Mazda CX-8 ของดี ก็ขายดี !
 By : วัชระ ธรรมศรี

 

 

Mazda CX-8

      เมื่อวันเปิดงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่เมืองทองธานีมีโอกาสได้คุยกับท่านประธานบริษัทมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย คือ คุณชาญชัย  ตระการอุดมสุข ท่านมีสีหน้าท่าทางดีอกดีใจบอกว่ายอดจองมาสด้า CX8 มีเข้ามาเยอะมากหกเจ็ดร้อยคันเข้าไปแล้วหลังจากเปิดตัวไปไม่กี่วันเอง (เปิดตัว12 ธค.)

ท่านบอกว่าส่วนใหญที่ลูกค้าจองจะเป็นเครื่องเบนซินมากกว่าดีเซล !

ทุกๆครั้งที่เจอท่านประธานคนนี้ ท่านจะคุยให้ข้อมูลหลายเรื่องครับ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือว่าเรื่องอื่นๆ ท่านอัธยาศัยไมตรีดี เป็นกันเองกับนักข่าว เสมอต้น เสมอปลาย และเป็นคนตรงไปตรงมา

ไม่เหมือนกับผู้บริหารระดับสูงๆบางบริษัทที่พี่น้องสื่อมวลชนบ่นสาปแช่งไล่หลังกันขรม !!

 

คุณชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริษัทมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย

      คุณชาญชัยพูดทุกครั้งตั้งแต่วันเปิดตัวแถลงข่าว วันที่ไปทดลองขับกันที่เชียงใหม่ไปเชียงรายและล่าสุดใน วันงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ท่านบอกว่ามาสด้า CX8 นี้ไม่ได้เป็นคู่แข่งกับใคร โดยเฉพาะกลุ่มตลาดรถพีพีวี (รถกระบะดัดแปลง) เพราะโครงสร้างเรามีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะตัวถังของ CX8 จะเป็นแบบโมโนค็อก(แบบเก๋ง) ไม่ใช่แชสซีออนเฟรมแบบกระบะ

 

รูปด้านข้างของรถ Mazda CX-8

กระจังหน้าที่มาพร้อมกันเซนเซอร์

ไฟหน้า LED อัจริยะ

ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

ไฟเบรกดวงที่ 3

ไฟท้าย LED

ภาพรวมด้านหลัง

โครงสร้างโมโนค็อคนี้มีข้อดีคือทำให้การขึ้นลงง่ายขึ้น ไม่ต้องโหน ไม่ต้องเหนี่ยว ผู้สูงวัย หรืออ่อนวัยจะขึ้นลงได้สะดวกทุกคน ท่านยืนยันและย้ำนักหนาว่า CX8 ไม่ได้แข่งกับใคร เพียงแค่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคเท่านั้นเอง

สำหรับวันที่ผมไปทดลองขับ CX8 ที่ทางมาสด้าจัดให้ผู้สื่อข่าวสายรถยนต์ได้ทดลองขับกันนั้น เราขับกันจากเชียงใหม่แล้วไปสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงราย รวมๆระยะทางก้อเกือบๆ 300 กิโลเมตรครับ

 

เครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV – D 2.2 ลิตร 

รถที่จัดไว้มีทั้งสิ้น 10 คันเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร 5 คัน กับเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร เทอร์โบ อีก 5 คัน (รายละเอียดของทั้งสองรุ่นอยู่ด้านท้ายบทความนี้ครับ)

รถทั้ง 2 รุ่นมี 7 ที่นั่ง แต่มีอยู่คันหนึ่งเป็นตัวท็อปมี 6 ที่นั่ง คือแถวกลางจะเป็นเบาะแยก (กัปตันซีท) เพิ่มพื้นที่ให้กว้างขวางสะดวกสบายมากขึ้น

คันที่ผมขับนั้นเป็นเครื่องยนต์ดีเซลครับ มี 7 ที่นั่ง แต่ทางมาสด้าจัดให้นั่งแค่ 4 คน มีอดีตท่านบรรณาธิการ ใหญ่ยานยนต์จากหนังสือพิมพ์บ้านเมืองคุณพินิต ทองสุข หรือน้าโหนกซึ่งตอนนี้ท่านมาทำเว็ปไซต์เองแล้ว มีท่านนายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์ฯ คุณภูวนาถ เผ่าจินดา เจ้าของรายการถนนยานยนต์ทางช่อง 5 และน้อง ช่างภาพตากล้องอีกท่านนึง รวมผมอีกคนก็เป็น 4

ระยะทางเกือบๆ 300 กิโลเมตรนี่ เราตกลงกันว่าผมกับคุณภูวนาถจะผลัดกันขับแค่ 2 คน น้องช่างภาพก็ ถ่ายภาพเก็บภาพกันไป ส่วนคุณน้าโหนกจะให้ท่านเป็นผู้ทดลองนั่ง มีหน้าที่ชวนพวกเราคุยระหว่างทาง ห้ามหลับเด็ดขาด ซึ่งทุกคนก็ทำหน้าที่กันอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

 

Mazda CX-8 ทรงตัวได้ดีเยี่ยมขณะขับขี่

คันที่เราขับทดสอบกันนี้เป็นรุ่น XDL ครับ เป็นเครื่องยนต์คลีนดีเซล SKYACTIV – D 2.2 ลิตร ซึ่งทางมาสด้าบอกว่าได้มีการพัฒนาใหม่ทั้งระบบวาวล์วและระบบเทอร์โบทำให้การตอบสนองเร็วขึ้น แม่นยำมากขึ้น ให้แรงม้าได้สูงสุดถึง190 แรงม้าเลยทีเดียว

เราออกสตาร์ทกันจากที่พักโรงแรม Anantara เชียงใหม่ รีสอร์ต ในตอนเช้าราวๆเก้าโมงนิดๆ โดยมีเป้าหมายไปสิ้นสุดที่โรงแรมเลอ เมอร์ริเดียน จ.เชียงรายรวมระยะเดินทาง 289 กิโลเมตร

ผู้วางเส้นทางให้พวกเราขับได้บรีฟสรุปว่าเส้นทางจะใช้ทางหลวง 107 เป็นหลัก กำหนดจุดให้พักไว้ 4 จุดเพื่อสลับสับเปลี่ยนกันขับ

โดยจุดแรกพักจิบชากาแฟกันที่ร้าน Chiang Dao Resto จุดที่ 2 พักที่โกหลัก(Kolak Thai Date Farm)จากนั้นก็ไปทานอาหารกลางวันกันที่ร้านเจ๊เหมย สุกี้ยูนนาน ทางขึ้นไปดอยอ่างขาง

พอทานข้าวกันเสร็จก็ให้ขับกันต่ออีกเกือบๆร้อยกิโลฯแล้วแวะจอดพักที่ไร่องุ่น Hom Pan Din Vineyard ก่อนที่จะขับเข้าสู่ที่หมายโรงแรม เลอ เมอร์ริเดียน ตัวเมืองเชียงราย

 

ภาพขณะเดินทางไฟยังจังหวัดเชียงราย

เส้นทางเริ่มจากจุดสตาร์ทมาถึงร้านอาหารกลางวันนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 107 เป็นหลักครับ สภาพเส้นทางก็ธรรมดาๆขับกันไปเรื่อยๆง่ายๆ ใช้ความเร็วตามกฏหมายกำหนด

คณะทดสอบขับกันไปตามเส้นทางที่ได้รับบรีฟและเอกสารประกอบการเดินทางที่ได้มา ทุกคัน ทุกคน ปฎิบัติตามกฏอย่างเคร่งครัด จนกระทั่งขับกันมาถึงร้านอาหารกลางวัน ก็ทานข้าวกัน

แต่เส้นทางช่วงหลังจากร้านอาหารขับเข้ามาเชียงรายนั้น เราจะใช้เส้นทางหลัก 1089  เป็นเส้นทางที่ต้องขับขึ้นเขา ลงเขา เข้าโค้งตัวยู โค้งหักศอก มีสารพัดนับร้อยๆโค้ง ตลอดเส้นทางช่วงนี้เกือบ 70 กิโล ฯ ผมสังเกตุทุกคน ทุกคันขับกันสนุกเชียวครับ

ยอมรับครับว่ามาสด้าได้พัฒนาเครื่องยนต์ได้ดีขึ้นมาก การตอบสนองของเครื่องยนต์จากเดิม 175 แรงม้า มาเป็น 190 แรงม้า และแรงบิดจาก 420 นิวตันเมตรมาเป็น 450 นิวตันเมตร รวมทั้งอัตราส่วนการอัดที่เพิ่มขึ้นจาก 14.0:1 มาเป็น 14.4:1 นี่ เข้มข้น ขับสนุกและตอบสนองได้ดีมากๆ

ช่วงนี้ที่ได้ลองขับจากการเข้าโค้ง ความรู้สึกที่ได้จากการตอบสนองของ CX8 คือการทำงานของระบบ GVC (G- Vectoring Control ) หรือระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่แบบอัจฉริยะของมาสด้าที่มีติดมากับตัวรถนั่นเองครับ

 

ตลอดทางมีทางโค้งมากมาย แต่เจ้า Mazda คันนี้เอาอยู่

ระบบ GVC เขาจะทำงานตอนเราเข้าโค้ง ระบบนี้เขาจะทำงานด้วยการปรับแรงบิดของเครื่องยนต์เองอัตโนมัติปรับเพื่อผ่อนแรงจี เพื่อถ่ายเทน้ำหนักตัวรถให้ไปลงที่ล้อหน้า ซึ่งจะทำให้คนขับควบคุมพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น เมื่อคนขับเข้าโค้งแล้วเราสามารถบังคับหรือรักษามุมเลี้ยวได้คงที่แล้ว เจ้าระบบ GVC นี้เขาก็จะคืนแรงบิดกลับมาให้อัตโนมัติทันที แล้วเราก็ขับต่อไปได้

ระบบ GVC นี่เป็นเรื่องของเทคนิคล้วนๆครับ ต้องได้ขับ ได้สัมผัส ได้ลองเอง ถึงจะรู้ว่ารู้สึกอย่างไร ให้ความมั่นใจและความปลอดภัยอย่างไร

อีกอย่างที่ชอบเป็นการส่วนตัวคือลำตัวบอดี้ของ CX8 ครับ จัดอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอควร ไม่เทอะทะหรือเล็กจนเกินไป จะอยู่ตรงกลางระหว่างรุ่นพี่ CX9 กับตัวน้อง CX5 ผมว่าเป็นรถครอสโอเวอร์ เอสยูวี ที่มีหุ่นดี มีบอดี้ดี หล่อ ลงตัวใช้ได้เลยละครับ

 

เส้นทางการขับเกือบๆ 300 กิโลฯ จะทั้งทางตรง ทางขึ้นเขา การเข้าโค้งนับร้อยๆโค้งอย่างที่บอกไว้ หรือช่วงจังหวะการเร่ง การแซงต่างๆไว้ใจได้ครับ  การตอบสนองของเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดสูงขึ้น แรงม้าเพิ่มขึ้น พวงมาลัยควบคุมง่าย อีกทั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ทำงานคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นโหมดออโต้ฯหรือปรับมาเล่นแมนนวลธรรมดาๆ ก็ไหลรื่นไปได้เนียนๆ ไม่มีจังหวะสะดุดให้รู้สึกไม่ดีสักนิด

ทั้งโครงสร้างตัวรถเป็นโมโนค็อค ทั้งพละกำลังของเครื่องยนต์ ผนึกกับช่วงล่างและยางขอบ 19 ( 225/55R19) เป็นอะไรที่ดูเหมือนจะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียวครับกับครอสโอเวอร์ เอสยูวี พรีเมี่ยม CX8 รุ่นนี้

ภายในห้องโดยสารก็กว้างขวางนั่งสบายครับ ผมได้ลองนั่งแค่แถวหนึ่งกับสอง แต่แถวสามยังไม่ได้ลองนั่ง ได้แต่ ไล่ถามความรู้สึกเพื่อนๆร่วมทางที่นั่งกันมาเขาก็บอกว่าโอเค.ดีครับ ดีกว่าค่ายอื่นๆ ของ CX8 นี่แถวสามนั่งสบายกว่า มีพื้นที่เหลือเยอะกว่า ไม่รู้สึกเมื่อย อีกทั้งด้านข้างทั้งสองข้างเป็นกระจกทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์สองข้างทางไปด้วย เสียอย่างเดียวคือไม่มีช่องแอร์ไปถึงแถวสามนี้เท่านั้นเอง

ที่นั่งแถว 2 นั่งสบาย มีแอร์ด้านหลัง

เบาะแถวสองสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40

ด้านท้ายรถเมื่อเปิดประตูหลัง

คันที่ผมขับและนั่งมากันนี้ ห้องโดยสารเป็นแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง แถวหน้าสอง แถวสองสามที่นั่งและแถวสามสองที่นั่ง เบาะแถวสองสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 มีพนักวางแขน มีที่วางแก้วน้ำ และช่อง USB สำหรับชาร์จไฟ 2 ช่อง ส่วนเบาะนั่งแถวสามสามารถปรับพับแยกได้อย่างแบนราบแบบ 50:50 เพื่อพื้นที่ในการวางสัมภาระได้มากขึ้น

ส่วนการตกแต่งภายในห้องโดยสารนั้นทางมาสด้าเขาบอกว่าเลือกใช้สีโทนเข้มๆใช้วัสดุตกแต่ง Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครม สำหรับเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red ตัดเย็บอย่างดี ใช้ด้ายสีน้ำตาลเข้มดูสวย เด่น เก๋ไปอีกแบบ

