ALL NEW MAZDA 3 “ของดี มีอยู่"

เปิดตัว เปิดหน้าสู้กันอย่างเป็นการการแล้วครับสำหรับ 2 ค่ายใหญ่ระหว่างโตโยต้ากับมาสด้า 3 กันยายน 2562 โตโยต้าแถลงข่าวเปิดตัว อัลติส โฉมใหม่ มีเครื่องยนต์ 2 รุ่นคือ 1.6 กับ 1.8 ถัดมาพุธที่ 18 กันยายน มาสด้าเปิดตัวโฉมใหม่ล่าสุดคือมาสด้า 3 มีทั้งรุ่นซีดานและฟาสท์แบค(หรือจะเรียกแฮทช์แบคก็ได้) เหมือนกัน แต่ของมาสด้าเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ใหญ่กว่าโตโยต้าครับ

หลังจากที่มาสด้าได้แถลงข่าวเปิดตัวแล้วก็ได้พาสื่อมวลชนไปทดลองขับกันที่จังหวัดภูเก็ตให้ไปสัมผัสตัวจริงเสียงจริงกันเต็มอิ่มเลยทีเดียว ขึ้นเครื่องไปกันคราวนี้มีสื่อมวลชนร้อยกว่าชีวิต ตามแบบฉบับของมาสด้าที่ทำมาแต่ไหนแต่ไร ไปหนนี้แบ่งเป็น 4 กรุ๊ปจัดแบ่งกรุ๊ปเดินทางสลับสวนกันไปสวนกันมาตั้งแต่วันจันทร์ยันวันศุกร์

ผมเป็นกรุ๊ปแรกไปเมื่อเช้ามืดวันจันทร์ ไปถึงสนามบินภูเก็ตแล้วนั่งรถบัสต่อไปโรงแรมเรเนซองส์อันเป็นที่พักและสถานที่รวมพลจัดงานกันที่นี่ ไปถึงโรงแรมก็เข้าห้องฟังบรรยายสรุปจากผู้บริหารและทีมงานของมาสด้าที่มาจากญี่ปุ่น จากนั้นก็ทานข้าวกลางวัน จนถึงเวลาบ่ายโมงตรงก็เริ่มเข้าคอร์สทดลองขับออกสตาร์ทกัน เส้นทางที่ใช้ทดลองขับจะเริ่มจากโรงแรมที่พักเรเนซองส์ไปจนถึงพังงาแล้วกลับมาที่พักรวมระยะทางประมาณ 240 กิโลเมตร ทั้งขับไปและกลับจะแบ่งออกเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกจากจุดสตาร์ทขับไปยังจุดพักที่ 1 ร้าน At heart coffee ระยะทาง 88 กิโลเมตร ช่วงแรกนี้จะขับใช้เส้นทาง 402 แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านอุทยานแห่งชาติเขาหลักไปจนถึงจุดพัก

ช่วงที่ 2 ออกจากร้านกาแฟใช้ทางหลักหมายเลข 4 แล้วมาเข้าเส้น 401 ต่อด้วย 4090 แล้วมาเข้าทางหลักหมายเลข 4 อีกที เข้าจุดแวะพักที่ 2 ในปั๊มน้ำมันบางจาก  ระยะทางจากจุดพักแรกมาจุดนี้อีก 81 กิโลเมตร

 

ช่วงที่ 3 ช่วงสุดท้าย จากปั๊มบางจากก็ขับกลับมาภูเก็ตใช้ทางหลักหมายเลข 4 แล้วมาเข้าเส้นเดิม 402 ระยะทางรวมอีกราวๆ 71 กิโลเมตร  แต่ระหว่างทางขากลับของช่วงที่ 3 นี้ ได้แวะพักชมวิวสวยๆที่เสม็ดนางชี บูทิค กันก่อน ที่นี่แหล่งท่องเที่ยว เป็นจุดชมวิวที่สวยมากอีกจุดหนึ่งของจังหวัดพังงาครับ

 

All New Mazda 3 ใหม่ที่ทางมาสด้าจัดเตรียมไว้ให้ทดลองขับกันคราวนี้มี 12 คันครับ เป็นรถซีดาน 6 คัน และแฮทช์แบค (หรือ fastback) อีก 6 คัน  คันนึงนั่งกัน 2 คน สลับกันขับ คันของผมมีบัดดี้เป็นหนุ่มหล่อ เสียงดี ชื่อคุณมะปรางค์หรือคุณ “สมศักดิ์ มีลือการ” เป็นผู้จัดรายการและเป็นเจ้าของรายการวิทยุ “ คู่แข่งมอเตอร์ริ่ง”คลื่น 89.5 ตอนช่วงหกโมงเย็นไปจนถึงทุ่มครึ่งทุกวัน มีแฟนประจำติดตามฟังกันมากมายทีเดียวครับ

