Honda Civic Turbo RS 1.5 Turbo เร็ว แรง แซงเรียบ!!

 

Honda Civic Turbo RS

ถึงแม้เจ้า Honda Civic Turbo RS จะได้เปิดตัวมาสักพักใหญ่แล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นรถยนต์ที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากอยู่ดี จุดเด่นหลักๆของคันนี้อยู่ที่ความสปอร์ตล้วนๆ ไม่ว่าจะการออกแบบหรือการขับขี่ ซึ่งต้องยอมรับว่าสนุกจริงๆ

รถที่เราจะสามารถมาเปรียบเทียบกับ Honda Civic  ได้หลักๆก็มี Mazda 3 กับ Toyota Corolla Altis เพิ่มรุ่นHybrid

ต้องบอกเลยว่ารถยนต์ใน C-Segment มาทีไม่ใช่ย่อย มาแบบไม่ยอมใคร แอดมินที่เขียนยังต้องคิดซ้ายคิดขวาเลยว่าถ้าต้องเลือก จะซื้อคันไหนดี สุดท้ายก็อยู่ที่ความคุ้มค่าและไลฟ์ไสตล์ของผู้ใช้แหล่ะครับ

บทความนี้เราจะมารีวิวและวิเคราะห์ตัว Honda Civic Turbo RS แล้วมาดูกันว่าคุณจะถูกใจกันหรือไม่ !!!

กระจังหน้าแบบใหม่

กันชนท้ายเคลือบด้วยโครเมี่ยม

ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ชุดแต่ง RS มีอะไรใหม่บ้าง

Honda Civic Turbo RS มาพร้อมกับชุดแต่งที่โดนใจสุดๆ มีความสปอร์ตมากกว่าเดิม กับชุดแต่งที่เรียกว่า RS ประกอบด้วยการเปลี่ยน ล้ออัลลอย ขนาด 17 นิ้ว สีทูโทน เทาตัดดำ กันชนหน้าและกระจังหน้าสไตล์สปอร์ต RS ใหม่ เพิ่มแถบโครเมียมที่กันชนหลังเปลี่ยน เสาอากาศวิทยุ เป็นแบบครีบฉลาม Shark Fin เพิ่มการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยตะเข็บด้ายสีแดง เปลี่ยนวัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสาร เป็นลายกราฟฟิคใหม่

สัญลักษณ์ RS บริเวณกระจังหน้า

สัญลักษณ์ RS บริเวณท้ายรถ

หลักๆคือจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดีไซน์ สุดท้ายยังมีการเพิ่ม สัญลักษณ์ RS ที่กระจังหน้า และมีสีคือสีน้ำเงินใหม่ (Brilliant Sporty Blue) เฉพาะรุ่น RS เท่านั้น ให้รู้กันไปเลยว่านี้คือชุดแต่ง RS ที่ไม่เหมือนใคร ผมว่าคนชอบแต่งรถน่าจะติดใจนะ

และสิ่งที่เปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิม อย่างเห็นได้ชัด คือ ระบบ HONDA SENSING ที่ประกอบไปด้วย ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam ระบบเตือน และ ช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS) ระบบเตือนการชนรถ และ คนเดินถนน พร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมปรับความเร็วตามคันหน้า (Adaptive Cruise Control ACC with LSF Low Speed Following)

ทั้งหมดนี้ที่กล่าวไปมีหมดในชุดแต่ง RS ใหม่ โดยมีการปรับราคาเพิ่ม 20,000 บาท นะครับ

อันนี้เป็นเพียง option ที่เพิ่มมาเท่านั้นนะ ตัว Honda Civic Turbo RS ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกเยอะเลย เราเริ่มจากเครื่องยนต์และอุปกรณ์ภายนอกกัน

เครื่องยนต์ 1.5 Turbo ของ Honda Civic Turbo RS

เครื่องยนต์และรูปลักษณ์ภายนอก

Honda Civic Turbo RS เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร Turbo 173 แรงม้า แรงบิด 220 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ CVT  มีโหมดการขับขี่ 3 แบบคือ Normal , Sport และ Eco รองรับน้ำมัน E20 ถือว่าแรงใช้ได้ ตอนทดลองขับก็สนุกดีนะ เวลาเร่งเครื่องจะได้ยินเสียงเพื่อความเร้าใจ ส่วนใครที่ไม่ชอบรถที่ไม่ค่อยเก็บเสียงอาจจะไม่โดนนะ คือเสียงมันไม่ได้ดังมากนะบอกก่อน ยังไงลองขับกันก่อน ไม่แน่อาจจะติดใจ 555+

รูปลักษณ์ภายนอกของ Honda Civic Turbo RS

ไฟหน้าอัจฉริยะ

ด้านท้ายของ Honda Civic Turbo RS

ไฟท้าย LED

อุปกรณ์ภายนอก ไฟหน้าเป็นแบบ Full LED ไฟตัดหมอกก็แบบ LED มีไฟ Daytime Running Light แบบ LED ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์ ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor มือเปิดประตูภายนอกเป็นโครเมียมรมดำ กระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวในตัว กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้าพร้อมพับเก็บอัตโนมัติเมื่อล็อครถ นอกจากนี้กระจกมองข้างฝั่งซ้ายของคนขับมีกล้องให้ด้วย เหมือนช่วยในเรื่อง Blind Spot ที่เรียกกันว่า Honda Lane Watch แต่ขอย้ำนะว่ามีแค่เฉพาะข้างซ้ายเท่านั้น

เสาอากาศแบบครีบฉลาม

ด้านท้ายภายนอก มีเสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin สปอยเลอร์หลังแบบ Wing พร้อมไฟเบรกแบบ LED ท่อไอเสียแบบคู่ แล้วก็มีกล้องมองหลังให้ด้วย

คอนโซลหน้า สีดำ

ตกแต่งด้วยลวดลายคล้ายหินแกรนนิต

พวงมาลัยถูกหุ้มด้วยหนังสีดำเย็บด้วยด้ายสีแดง

ปุ่มควบคุมระบบต่างๆภายในรถ

เบาะนั่งคู่หน้า

การออกแบบภายใน

ภายในห้องโดยสารจะเป็นโทนสีดำหรือสีดำเงา Piano Black เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำพร้อมเดินด้ายสีแดง พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังเดินตะเข็บด้ายสีแดงเช่นกันและเป็นแบบ Multi-Function ควบคุมเครื่องเสียงและรับสาย นอกจากนี้ภายในรถยังมีปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) ระบบกุญแจอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)

เกียร์และระบบควบคุมต่างๆ

มาพูดถึงเรื่องระบบต่างๆสำหรับผู้ขับขี่กันดีกว่า เบาะนั่งคนขับปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ มีเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) กับระบบ Auto Brake Hold กระจกหน้าต่างไฟฟ้าคู่หน้าปรับขึ้นลงแบบ One Touch พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง Telescopic (ขึ้น-ลง-เข้า-ออก) สุดท้ายแป้นคันเร่งและเบรกเป็นแบบสปอร์ต

หน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว

มาตรง console กลางกันต่อ หน้าจอเครื่องเสียงเป็นระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบ Apple Car Play (ไม่รองรับ Android Auto) เครื่องเสียงรองรับการเชื่อมต่อ Smart Phone แล้วก็รองรับการสั่งงานด้วยเสียง SIRI สามารถเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth แล้วก็มีระบบนำทาง Navigation System นอกจากนี้ยังมีระบบต่างๆที่เห็นทั่วไปนะครับ

แอร์แบบ Dual Zone

ต่อจากหน้าจอก็มีระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา Dual Zone ช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง ช่องเชื่อมต่อ HDMI และลำโพง 8 ตำแหน่ง

นอกจากระบบความปลอดภัยที่อยู่ใน HONDA SENSING ก็ยังคงมีระบบปลอดภัยอื่นๆซึ่งต้องบอกว่าเป็นมาตรฐานในรถทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HAS) สัญญาณไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน (ESS) ระบบสัญญาณกันขโมย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง ม่านถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่ง แล้วก็มีกล้องมองภาพขณะถอยจอด ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ แต่ระบบที่ผมชอบมากที่สุดนะครับคือ ระบบล็อครถอัตโนมัติ เมื่อกุญแจรีโมทห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) คือดูเบสิคมากแต่จากประสบการณ์จริงๆ มันช่วยได้มากเลยครับ

ความคุ้มค่าและทดลองใช้งานจริง

พูดถึงเรื่องการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่ง เรื่องเบรก หรือความสนุกผมว่าก็โอเคเลย แต่ถ้ามาใช้ชีวิตประจำวันมันก็ได้อยู่นะแต่อาจจะกินน้ำมันหน่อยถ้าเราเน้นความมัน เรื่องการออกแบบผมนี่โอเคเลย ชอบ มันเท่ดีแบบวัยรุ่น ถ้าเรื่องความคุ้มค่า อันนี้แล้วแต่บุคคลเลย ถ้าเน้นการขับขี่ก็ถือว่าผ่าน แต่ถ้ามองเรื่องฟีเจอร์ต่างๆด้วย ผมว่ายังไม่ปังมากนัก ถ้ามีระบบความปลอดภัยและกล้อง 360 องศานะ บอกเลยว่าถูกใจหลายคนแน่นอน

ราคา Honda Civic Turbo RS อยู่ที่ 1,219,000 บาท

สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 5 สี

  • สีขาวมุก Platinum White Pearl (เพิ่มเงิน 10,000 บาท)
  • สีดำมุก Crystal Black Pearl (เพิ่มเงิน 6,000 บาท)
  • สีเทา Modern Steel Metallic
  • สีเงิน Lunar Silver Metallic
  • สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic