที่เคย
  • * เครื่องเล่น DVD/ CD/ MP3/ WMA หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และลำโพง 6 จุด
  • * ระบบนำทาง Navigator รองรับ T-CONNECT
  • * ระบบกรองอากาศนาโนอี nanoe เทคโนโลยีที่สร้างโมเลกุลน้ำล้อมรอบประจุลบ ช่วยถนอมผิวให้ชุ่มชื้น ขจัดกลิ่น และยับยั้งเชื้อโรคทั่วทั้งห้องโดยสาร
  • * เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า
  • * เบาะหลังปรับเอนได้ (Rear Reclining Seat)
  • * เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
  • * ช่องต่อ USB 3 จุด สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 1 จุด และตอนหลัง 2 จุด
  • * ช่องเก็บของด้านข้าง/ ช่องเก็บของคอนโซลหน้าพร้อมไฟส่องสว่าง/ ที่วางแก้วน้ำสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า/ ช่องเก็บของแบบ 2 ชั้นบริเวณคอนโซลกลาง/ ที่พักแขนพร้อมที่วางแก้วน้ำเบาะหลัง
  • * ม่านบังแดดด้านผู้โดยสารตอนหลัง ช่วยลดความร้อนจากแสงแดด
  • * กระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกอย่างมีประสิทธิภาพ
  • * ระบบควบคุมการปัดน้ำฝนอัตโนมัติ (Rain Sensor) ทำงานอัตโนมัติทันทีที่เซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝนได้ พร้อมปรับระดับความเร็วในการปัดให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำฝนในขณะนั้น
  • * กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบ Jam- Protection ด้านคนขับ เลื่อนลงอัตโนมัติเมื่อมีสิ่งกีดขวาง
  • * พื้นที่เก็บของท้ายรถขนาดใหญ่ 
  • * สมรรถนะเหนือระดับ เปี่ยมพลังอีกขั้นของความแรง

 

1.8 Navi

ESPORT OPTION

ESPORT

1.8E

1.6G 1.6E CNG  1.6J

รุ่น

2ZR-FBE

1ZR-FBE   Bi-Fuel Type 1ZR-FBE (CNG) 1ZR-FBE  

แบบ

4 สูบแถวเรียง DOHC Dual VVT-i

ความจุกระบอกสูบ

1,798

 1,598

แรงม้าสูงสุด

141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที

125 แรงม้า ที่ 6,000  รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด

177 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที

157 นิวตัน-เมตร ที่ 5,200 รอบต่อนาที

 

  • * ประหยัดยิ่งกว่าด้วยการรองรับ E85 อย่างเต็มสมรรถนะทุกรุ่น สามารถเติมได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้น้ำมันหมดถัง
  • * Aerodynamic ออกแบบตามหลักพลศาสตร์ ช่วยลดแรงต้านอากาศ ส่งผลให้การทรงตัวดีเยี่ยม
    • - ครีบแหวกม่านอากาศที่กระจกมองข้าง
    • - ครีบแหวกม่านอากาศที่ไฟท้าย
    • - Rectifies Airflow บริเวณมุมกันชนด้านหน้า บริเวณมุมกันชนด้านหน้า

                  สวิตช์การขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode Switch) เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น เพื่อความสนุกเร้าใจที่มากขึ้นกว่าเดิม

  • * แป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) เร้าใจทุกการขับขี่ ด้วยการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
  • * ระบบเกียร์ Super CVT-i 7 สปีด แบบ Gate-type พร้อม Sequential Shift ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้ตามความต้องการเพียงขยับเกียร์ไปที่ + หรือ –
  • * เกียร์อัตดนมัติ Super CVT-i ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีจังหวะพัก ทุกสปีดจึงนุ่มนวลพร้อมประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น
  • * ระบบช่วงล่างพัฒนาใหม่ เพิ่มความนุ่มนวลและมั่นคง มีเสถียรภาพในทุกสภาพถนนและทุกสถานการณ์ของการขับขี่

 

โคโรลล่า อัลติส ESPORT OPTION

ภายนอก มาดใหม่ให้ชีวิตเร้าใจไปได้สุด

  • * กระจังหน้าโครเมียม พร้อมแถบ Gun Metallic และไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ปรับระดับอัตโนมัติ พร้อมแถบ Gun Metallic
  • * ไฟตัดหมอกหน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่
  • * กระจกมองข้างพับเก็บอัตโนมัติ (Auto Folding Mirror) เมื่อปลดล็อกประตู กระจกมองข้างจะกางออกอัตโนมัติ และจะพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อกประตู
  • * ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry) สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมการล็อก และปลดล็อกประตู รวมทั้งเปิดฝากระโปรงได้โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมท
  • * สเกิร์ตหน้าดีไซน์สปอร์ต
  • * สเกิร์ตข้าง/ หลัง
  • * สปอยเลอร์ท้าย พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3
  • * ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว
  • * ท่อไอเสียพร้อมปลายครอบท่อแบบสปอร์ต
  • * แผงใต้ท้องรถ พร้อมครีบแหวกม่านอากาศ 

ภายใน สปอร์ตเหนือระดับ

  • * พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth
  • * ครบครันความบันเทิงด้วยเครื่องเล่น DVD/ CD/ MP3/ WMA หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วรองรับบการเชื่อมต่อ Bluetooth และลำโพง 6 จุด
  • * ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 1 จุด และตอนหลัง 2 จุด
  • * ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) สตาร์ทเครื่องยนต์เพียงกดปุ่ม Engine Start Stop ป้องกันความเสียหายจากการสตาร์ทผิดวิธี
  • * สวิตซ์การขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode Switch) เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ ตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อความสนุกเร้าใจที่มากขึ้นกว่าเดิม
  • * เบาะนั่งคู่หน้าสไตล์รถแข่ง (Bucket Seat) ปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ
  • * แป้นเปลี่ยนเกียร์ (Paddle Shift) เร้าใจทุกการขับขี่ ด้วยการควบบคุมการเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
  • * มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อม Meter WOW ทันทีที่กดปุ่ม Push Start เข็มวัดความเร็วและเข็มวัดรอบจะตีไปและกลับแสดงถึงความพร้อมต่อการเดินทางทุกรูปแบบ
  • * กล้องมองหลัง (Back Camera) ถอยรถเข้าจอดปลอดภัย และแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยกล้องที่ติดอยู่ท้ายรถ ซึ่งจะแสดงภาพผ่านจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

 

โคโรลล่า อัลติส รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่มีใหลือก 6 สี    

สีน้ำตาล..Phantom Brown (ใหม่) / สีเทา..Gray Metallic / สีขาว..Super white (เฉพาะรุ่น 1.6 ลิตร) / สีขาวมุก..White Pearl Crystal (เฉพาะรุ่น 1.8 ลิตร) / สีเงิน..Silver Metallic / สีดำ..Attitude Black Mica

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)

  • * รุ่น 1.8 V Navi              1,079,000 บาท
  • * รุ่น ESPORT OPTION      979,000 บาท
  • * รุ่น ESPORT                  939,000 บาท
  • * รุ่น 1.8 E                      874,000 บาท
  • * รุ่น 1.6 G                     869,000 บาท
  • * รุ่น 1.6 E CNG              969,000 บาท
  • * รุ่น 1.6 J                     799,000 บาท

หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก White Pearl Crystal ราคาจะเพิ่ม 10,000 บาท จากราคาที่แสดงข้างบน