คอนโซลหน้ามีแอร์ 4 ช่อง

ปุ่มควบคุมระบบต่างๆบนพวงมาลัย ช่วยให้การใช้รถง่ายดายมากขึ้น

 

 ระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมกับลำโพง 10 ตำแหน่ง

สำหรับอุปกรณ์สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆใน CX8 นี้ ของเขามีมาให้อีกเยอะครับ ด้านเบาะนั่งคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง  มีระบบปรับเบาะดันหลังไฟฟ้ามาให้ด้วย และยังมีระบบบันทึกตำแหน่งของเบาะอีก 2 ตำแหน่ง

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ มีแผงควบคุมบริเวณเบาะนั่งแถวที่สอง ชุดเครื่องเสียงมาแบบจัดเต็ม ระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมกับลำโพง 10 ตำแหน่ง มีระบบรองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่านระบบ Mazda Connect  มาพร้อม Apple CarPlay จะแสดงข้อมูลผ่าน Center Display  ส่วนจอสีเป็นแบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้วควบคุมด้วยปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander

อีกจุดเด่นของมาสด้าที่มีมาให้ในรุ่นนี้ก็คือเรื่องของระบบความปลอดภัยครับ

มาสด้า CX8 นี้จะมีกล้องติดอยู่ 4 ตัว ทั้งด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง แล้วจะมีเซ็นเซอร์อีก 8 ตัวติดตั้งอยู่เพื่อคอยตรวจจับสิ่งกีดขวางที่อยู่รอบๆรถ สามารถตรวจจับได้ครบ 360 องศา  ถ้ามีอะไรมากีดขวางสัญญาณก็จะดังแล้วจะมีภาพโชว์บนจอให้เราเห็น

นอกนั้นก็จะเป็นระบบไฟส่องสว่างที่สว่างมากขึ้น ระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน ระบบเตือนคนขับเมื่อยรู้สึกเมื่อยล้าก็จะให้จอดพักดื่มกาแฟ ล้างหน้า ดื่มน้ำ ระบบควบคุมความเร็ว  ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบเตือนระหว่างถอยหลัง

เรียกว่าจัดกันมาเต็มๆเลยทีเดียวครับในแต่ละรุ่นของมาสด้า CX8 รุ่นนี้

 

ถ้าถามว่าหากเปรียบเทียบกันแต่ละค่าย แต่ละรุ่น แล้วยี่ห้อไหน รุ่นไหน ดีสุด คุ้มสุด ผมคิดว่าแต่ละคัน แต่ละค่ายเขาก้อมีจุดดี จุดเด่นที่ต่างกันครับ บางค่ายราคาสูงกว่า แต่ขนาดเครื่องยนต์เขาใหญ่กว่า มันอยู่ที่ปัจจัยและรายละเอียดต่างกันครับ

ผมจะดูกำลังซื้อของผมว่ามีประมาณไหน แล้วค่อยเลือก ค่อยดูโปรโมชั่นต่างๆนาๆ ดูส่วนลด ค่ายไหนให้เยอะผมก้อเอาค่ายนั้น ไม่ยึดติดยี่ห้อหรือแบรนด์ใดๆ

อย่าง Mazda CX-8 นี้มีขาย 4 รุ่น ทุกรุ่นรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร  ฟรีค่าแรงอีก ตรวจเช็กระยะให้นาน 5 ปี หรือ 10 ครั้ง ต่อระยะทาง 100,000 กิโลเมตร ฯ อย่างนี้ก็น่าสนใจครับ

ท่านประธานมาสด้าบอกว่าตั้งเป้าขาย CX8 ไว้ปีละ 6,000 คัน หรือเดือนละ 500 คัน หรือวันละ 17 คัน เทียบกับโชว์รูม 100 กว่าแห่งทั่วประเทศ ไม่น่ายาก!

ของดี ก็ต้องขายดีครับ !

Mazda CX-8

เครื่องยนต์เบนซิน
Mazda CX-8 2.5 S 2WD 1,599,000 บาท (7 ที่นั่ง)
Mazda CX-8 2.5 SP 2WD 1,699,000 บาท (7 ที่นั่ง) คันทดสอบ

เครื่องยนต์ดีเซล

Mazda CX-8 2.2 XDL 2WD 1,899,000 บาท (7 ที่นั่ง)
Mazda CX-8 2.2 XDL Exclusive 4WD 2,069,000 บาท (6 ที่นั่ง)