Mini Cooper SE (รีวิว + First Impression)

Mini Cooper SE (รีวิว + First Impression)

ราคาอย่างเป็นทางการ MINI Cooper SE 2,290,000 บาท (มีให้จองในปีนี้เพียง 25 คันเท่านั้น) *** น่าจะได้รับรถประมาณกลางปี 2563

ถ้าสนใจต้องไปจองออนไลน์ Pre-Order MINI Electric Cooper SE ทาง www.mini.co.th วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14.14 น. เป็นต้นไป หรือ ติดต่อฝ่ายขายของมินิเพื่อทำการจองให้แทน

MINI Cooper SE มาพร้อม MSI Standard รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ฟรีค่าบำรุงรักษา MSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร

รายละเอียดของแต่ละ Package ที่สามารถซื้อเพิ่มได้ บวกจากราคาต้น มีต่อไปนี้

- MSI Plus : เพิ่ม MSI ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร + 30,000 บาท

- Warranty Plus : เพิ่ม การรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง + 40,000 บาท

- MSI Ultimate : เพิ่ม ทั้ง 2 อย่าง (MSI ฟรีค่าบำรุงรักษา และ การรับประกันตัวรถ) +70,000 บาท

พละกำลังมอเตอร์ไฟฟ้า

ขุมพลังของ MINI Cooper SE ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 270 นิวตันเมตร ความเร็วสูงสุด 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 3.9 วินาที ส่วน อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใช้เวลา 7.3 วินาที (ข้อมูลจากมินิ ประเทศไทย) แบตเตอรี่ทรง T แบบ lithium-ion 12 โมดูล ความจุ 32.6 kWh ติดตั้งใต้รถ เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 217 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

การชาร์จไฟฟ้า (Charging)

รองรับการชาร์จหลายรูปแบบ และระยะเวลาในการชาร์จ

  1. ไฟบ้าน AC (13 ชั่วโมง = 100%)
  2. Mini Electric Wall Box ***ต้องซื้อเพิ่มในราคา 100k บาท (4.1 ชั่วโมง = 100%)
  3. สถานี DC Quick Charge (36 นาที = 80%)

โหมดการขับขี่ 4 Mini Cooper SE

  1. Sport
  2. MID
  3. Green
  4. Green+ (ระบบประพลังานสุดๆ)

การออกแบบภายนอกด้านหน้า

- ไฟหน้า Adaptive LED Headlights

- ไฟ Daytime Running Light แบบ LED

- ไฟตัดหมอก LED

- กระจังหน้าใหม่ เป็นสีเงินตัดกับสีเหลืองซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ของคันนี้

- โลโก้ Mini Cooper SE อยู่ตรงกระจังหน้า

- กันชนสีดำ

- Sensor หน้า 4 จุด

การออกแบบภายนอกด้านข้าง

- ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว ลาย MINI Electric Corona

- ที่ครอบกระจกมองข้างสีเหลือง

- ไฟเลี้ยวด้านข้างติดกับตัวรถ

- ช่องชาร์จไฟอยู่ด้านข้างฝั่งผู้ขับขี่

- โลโก้ Mini Cooper SE อยู่ด้านข้าง

การออกแบบภายนอกด้านหลัง

- ไฟท้ายลายธง Union Jack

- ไฟเบรกที่ 3

- กล้องมองหลัง

- Sensor ท้าย 4 จุด

- โลโก้ Mini Cooper SE อยู่ด้านท้าย

การออกแบบ + ระบบความบันเทิง ภายใน

- โทนโดยรวมเป็นสีดำ

- คอนโซลด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารเป็นสีเหลือง

- เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้าสีดำ Carbon Black ลาย Double Stripe

- เบาะนั่งปรับแบบ Manual

- หน้าจอผู้ขับขี่แบบ Digital ขนาด 5 นิ้ว ดีไซน์ Black Panel

- หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Head-up Display

- พวงมาลัย Multifunction หุ้มด้วยหนัง

- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 5 นิ้ว

- รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play

- ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth

- ช่องเชื่อมต่อ USB

- ระบบเชื่อมต่อ MINI Connected

- ระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบ Real-time

- บริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว Concierge Service

- ระบบ Remote Service

- ระบบ Teleservice

- ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call

- ระบบนำทาง Navigation System

- ระบบเสียง Harman Kardon

- ระบบชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging

- ปุ่ม Start / Stop System

- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ Dual Zone

- ระบบจัดการพลังงานจากการเบรกกลับมาใช้ใหม่ Regenerative Brake

ระบบความปลอดภัย

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control with braking function

- ระบบเบรก ABS / EBD / BA

- ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง CBC

- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว DSC

- ระบบป้องกันการลื่นไถล ASC + T

- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill Start Assist

- ระบบควบคุมการขับขี่ DTC พร้อม Electronic Differential Lock Control (EDLC)

- ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

- ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call

(First Impression) ความรู้สึกครั้งแรกหลังจากได้เห็นตัวรถ Mini Cooper SE

จากราคา 2.29 ล้าน บาท ถามว่าน่าใช้ไหม ก็คงใช่ ราคารุ่น SE ถือว่าเบากว่ารุ่นอื่นๆในตระกูล Mini อยู่ แถมมีเพียง 25 คันในไทยเท่านั้น รับรองถึงความ limited edition อย่างแน่นอน แต่มีหลายจุดที่ต้องพูดถึงกัน

จุดแรกคือการเป็นรถไฟฟ้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่รถหลายๆค่ายเริ่มเดินมาทางนี้มากขึ้นจะช่วยเรื่อง PM 2.5 ได้ดีเลย แต่การรองรับรถไฟฟ้ามันถึงจุดนั้นแล้วหรอ เรื่องนี้ต้องไปทดลองขับทดลองใช้กันก่อนถึงจะตอบได้ ยังไงก็ตามถ้าเอามาเปรียบเทียบกับรถไฟฟ้ารุ่นอื่นๆที่อยู่ในตลาดเราเช่น Nissan Leaf หรือ MG ZS EV ผมขอบอกว่าให้ตัดไอเดียนี้ออกไปได้เลยเพราะว่า Mini Cooper SE อยู่ในเกรดที่เหนือกว่า

อีกจุดที่น่าสนใจคือเรื่องการออกแบบ ภายในของตัวรถยังคงเป็นเอกลักษณ์ของมินิอยู่ โครงสร้างภายนอกก็เช่นกัน แต่ที่ขาดไปคือความสีสันออร่าที่มีความดึงดูดของมินินั่นเอง

เหมือนตัว SE คันนี้จะถูกเน้นการออกแบบไปทางด้านไฟฟ้า ใครที่ชอบรถแบบน่ารักๆก็คงน่าจะถูกใจ แต่ส่วนตัวผมจะออกแนวสปอร์ตนิดหน่อยเลยคิดว่าถ้ามีเส้นสายเข้าไปและเรื่องสีเหมือนตัว Cooper S หรือ John Cooper Work ด้วยละก็จะแจ่มมากๆเลยครับ

สรุป Mini Cooper SE คันนี้นะครับกับราคา 2.29 ล้านบาท ถ้าไม่ใช่รถคันแรกแต่เก็บไว้เป็น collection หรือขับเล่นตามโอกาส ก็แนะนำเลย เพราะอย่างที่บอก ปีนี้มีเพียง 25 คันเท่านั้น ถ้าจองแล้วน่าจะได้รถประมาณกลางๆปี 2563 (ถ้าสนใจต้องไปจองออนไลน์ Pre-Order MINI Electric Cooper SE ทาง www.mini.co.th วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 เวลา 14.14 น. เป็นต้นไป หรือ ติดต่อฝ่ายขายของมินิเพื่อทำการจองให้แทน) ไว้มีโอกาสทดลองขับเมื่อไหร่ ทีมงานจะนำมาเล่าให้ฟังกันครับ.