มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต 4WD GT-PREMIUM สายลุยตัวจริง

  By : ธนันท์รัฐ  กุลวัฒนธเนษฐ์

 

รถยนต์อเนกประสงค์ในกลุ่มรถกระบะดัดแปลงหรือ PPV อีกรุ่นหนึ่งที่มียอดขายสูงในอันดับต้นๆ ก็คงหนีไม่พ้น มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด นับตั้งแต่เปิดตัวรุ่นแรกในตลาดเมืองไทย และล่าสุดก็ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น เพิ่มฟังก์ชั่นให้คุ้มค่ามากกว่าเดิม หลังจากเปิดตัวไม่นานก็กวาดยอดจองไปแล้วกว่า 2,500 คัน เราจะมาดูกันว่า มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต โดยเฉพาะรุ่นสูงสุด GT-Premiun 4WD คันนี้มีอะไรใหม่บ้าง

ที่เด่นชัดที่สุดคือรูปลักษณ์ภายนอกที่ปรับเปลี่ยนใหม่ ด้านหน้าแบบใหม่ Advanced Dynamic Shield เอกลักษณ์ของรถยนต์ มิตซูบิชิ ทุกรุ่น ชุดไฟหน้ารูปทรงเรียวรับกับแนวเส้นของกระจังหน้า ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Bi-LED ปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ และติดตั้งชุดไฟ Combination Lamps ที่มุมของกันชน

มาดูกันที่ด้านหลัง ไฟท้ายดีไซน์ใหม่สีแดงสดแบบ LED กันชนขนาดใหญ่ ดีไซน์แผงกันกระแทกด้านล่างใหม่ ย้ายไฟทับทิมมาอยู่บริเวณมุมทั้งสองด้าน  ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมการสั่งงานด้วยระบบแฮนด์ฟรี ทำงานร่วมกับระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานเปิด-ปิดประตูท้ายผ่านสมาร์ทโฟน ขณะที่ด้านข้างตัวรถติดตั้งบันไดในตำแหน่งที่สูงขึ้น ช่วยให้ขับลุยเส้นทางออฟโรดมากกว่าเดิม ล้ออัลลอยลายใหม่สีทูโทน ขนาด 18 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร อัพเกรดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพิ่มเติมหลายรายการ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ LCD ขนาด 8 นิ้วใหม่ที่แสดงผลมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบเครื่องยนต์และข้อมูลอื่นๆ ของตัวรถ ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าจอได้ 3 แบบ รองรับเมนูภาษาไทย และการสั่งงานด้วยเสียง สามารถเชื่อมต่อ และแสดงข้อมูลจากหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 8 นิ้ว ที่กลางคอนโซล รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและแอปเปิลคาร์เพลย์

ฝั่งผู้โดยสารตอนหลังมีจอภาพพร้อมรีโมทคอนโทรล ขนาด 12.1 นิ้ว ติดตั้งบนเพดานรถ รองรับการเชื่อมต่อผ่าน USB และสมาร์ทโฟนผ่าน HDMI นอกจากนี้ภายในห้องโดยสารยังปรับปรุงใหม่เพื่อเพิ่มประโยชน์ใช้สอย อีกหลากหลาย เพื่อความสะดวกสบาย ทั้งด้านความกว้างขวางพื้นที่วางขา มีการติดตั้งเพิ่มช่องจ่ายไฟ ช่องเสียบ USB 2 จุด และช่องเสียบ HDMI 1จุด รับยุคสมัยของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ทุกรูปแบบ

อีกหนึ่งฟังก์ชั่นใหม่ในรุ่นนี้ GT- Premium 4WD คือ ระบบมิตซูบิชิ รีโมท คอนโทรล ที่สามารถแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะของรถ ข้อมูลการใช้งาน การแจ้งเตือนระบบ และการสั่งงานอื่นๆ ผ่านสมาร์ทโฟน สามารถส่งคำสั่งไปยังรถได้อย่างสะดวก เช่น เปิดฝาท้าย หรือเปิดไฟหน้าเพื่อค้นหารถยนต์