 

เราเริ่มออกจากจุดสตาร์ทที่โรงแรมได้ขับรถแฮทช์แบค 5 ประตูกันก่อน คุณมะปรางค์ขับเป็นมือแรกไปจนถึงร้านกาแฟระยะทาง 88 กิโลฯ ออกจากร้านกาแฟไปปั๊มบางจากผมเป็นคนขับระยะทางอีก 81 กิโลฯ ที่จุดพักปั๊มบางจากแห่งนี้จะมีการสลับรถกันใครทึ่ขับแฮทช์แบคมาแล้วก็เปลี่ยนไปขับซีดาน คนที่ขับซีดานมาแล้วก็เปลี่ยนเป็นแฮชท์แบค เราสองคนเปลี่ยนมาขับรุ่นซีดานกันจากจุดสตาร์ทที่ปั๊มแห่งนี้คุณมะปรางค์มาขับต่อมีที่หมายไปที่เสม็ดนางชี บูทิค จุดชมวิวที่สวยมากๆอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดพังงา ระยะทางห่างจากจุดพักปั๊มบางจากราวๆ 36 กิโลเมตร และจากจุดชมวิวผมเป็นคนขับรับช่วงต่อมาจนถึงที่พักโรงแรม รวมระยะทางอีกประมาณ 35 กิโลเมตรครับ

 

เส้นทางทดสอบตลอดเส้นทางจากภูเก็ตไปพังงาแล้วกลับมาภูเก็ตรวมราวๆ 240 เป็นเส้นทางที่ขับสนุกครับ มีทั้งทางตรงยาวๆและทางโค้งนับหลายๆร้อยโค้งช่วงขับขึ้น – ลงเขา ในพื้นที่จังหวัดพังงา ระหว่างทางที่เราทดลองขับก้อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเกี่ยวกับมาสด้า 3 โฉมใหม่คราวนี้ทั้งเรื่องรูปร่างหน้าตา การปรับเปลี่ยนภายในห้องโดยสาร สมรรถนะการขับขี่และอื่นๆ ซึ่งก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเอามาเปรียบเทียบกับโตโยต้า อัลติส กับฮอนด้า ซีวิค ที่เป็นกลุ่มเดียวกัน

แต่ละคัน แต่ละค่ายเขาก็มีจุดเด่น จุดด้อย จุดดีที่แตกต่างกันไป เอาไว้วันหน้าจะเอามาคุยกันครับ ส่วนของมาสด้า 3 ใหม่นี้หลังจากที่ได้สัมผัสได้ลองขับมาพอหอมปากหอมคอก็จะขอสรุปตามความเห็นส่วนตัวของผมเล่าสู่กันฟัง ขอย้ำว่าเป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ !

 

MAZDA 3 SEDAN

เรื่องของการออกแบบภายนอกก่อน ตัวบอดี้ของฟาสท์แบค 5 ประตูกับซีดาน 4 ประตูจะดูบุคคลิคต่างกัน ของซีดานจะดูแนวหรูๆ สุขุมนุ่มลึก ดูเรียบร้อยเป็นผู้ใหญ่ แต่ของฟาสท์แบคเขาจะออกแนวสปอร์ตๆ ดูเท่ห์ๆหน่อย เป็นการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ KODO DESIGN ที่เอาตัวรถต้นแบบ RX-VISION กับตัว COUPE มาผสมผสานกันแล้วคลอดออกมาเป็นมาสด้า 3 โฉมใหม่ โฉมนี้ ส่วนตัวแล้วผมชอบบั้นท้ายของฟาสท์แบคมากกว่าซีดานครับ ดูดี สปอร์ตๆหน่อย ส่วนของซีดานจะเรียบๆบ้านๆไปนิด แต่ถ้าเป็นด้านหน้า ด้านข้าง ผมชอบดีไซน์ของซีดานมากกว่า ดูหรูๆเรียบๆดี

 

ที่ชอบและดูเด่นๆอีกจุดคือกระจังหน้าที่ออกแบบมาให้ต่ำลงจากเดิมหน่อยนึงและการรวมเอาฟังก์ชั่นต่างๆของชิ้นส่วนด้านหน้ามาอยู่รวมกันทำให้ดูมีพื้นที่กว้างขึ้น และในส่วนของล้อจะถูกซุ้มล้อเก็บขอบได้จนสุด ดูแล้วยางจะมาแบบเต็มๆซุ้มล้อรู้สึกแข็งแรงดูดีเลยละครับ และอีกจุดคือโคมไฟทั้งด้านหน้าและด้านหลังของทั้ง 2 รุ่น ดูโอเคครับ สวยเรียบง่ายดี แต่ของฟาสท์แบคจะออกเป็นสามมิติแนวๆสปอร์ตๆหน่อย ส่วนของรุ่นซีดานจะเน้นเรียบๆ หรูๆไป ตามคอนเซ็ปต์เค้า

 

ภายในของมาสด้า 3 ใหม่นี้บอกตรงๆครับว่าวัสดุดูดีขึ้นกว่าเดิม มีความเป็นพรีเมี่ยมมากๆ โดยเฉพาะแผงแดชบอร์ดด้านหน้าเห็นเรียบๆแต่ให้ความรู้สึกที่หรูหรามากสำหรับโฉมใหม่นี้ อุปกรณ์ภายในหลายจุดถูกจัดตำแหน่งใหม่ สิ่งที่มาสด้าภูมิใจนำเสนอมากจุดหนึ่งคือเบาะนั่งและตำแหน่งการขับขี่ที่ได้ออกแบบมาสำหรับรถมาสด้าโฉมใหม่ทุกรุ่นให้รองรับกระดูกเชิงกราน เพื่อลดความปวดเมื่อย ลดความอ่อนล้าในขณะขับขี่ ซึ่งผมได้นั่งแล้วรู้สึกว่ากระชับขึ้นเหมือนกัน ส่วนที่ช่วยลดความอ่อนล้านั้นอาจจะยังไม่ค่อยรู้สึกนัก เพราะขับไป พักไป จึงไม่รู้สึกเมื่อยอะไร ต้องใช้งานประจำและยาวๆน่าจะได้คำตอบดีกว่านี้ครับนอกจากนี้ยังมีตำแหน่งของเกียร์,คอนโซลกลาง,ที่วางแก้วฯ ก็ได้ปรับตำแหน่งใหม่ให้สะดวกสบายในการใช้งานมากขึ้น

 

ขนาดห้องโดยสารด้านหน้านั่งสบายครับ เบาะนั่งด้านคนขับปรับด้วยระบบไฟฟ้า ปรับได้ถึง 10 ทิศทาง บันทึกตำแหน่งคนขับได้อีก 2 ตำแหน่ง แต่เบาะด้านคนนั่งคู่คนขับต้องปรับเองด้วยมือ ไม่ใช่ไฟฟ้า น่าเสียดายครับถ้าเป็นไฟฟ้าด้วยละก้อจะดีมากๆเลยคิดว่าคงต้องรอตอนไมเนอร์เชนจ์น่าจะมีมาแน่ๆ  ส่วนที่นั่งเบาะหลังนั่งได้สบายๆ 2 คนแต่เหยียดแข้งเหยียดขาอาจะติดๆหน่อยสำหรับคนขายาวๆ

 

ที่เด็ดสุดๆคือระบบเครื่องเสียงครับ สุดยอดมากๆ ลำโพงเป็น BOSE ติดตั้งรอบทิศทางทั้งหมด 12 จุด เสียงระดับเทพสะใจมากครับ ชุดเครื่องเสียงจึงเป็นจุดเด่น จุดขายอีกอย่างหนึ่งของมาสด้า 3 ใหม่นี้ของเขาครับ

 

สำหรับแผงหน้าปัดของเดิมยกออกหมด แผงมาตรวัดดิจิตอลแบบ TFT LCD ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงผลผ่านจอ Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้วจะบอกข้อมูลต่างๆดูแพรวพราวละลานตามาก มีระบบเชื่อมต่อ Mazda Connect มาพร้อมๆกับ Apple  Carplay  ที่ทำให้คนกับรถได้อย่างสะดวกสบายไม่แพ้ค่ายหรูๆเจ้าอื่น

 

ทีนี้มาที่เครื่องยนต์บ้าง  เครื่องยนต์ของมาสด้า 3 ใหม่นี้ใช้บล็อคเดิมนะครับ เป็น SKYACTIV – G เบนซิน 2.0 ลิตร แต่พัฒนาใหม่ได้ถึง 165 แรงม้า ที่ 6000 รอบ / นาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 213 นิวตันเมตร / 4000 รอบ/นาที ส่วนอัตราการประหยัดน้ำมันที่มาสด้าระบุไว้คือที่ 15.9 กิโลเมตร / ลิตร พูดถึงเรื่องเครื่องยนต์นี้เครื่องยนต์ไม่ใช่ SKYACTIV – X ที่หลายๆคนเข้าใจผิดนะครับ ทางผู้บริหารมาสด้าบอกว่าโอกาสของ SKYACTIV - X จะมานั้นยากมากสำหรับตลาดเมืองไทย เพราะปัญหาหลักๆคือเรื่องน้ำมันนั่นเองครับ แต่สำหรับเครื่องยนต์ที่พัฒนาใหม่ของมาสด้า 3 นี้วิศวกรยืนยัน นอนยันว่าแรงขึ้น ประหยัดมากขึ้น แต่ลดค่าไอเสียต่ำลงอีกต่างหาก

 

จุดเด่นที่ผมชอบอีกอย่างหนึ่งคือช่วงล่างครับ ของมาสด้า 3 นี้ เฟริ์มมาก เส้นทางขึ้นลงเขาในพื้นที่จังหวัดพังงา รวมทั้งทางโค้งอีกนับร้อยๆโค้งบนเขา การทำงานของช่วงล่าง ล้อ ยาง พวงมาลัย สัมพันธ์กันแน่นแฟ้นให้ความมั่นใจได้ดีทีเดียว โค้งนับร้อยโค้งที่ขับกันในวันนั้น ช่วงระหว่างที่ผมขับ จะตั้งใจสาดเข้าโค้งหรือจังหวะอยู่ในโค้งหรือจะพุ่งทะยานออกจากโค้ง อาการเซ เป๋ ปัด เหวี่ยงๆเสียหลักไม่มีเลยครับ หนึบแน่นดีมากๆ

คงต้องยกประโยชน์ให้กับระบบความปลอดภัย G-Vectoring Control Plus หรือ GVC Plus ที่วิศวกรเขาพัฒนากันใหม่ใส่เข้ามาในตัวนี้เป็นจุดเด่นของมาสด้าที่ทำให้รู้สึกขับสนุกและปลอดภัยดีครับ โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนหน้าที่มาสด้ายังใช้แมคเฟอร์สันสตรัท ส่วนด้านหลังเป็นแบบอิสระทอร์ชั่นบีม  ทั้ง 2 ระบบนี้มาสด้าได้พัฒนาใหม่หมดอีกเหมือนกัน

 

โดยรวมสรุปแล้วมาสด้า 3 โฉมใหม่ All  New Model นี่ ส่วนตัวผมเองที่หลังจากได้ไปทดลองขับและสัมผัสมาแล้วคิดว่าเป็นรถที่ดีไซน์ได้คลาสสิคครับในรุ่นซีดาน ส่วนฟาสท์แบคก็จะดูให้ความรู้สึกทะมัดทะแมงหน่อย อุปกรณ์การตกแต่งภายในดูดี หรูหราขึ้นเห็นได้ชัดครับ การขับขี่ ประสิทธิภาพ การตอบสนองทั้งเรื่องของอัตราเร่ง ช่วงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ไหลรื่นขับสนุก  การบังคับ ควบคุมพวงมาลัย ให้ความแม่นยำดีครับในช่วงการเข้าโค้งต่างๆระหว่างขับไต่เนินอยู่บนเขา อุปกรณ์ ออปชั่นอำนวยความสะดวกต่างๆมีมาให้มากมาย โดยเฉพาะชุดเครื่องเสียงเอ็นเตอร์เทนที่มีลำโพง BOSE มาให้ถึง 12 ตัว

สนนราคาของทั้งซีดานและฟาสท์แบคทั้ง 3 รุ่นที่ขายอยู่ในราคาเดียวกัน ทั้งรุ่น C ราคา 969,000  รุ่น S 1,069,000 และรุ่น SP 1,198,000 นั้น ผมคิดว่าโอเคครับเมื่อดูจากอุปกรณ์ ออปชั่นต่างๆที่ให้มากับขนาดเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ข่าวมาล่าสุดบอกว่ายอดจองตอนนี้ทะลุเกินพันคันไปเรียบร้อย !

หากท่านสนใจผมขอแนะนำว่าไปลองชมลองขับกันก่อนตัดสินใจซื้อ น่าจะดีที่สุดครับ !

******

ข้อมูลเพิ่มเติม

ระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยเทคโนโลยี i-ACTIVSENSE ของ ALL-NEW MAZDA 3 ประกอบด้วย

ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)

ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance หรือ Advanced SBS (Advanced Smart Brake Support) ที่สามารถตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน

ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Reverse Crossing)

ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse) ที่สามารถตรวจจับวัตถุในวงกว้างและสูงขึ้น ด้วยจำนวนเซ็นเซอร์ที่มากขึ้น

ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ALH (Adaptive LED Headlamps) ที่ได้รับการพัฒนาให้ลำแสงละเอียดยิ่งขึ้น

ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)

ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor)

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane Keep Assist System)

ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)

ระบบเตือนเมื่อเกิดความอ่อนล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)

และปกป้องทันทีจากอุบัติเหตุด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง