โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ไฮบริด กับราคาที่น่าซื้อ ครบจบในคันเดียว

  By : ธนันท์รัฐ  กุลวัฒนธเนษฐ์

 

ผู้นำด้านรถยนต์ไฮบริด ต้องยกให้กับ โตโยต้า ที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ซึ่งก่อนหน้านี้ โตโยต้า เปิดตลาดรถยนต์ไฮบริดด้วยรุ่นคัมรี่ ซึ่งเป็นรถยนต์ขนาดกลางราคาค่อนไปทางสองล้านบาท จับกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่มีกำลังซื้อค่อนข้างสูง จากนั้นก็เริ่มนำเครื่องยนต์แบบไฮบริดมาวางในรถยนต์ขนาดคอมแพคอย่าง CH-R ในระดับราคา 1 ล้านบาทต้นๆ ที่กลุ่มผู้ซื้อรถยนต์กลุ่มนี้จะมีตลาดที่กว้างขึ้น ดูเหมือนจะได้รับการตอบรับที่ดีอยู่ไม่น้อย

จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ โตโยต้า จะรุกกลุ่มรถยนต์ไฮบริดให้มากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น จึงเป็นที่มาของ โตโยต้า โคโรลล่า โฉมใหม่ เจนเนอเรชั่นที่ 11 ที่เพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ เริ่มต้น 9 แสนบาทนิดๆ

เมื่อไม่นานได้มีโอกาสไปร่วมทดสอบรถยนต์รุ่นนี้ ซึ่งเป็นรุ่นสูงสุด Hybrid High ราคา 1.099 ล้านบาท ในสนามทดสอบของโตโยต้า หรือ TDEX-Toyota Driving Experience Park ย่านบางนา รวมถึงการขับใช้งานจริงบนเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา ระยะทางไปและกลับรวมประมาณ 230 กิโลเมตร

โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ใหม่มาพร้อมกับโครงสร้างแพลทฟอร์ม TNGA ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ บอดี้ทนแรงบิดแรงเค้นมากกว่ารุ่นเดิม ต้องบอกเลยว่าโครงสร้าง TNGA นี้ถือเป็นการปฎิวัติสมรรถะโดยรวมของรถยนต์โตโยต้า ไปในทางที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งส่วนตัวมีความประทับมาตั้งแต่ได้ลองขับรุ่นพี่ คัมรี่ มาแล้วก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ อัลติส ใหม่นี้ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่ดีกว่าที่คิดไว้เยอะ

ทางด้านเครื่องยนต์ไฮบริด เจเนอเรชั่นที่ 4 แบบเบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1,798 ซีซี 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที แรงบิด 14.5 กก.-ม. ที่ 3,600 รอบต่อนาที รองรับแก๊สโซฮฮล์ E20 ถังน้ำมันจุ 43 ลิตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 53 กิโลวัตต์ หรือ 72 แรงม้า แรงบิด 16.6 กก.-ม. กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบที่ 122 แรงม้า แบตเตอรี่แบบนิกเกิลเมทัลไฮดราย ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ระบบกันสะเทือนอิสระพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหน้าแม็กเฟอร์สันสตรัต ด้านหลังปีกนกคู่ ดิสก์เบรก 4 ล้อ ยาง 225/45/17

อุปกรณ์ภายในในไม่ต้องห่วง จัดเต็มคันกันเลยทีเดียว เนื่องจากได้อานิสงค์ด้านภาษีที่รถยนต์ ไฮบริด เสียภาษีแค่ 4% ในขณะที่ถ้าเป็นเครื่องยนต์เบนซินธรรมดา จะเสียภาษีที่ 20% จึงทำให้ อัลติส ไฮบริด สามารถทำราคาขายได้น่าสนใจ แถมยังได้สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงระบบความปลอดภัยเพียบคุ้มค่าราคาจริงๆ แค่เริ่มก็เรียกว่าอวยกันเห็นๆ แต่มันเรื่องจริงล้วนๆ

การลองขับในสนามทดสอบของโตโยต้า มีการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อรับรู้ถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่มีมาให้ รวมถึงดูสมรรถนะของรถ การควบคุมรถในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เรียกว่าเกือบครบถ้วนเลยทีเดียว ไล่ไปตั้งแต่การควบคุมพวงมาลัย ความคล่องตัวในการหลบสิ่งกีดขวาง การขับขี่บนพื้นถนนที่ลื่นพร้อมกับเบรกเพื่อดูการทำงานของระบบ ABS ที่ให้ความมั่นใจเป็นอย่างมาก จากนั้นออกตัวบนถนนลื่นที่ชุ่มไปด้วยน้ำ เพื่อให้ระบบ VSC เข้ามาช่วยขับเคลื่อน ถึงแม้ว่ารถจะมีอาการปัดเป๋ไปบ้าง แต่ถ้าผู้ขับขี่ตั้งสติดีๆ  และหันพวงมาลัยไปทิศทางที่ถูกต้องเพียงเบาๆ ระบบ VSC จะช่วยดึงรถกลับมาอยู่กับที่กับทางที่ถูกต้องได้อย่างง่ายดาย

ต่อด้วยการทดสอบช่วงล่างบนผิวถนนขรุขระ ที่สามารถดูดซับแรงกระแทกและการเก็บเสียงได้เป็นอย่างดี ส่วนระบบความปลอดภัย ก็มีการทดสอบเช่นกัน ทั้งระบบ LDA-Lane Departure Alert พร้อมระบบ Steering Assist ลองปล่อยมือจากพวงมาลัย เมื่อรถเริ่มมีแนวโน้มที่จะคล่อมเลน ระบบในรถจะส่งเสียงเตือน และพวงมาลัยดึงกลับเบาๆ โดยอัตโนมัติ

ปิดท้ายด้วยการทดสอบระบบ Dynamic Radar Cruise Control ที่สามารถตั้งค่าความเร็วได้แม้รถจอดอยู่นิ่งๆ  ซึ่งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัตินี้ จะแปรผันตามความเร็วรถคันหน้า เมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวไป เราเพียงแตะคันเร่งเบาๆ รถก็จะเคลื่อนที่และเร่งความเร็วตามคันหน้า พร้อมรักษาระยะห่างจากคันหน้า เมื่อรถคันหน้าเบรก รถเราก็จะเบรกตาม จนหยุดนิ่งได้ แต่การทดสอบนี้ทำในสถานที่ปิด และใช้ความเร็วต่ำ แต่ถ้าไปลองบนถนนจริงที่ใช้ความเร็วมากๆ มีรถเยอะๆ แล้วจะเป็นอย่างไร ตามอ่านกันไปครับ

จากในสนามก็ต้องไปต่อกันบนถนนจริง มุ่งหน้าสู่พัทยา แต่งานนี้เราไปตรงๆ โดยใช้มอเตอร์เวย์ไปตลอด คงไม่ได้ทดสอบรถเท่าไหร่ จึงต้องใช้ถนนที่มีรถค่อนข้างเยอะ ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา แน่นอนว่าเส้นทางนี้มีรถบรรทุกค่อนข้างเยอะ มีสภาพการจราจรที่ค่อนข้างหน้าแน่น จึงต้องมีการเร่งแซงในจังหวะที่ถนนโล่งเป็นระยะ เห็นได้ว่าเครื่องยนต์ไฮบริด ให้อัตราเร่งที่ดีมาก การควบคุมอย่างแม่นยำของพวงมาลัย การขับขี่ที่ต้องใช้สมาธิเช่นนี้ อัลติส ใหม่ มีส่วนในการช่วยเหลือได้มาก ลดความเครียดในขณะขับรถได้เป็นอย่างดี

ในขณะที่ภายในห้องโดยสาร ก็นั่งค่อนข้างสบาย มีความเงียบในระดับที่ดี ช่วงล่างที่ออกแบบใหม่ลดแรงสั่นสะเทือนได้เป็นอย่างมาก โดยรวมแล้วค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่จะยังมีอาการอยู่บ้างเล็กน้อย เพราะขนาดของยางที่ใหญ่ กระทะล้อ 17 นิ้ว ย่อมมีอาการกระด้างกว่าล้อที่เล็กกว่านี้ เมื่อหักลบกลบหนี้กันแล้ว ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ช่วงที่ถนนโล่งๆ กดคันเร่งหนัก เครื่องยนต์ตอบสนองดี ข้อดีของเครื่องไฮบริดคือการที่มีมอเตอร์ช่วยส่งกำลังไปที่ล้อ กดคันเร่งแรงๆ แต่ละครั้งรถพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างทันอกทันใจ ยิ่งใช้ความเร็วสูงรถยังคงนิ่งไม่มีอาการโคลงไปมาให้รู้สึก

ถึงที่หมายพัทยา เช็คอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้ออยู่ราวๆ 18 กิโลเมตรต่อลิตร ถือให้ความประหยัดได้อย่างมาก หากเป็นการขับขี่ปกติที่ไม่ได้ใช้ความเร็วสูง กดคันเร่งหนักอย่างการทดสอบนี้แล้ว น่าจะได้อัตราสิ้นเปลืองที่ดีมากกว่านี้ ซึ่งในเอกสารของทางโตโยต้มีการระบุอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ 23 กิโลเมตรต่อลิตร ประหยัดเท่ากับรถอีโคคาร์เลยทีเดียว

โตโยต้า โคโรลล่า อัลติส ไฮบริด มีจุดเด่นที่ความประหยัดจากระบบไฮบริด โครงสร้าง TNGA และการพัฒนาระบบกันสะเทือนใหม่หมด ทำให้ช่วงล่างมีความนุ่มนวลและหนึบแน่นในระดับที่เหมาะสม หลายคนอาจจะยังกังวลใจถึงอายุการใช้ของระบบไฮบริด และแบตเตอรี่ที่จะมีปัญหาใดๆ หรือไม่ ซึ่งที่ผ่านก็มีเครื่องพิสูจน์อยู่แล้วไม่น้อย กับเครื่องยนต์ไฮบริดที่อยู่ในรุ่น คัมรี่ ที่มีจำหน่ายมาอย่างยาวนาน นอกจากนี้ โตโยต้า ยังให้การรับประกันเครื่องยนต์ไฮบริด นาน 5 ปี รับประกันแบตเตอรี่นาน 10 ปี สร้างมั่นใจได้ไม่น้อยเลย ขึ้นอยู่กับคุณผู้อ่านว่าจะยอมเปิดใจคบกับรถยนต์ไฮบริดแล้วหรือยัง

ถึงแม้ อัลติส ใหม่ เครื่องยนต์ไฮบริดจะมีให้เลือก 3 เกรด คือ รุ่นต่ำ Hybrid Entry ราคา 939,000 บาท รุ่นกลาง Hybrid Mid ราคา 989,000 บาท และรุ่นสูงสุด ราคา 1,099,000 บาท แต่ถ้าคิดจะซื้อรถไฮบริดทั้งที ก็ควรซื้อรุ่นสูงสุดไปเลย ครบจบในคันเดียว ด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกแน่นคัน ใช้กันยาวๆ ไปเลยครับ