ขุมพลังยังเป็นเครื่องยนต์ตัวเดิม กับเครื่องยนต์ดีเซล แบบ 4 สูบ ขนาด 2.4 ลิตร MIVEC VG Turbo Clean Diesel ให้กำลังสูงสุด 181 แรงบิดสูงสุด 430 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมสปอร์ตโหมด และ Paddle Shift มีระบบช่วยควบคุม และตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก เพื่อลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และลดการสูญเสียเชื้อเพลิงในขณะรถหยุดนิ่ง

การลองขับใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่อุทานแห่งชาติแก่งกระจาน ระยะทางประมาณ 180 กม. สมรรถนะการขับขี่โดยรวมเมื่อขับเดินทางไกลใช้ความเร็วต่อเนื่อง กดคันเร่งหนักๆ เรียกกำลังของเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี เครื่องยนต์ตอบสนองได้อย่างเหมาะสม การเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ขึ้น-ลงไม่มีอาการให้รู้สึก ช่วงล่างมีการเซ็ทค่าสปริงหลังใหม่ ให้ความรู้สึกนิ่งและนุ่นขึ้น

การลองขับในเส้นทางออฟโรด เพื่อทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ที่มีโหมดการขับขี่ 4 โหมด ได้แก่ โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ โหมด 4H ขับเคลื่อน  4 ล้อแบบ Full-Time โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง และ โหมด 4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ รวมทั้งระบบล็อกเฟืองท้ายอัตโนมัติ ที่ติดตั้งมาทำให้ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต เป็นแบบรถออฟโรดอย่างแท้จริง

เส้นทางทดลองขับแบบออฟโรดมีระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร สภาพเส้นทางไม่โหดมาก ปรับใช้โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง ขับไปตามสภาพเส้นทางธรรมชาติที่หลากหลาย บางช่วงไปอย่างช้าๆ บางช่วงสามารถเติมความเร็วขึ้นได้อีกนิดหน่อย ซึ่งระบบขับเคลื่อน และกำลังของเครื่องยนต์รวมถึงช่วงล่าง ให้ความรู้สึกการขับขี่ที่สบาย ขับชมธรรมชาติแบบเพลินๆ ไม่ยากเย็นแต่อย่างใด

การขับในเส้นทางออฟโรดแบบนี้ บางทีต้องขับผ่านในเส้นทางที่แคบมากๆ อาจจะมีสิ่งกีดขวางทั้งก้อนหิน กิ่งไม้ใหญ่ หลุมลึก ในมุมที่ผู้ขับไม่สามารถมองเห็น และอาจทำอันตรายต่อตัวรถได้ ถ้าจะลงจากรถไปดูแล้วขึ้นมาขับต่อไปก็ไม่สะดวก ซึ่ง ปาเจโร่ คันนี้เค้าก็มีระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกนั่นคือ กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) แลดงภาพแบบ 360 องศารอบตัวรถ และแสดงภาพสิ่งกีดขวางจากมุมสูงพร้อมเส้นกะระยะ และเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ ช่วยขับรถเคลื่อนไปได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ก็ยังมีระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกมากมาย ว่ากันไม่หวาดไม่ไหว ถึงแม้ว่าราคาจำหน่ายของ มิตซูบิชิ ปาเจโร่ สปอร์ต GT- Premium 4WD คันนี้คือ 1,599,000 บาท แต่ถ้าพูดถึงความคุ้มค่าแล้วก็ถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกภายในที่ดูลงตัว สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้ดีและสามารถขับได้ในทุกสภาพถนน รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ฟังก์ชั่นที่ล้ำสมัยล้วนอัดแน่นอยู่ภายในรถคันนี้ ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกในอันดับต้นๆ สำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์มาไว้ใช้ซักคัน