New Mazda 2 Minor change หล่อ แรง เร้าใจ !
 By : ธีรธรรม ธรรมศรี

 

Mazda 2 Hatchback

เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2019 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019  บริษัทมาสด้า เซลส์ ฯ ได้เปิดตัว รถยนต์มาสด้า 2 ไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง และหลังจากเปิดตัวในวันนั้นเป็นต้นมากระแสตอบรับของมาสด้า 2  ค่อนข้างดีมาก มียอดจองภายในงานมากถึง  2,500 คัน เป็นยอดจองที่สูงสุดในงานในรถระดับเดียวกัน

และล่าสุดมาสด้าก็ได้จัดให้สื่อมวลชนไปทดลองขับมาสด้า 2 ใหม่ล่าสุดนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์  ซึ่งทีมงานพ่อมดรถยนต์ได้ร่วมเดินทางไปทดลองขับกันในครั้งนี้ด้วย

แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงการทดลองขับ เรามาดูรายละเอียดเกี่ยวกับมาสด้า 2 กันก่อนว่ามีอะไรที่เปลี่ยนจากรุ่นเดิมบ้าง รวมถึงฟิวเจอร์ต่างๆที่มีอยู่แล้วในรุ่นก่อนหน้านี้

มาสด้า 2 มีทั้งแบบ Sedan (4 ประตู) และ Hatchback (5 ประตู)

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

Mazda 2 Hatchback และ Sedan

 

ของใหม่หลักๆ มาสด้า 2 ไมเนอร์เชนจ์

  • เปลี่ยนไฟหน้า ดีไซน์ใหม่
  • ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ
  • กันชนหน้า ดีไซน์ใหม่
  • ไฟท้าย ดีไซน์ใหม่ (ไม่ได้เป็นแบบ LED)
  • กันชนท้าย ดีไซน์ใหม่
  • ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่ (เฉพาะเครื่องดีเซล นอกนั้นจะ 15 นิ้ว)
  • มีสีตัวถังภายนอกใหม่ เทานม Polymetal Grey
  • ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง G-Vectoring Control PLUS
  • เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง สีเทา สลับหนังกลับ
  • เครื่องเสียงรองรับ Apple CarPlay/Android Auto
  • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา (เฉพาะรุ่นท็อป)
  • เซนเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่นท็อป)

 

เครื่องยนต์ Skyactiv-G

เครื่องยนต์ยังคงบล็อคเดิม

  • เครื่องยนต์มีสองตัวให้เลือกคือ เบนซิน 3 ลิตร Skyactiv-G แบบ 4 สูบ 1.3 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 93 แรงม้าที่ 5,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 123 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์ออโต้ 6 สปีด
  • อีกอันคือเครื่องยนต์ดีเซล 5 ลิตร Skyactiv-D แบบ 4 สูบบ 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 105 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตรที่ 1,500 – 2,500 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์ออโต้ 6 สปีด

ไฟหน้าดีไซน์ใหม่

ตัวถัง

ล้ออัลลอย 16 นิ้ว ดีไซน์ใหม่

ไฟท้าย

ด้านท้าย

ภายนอก

  • ไฟหน้า Projector LED
  • ไฟ Daytime Running Light แบบ LED Signature .
  • ดีไซน์กระจังหน้าใหม่ (ใหญ่ขึ้นจากรุ่นก่อน ขนาดเท่ากับมาสด้า 3 ปัจจุบัน)
  • ปลายท่อไอเสียโครเมียม
  • เสาอากาศทรงครีบฉลาม

คอนโซลหน้า

พวงมาลัย Multi-Function

หน้าปัดแสดงผล

เบาะนั่งคู่หน้า

เบาะนั่งด้านหลัง

ภายใน

  • ดีไซน์เบาะใหม่ เน้นสรีระของผู้ขับและผู้โดยสารเป็นหลัก (เหมือน มาสด้า 3 และ cx-8)
  • หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (Active Driving Display)
  • พวงมาลัย Multi-Function
  • มี Sport Paddle Shift (เฉพาะรุ่นท็อป)
  • ระบบ Cruise Control
  • ปุ่ม Push Start Button
  • หน้าจอสีแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว
  • ระบบ Smart Keyless Entry
  • ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander
  • ช่องเชื่อมต่อ USB และ AUX
  • เบาะหลังพับได้แบบ 60:40

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมด Activemayic

ระบบควบคุมต่างๆภายในรถ

ระบบความปลอดภัยหลักๆ

  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring) *(เฉพาะรุ่นท็อป)
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) * (เฉพาะรุ่นท็อป)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Traction Control System)
  • ระบบช่วยการออกตัวของรถขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Launch Assist)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวขณะขับขี่ (Dynamic Stability Control)

 

 

ความเห็นหลังจากการทดลองขับ

จากที่ทีมงานได้ขับมาสด้า 2  ทั้ง 2 รุ่นคือเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ เบนซิน 1.3 ลิตร กับสกายแอคทีฟ ดีเซล 1.5ลิตรในสนามช้างประมาณ 3 ชั่วโมงนั้น  สรุปง่ายๆเลยครับว่าทั้ง 2 รุ่น ขับสนุกมาก

ทั้งสองรุ่นอัตราการเร่งถือว่าดีทีเดียว โดยเฉพาะดีเซล 1.5 แต่พอขับเกิน 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงไปแล้วจะรู้สึกมีอาการเร่งขึ้นได้ช้าลงนิดหน่อย  แต่ต้องชื่นชมมากๆคือช่วงล่าง ครับ  ระบบช่วงล่างพร้อมยางร่วมกันทำงานเกาะถนนได้ดีจริงๆ

ในระหว่างทดสอบได้ทำกิจกรรมทดสอบในรูปแบบต่างๆ เช่น การเข้าโค้ง ซึ่งในสนามช้างแห่งนี้การขับเข้าโค้งต่างๆนั้นไม่ได้เข้ากันง่ายๆนะครับ แต่มาสด้า 2 ขับกันได้ง่ายๆ ขับสนุก พวงมาลัยกับช่วงล่างทำงานสัมพันธ์กันได้ดีมาก

และอีกกิจกรรมหนึ่งคือ  Lane Change  หรือการขับสับเปลี่ยนเลนผ่านสลาลอม

ทั้งสองกิจกรรมนี้ขับไม่ต่ำกว่า 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงนะครับ  แต่บางโค้งอาจจะต่ำกว่าเพราะถ้าไม่ลดความเร็วเอาไม่อยู่ ไม่ใช่เพราะรถนะแต่บางโค้งนั้นโหดไป โดยรวมแล้วคือรู้สึกว่าเป็นรถที่เกาะถนนได้ดีมาก  แทบจะลืมไปเลยว่านี่กำลังลองขับรถอีโคคาร์อยู่

เหตุผลหลักๆที่มาสด้า 2 ทรงตัวได้ดีขนาดนี้ ก็เพราะระบบ G-Vectoring Control Plus หรือ GVC Plus  เป็นระบบควบคุมการทรงตัวที่มาสด้ามีมาให้กับทุกๆรุ่นของเขานั่นเองครับ เป็นระบบที่ให้ความมั่นใจ ให้ความปลอดภัยในการขับขี่  ซึ่ง เป็นเทคโนโลยี่ที่โดดเด่นและเป็นจุดขายของมาสด้าเขา

ส่วนของเบาะก็นั่งกระชับ ขับสบาย ไม่ได้รู้สึกติดขัดอะไร  การเก็บเสียงถือว่าดีพอควร แต่ถ้าขับเร็วๆก็จะพอได้ยินเสียงลมกระแทกเข้ามาบ้าง  อาจะเป็นเพราะขับในสนามแข่ง บางช่วงบางจังหวะต้องใช้ความเร็ว จึงได้ยินได้สัมผัสเสียงลม แต่ถ้าขับในเมืองก็คงไม่น่าจะมี

เสียดายอีกอย่างที่อยากให้มีคือเบาะปรับด้วยระบบไฟฟ้า ถ้ามีละก้อแจ๋วเลย แล้วก้อที่วางแขนตรงกลางระหว่างเบาะอีกจุดนึง  ถ้ามีก็น่าจะดี  แต่ถ้าไม่มีมันก็จะดูสปอรต์ขึ้น อีกหน่อย

อีกอย่างที่ชื่นชอบและต้องขอชมในมาสด้า 2 นี้ก็คือการไม่มีกั๊ก feature ให้กับผู้บริโภค  โดยปกติรถทั่วๆไปแล้วจะบอกว่ามีระบบต่างๆมากมายดูดีไปหมด  แต่พอเอาเข้าจริงจะมีเฉพาะตัวท็อปเท่านั้นเอง

แต่กรณีของมาสด้า 2 ที่ผมเห็นก็คือระบบ feature ต่างๆส่วนใหญ่นั้น จะมีมาให้หมดแทบทุกรุ่นเลยทีเดียว  ด้วยเหตุนี้ละมังที่ทำให้ยอดจอง ยอดขายมากกว่าใครๆ

สรุปโดยรวมๆแล้ว มาสด้า 2  เป็นรถที่ขับสนุกครับ ขับคล่อง สมรรถนะดี เป็นรถอีโคคาร์ที่น่าจะคุ้มค่าและเหมาะกับการขับใช้งานในเมืองมากๆครับ.

 

ข้อมูลทั่วไปของรถ New Mazda 2 เครื่องยนต์ 1.3

 

สีรถมาสด้า 2

  • Soul Red Crystal       - Machine Gray
  • Polymetal Gray         - Snowflake White Pearl
  • Titanium Flash          - Jet Black
  • Ceramic Metallic        - Sonic Silver

ราคาจำหน่าย มาสด้า 2 เครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร แบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู

  • New Mazda2 รุ่น 3 E ราคา 546,000 บาท
  • New Mazda2 รุ่น 3 C ราคา 602,000 บาท
  • New Mazda2 รุ่น 3 S ราคา 627,000 บาท
  • New Mazda2 รุ่น 3 S LEATHER ราคา 648,000 บาท
  • New Mazda2 รุ่น 3 SP ราคา 690,000 บาท

ราคาจำหน่าย มาสด้า 2 เครื่องยนต์สกายแอ็คทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร แบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบ็ก 5 ประตู

  • New Mazda2 รุ่น XD ราคา 782,000 บาท
  • New Mazda2 รุ่น XDL ราคา 799,000 บาท