ไปลองขับแคปติวา มาใหม่ๆจาก CHEVROLET
 By : วัชระ ธรรมศรี

 

ผมได้ไปลองขับรถเชฟโรเล็ต แคปติวา รุ่นใหม่ล่าสุดของค่ายจีเอ็ม ประเทศไทย มาครับ หลังจากที่ได้เปิดตัวขายอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา

แต่ตอนนี้ยังไม่มีรถนะครับ ได้แต่เปิดรับจองพร้อมกับจัดโปรโมชั่นพิเศษสุดๆให้กับลูกค้าที่มาจอง ส่วนจะมีขายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศนั้นจะเริ่มกันตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2562 เป็นต้นไปครับ

อันที่จริงแคปติวาใหม่นี้ได้เข้ามาเปิดตัวเผยโฉมครั้งแรกแล้วในงานมอเตอร์โชว์เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่คราวนั้นไม่ได้เปิดตัวตนที่แท้จริงออกมาเต็มร้อย จะเห็นแค่รูปทรงตัวบอดี้เท่านั้น ส่วนภายในยังปกปิดมิดชิดไม่มีใครได้เห็นเพราะว่าคันที่เอามาโชว์นั้นยังไม่ใช่ตัวที่จะเอามาขายในเมืองไทยบ้านเรา เขาเลยต้องปิดเอาไว้ก่อน

มาถึงวันนี้เปิดตัวได้เห็นตัวเป็นๆกันแล้ว สื่อมวลชนได้สัมผัส ได้ทดลองขับกันรวมทั้งผมด้วยที่มีโอกาสได้ไปขับเพิ่งกลับมาเหมือนกัน

แคปติวาใหม่นี้เป็นรถ SUV ใช้เครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ได้แรงม้าสุดๆที่ 143 แรงม้า ( 105 กิโลวัตต์) ให้แรงบิดที่ 250 นิวตันเมตร ถือว่าดีเชียวครับ

ส่วนระบบส่งกำลังจะเป็นเกียร์อัตโนมัติแบบแปรผันต่อเนื่อง CVT มีโหมด Shift Control + - 8 Speed พร้อมพวงมาลัยที่เป็นระบบไฟฟ้า

น้ำหนักตัวรถเปล่าๆของแคปติว่าแต่ละรุ่นจะไม่เท่ากัน รุ่น LS จะหนัก 1,520 กิโลกรัม รุ่น LT เพิ่มมาอีกหน่อยเป็น 1,600 กิโลกรัม และรุ่น Premier หนัก 1,630 กิโลกรัม  ทุกคัน ทุกรุ่นใช้ล้ออัลลอย 17 นิ้ว ใส่ยาง 215 /60 R17

แคปติวาใหม่ล่าสุดมีทั้งหมด 3 รุ่น 3 ราคาครับ แต่ละรุ่นออฟชั่นจะมีแตกต่างกันไป รุ่นล่างต่ำสุดเป็นรุ่น LS ราคาเปิดมาที่ 999,000 บาท  รุ่นกลางเป็นรุ่น  LT ราคา 1,099,000 บาท และตัวบนตัวท็อปสุดคือรุ่น Premier ราคา  1,199,000 บาท

เชฟโรเล็ตได้จัดกิจกรรมให้สื่อมวลชนทดลองขับและสัมผัสตัวเป็นๆตัวจริงเสียงจริงกันทั้ง 3 รุ่น ใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปเพชรบุรี ไปหัวหิน เข้าไร่องุ่นมอนซูน แวลเล่ย์ แล้วกลับมานอนพักที่ชะอำกันหนึ่งคืนเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเดินทางกลับ รวมระยะทางขับกันทั้งไปและกลับราวๆ 4-500 กิโลเมตรได้ครับ

ช่วงขาไปหัวหินผมได้ลองขับรุ่น LS ครับ อย่างที่บอกแต่แรกว่าแต่ละรุ่นใช้เครื่องยนต์และระบบส่งกำลังชุดเดียวกันหมด จะต่างกันที่ออฟชั่นเท่านั้น ซึ่งรุ่น LS นี้เป็น 5 ที่นั่ง เบาะนั่งเป็นผ้ายีนส์ มีจอแสดงผลอยู่ตรงคอนโซลกลางเป็นระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 10.4 นิ้ว โดดเด่นชัดมาก (รายละเอียดต่างๆมีอยู่ตอนท้ายครับ)

ส่วนขากลับผมได้ลองขับรุ่นท็อปสุดเป็นรุ่น Premier รุ่นนี้ราคาเฉียด 1.2 ล้าน เป็นรุ่นที่มีกล้อง 360 องศา แผงหน้าปัดเป็นดิจิตอล มัลติฟังก์ชั่นขนาด 7 นิ้ว มีเซ็นเซอร์ช่วยจอด มี Cruise Control เบาะนั่งปรับไฟฟ้า (เฉพาะด้านคนขับ) หลังคาซันรูฟ และมีอีกหลายอย่างตามรายละเอียดด้านล่างครับ

ระหว่างเส้นทางที่ได้ขับและทดสอบอุปกรณ์ ออฟชั่นต่างๆที่มีมากับตัวรถ  สิ่งที่ได้เห็นและรู้สึกชัดเจนสำหรับตัวผมนั้นคือพื้นที่ภายในห้องโดยสารของแคปติวาค่อนข้างกว้างขวางครับ ขาไปช่วงแรกผมนั่งเบาะด้านหลังได้เหยียดแข้งเหยียดขาสบายๆ ส่วนพื้นที่ท้ายรถก็วางกระเป๋าสัมภาระได้เยอะแยะ

ส่วนของคนขับและคนนั่งด้านหน้าคู่คนขับก็ปรับเบาะนั่ง เอนหลังได้สบายเหมือนกัน ไม่คับแคบ ไม่ติดไม่ขัด เรียกว่านั่งกันสบายๆทั้งเบาะคู่หน้าและคู่หลัง

จะไม่ค่อยชอบอยู่อย่างเดียวคือตัวหมอนรองศรีษะ ถ้าปรับลดลงมาจะนั่งไม่สะดวกเลย มันติดหลัง ต้องปรับให้อยู่ตำแหน่งรองศรีษะอยู่ตลอดถึงจะโอเค นั่งได้สบายๆ

เรื่องของการขับขี่ การตอบสนองของเครื่องยนต์นั้น ดีทีเดียวครับ พอเหมาะพอตัวกับเครื่องยนต์ขนาดพันห้าร้อยซีซีเทอร์โบ 143 แรงม้า แรงบิดจัดจ้านดี เทียบกับเครื่องยนต์ขนาดนี้

บางช่วงบางตอนที่เส้นทางโล่งๆยาวๆและดูปลอดภัย ผมจะลองไล่เรียงระดับความเร็วด้วยการกดคันเร่งลงไปเรื่อยๆจนมิด เหยีบคันเร่งจนกดไม่ลงแล้วแช่ไว้สัก 5-7 วิ  มองดูเข็มวัดระดับความเร็ว มันจะไปนิ่งอยู่ที่ 150 กม./ชม. ทำให้ผมเข้าใจว่าคงไปได้เท่านี้ ก็ถือว่าโอเค ครับ

ส่วนระบบเกียร์ผมได้ลองเล่น ลองใช้หมดอีกเหมือนกัน ทั้งโหมด D ธรรมดา โหมด Shift Control + - ขอยอมรับว่าการตอบสนองในช่วงจังหวะของการเปลี่ยนระหว่างเกียร์นั้นไหลลื่นได้ดีและเนียนมาก

ด้านของอุปกรณ์และระบบต่างๆรวมถึงความสะดวกสบายนั้น ในรุ่น LS นี้โดยรวมๆเมื่อเทียบกับราคาขายแล้วถือว่าไม่น้อยหน้าใครครับ ทั้งระบบเชื่อมต่อการสื่อสารหรือ Chevrolet Link ระบบความบันเทิงที่มีอยู่บนจอขนาด 10.4 นิ้ว ระบบเชื่อมต่อการสื่อสาร เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์  ระบบเครื่องเสียง Infinity มีมาพร้อมกับช่องชาร์จ USB

นี่ถ้าเบาะนั่งด้านคนขับปรับ-เลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าสักหน่อยละก้อจะเพิ่มเติมความสะดวกสบายได้อย่างสมบูรณ์ทีเดียว

บทสรุปสุดท้ายสำหรับการไปลองขับเชฟโรเล็ต แคปติวา ใหม่มาครั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าทางเชฟโรเล็ตเขาได้พัฒนาโปรดักค์ของเขาออกมาตอบโจทย์ได้ดีพอตัวครับ

จากแนวคิด 3S ของเชฟโรเล็ตโดย S แรกคือ Style ที่เป็นเรื่องของการดีไซน์ การออกแบบทั้งภายใน ภายนอกนั้นส่วนนี้ผมยังไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ 

แต่อีก 2 S คือ S – Space ความกว้างขวาง ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร กับ S-Smart Technology หรือระบบเทคโนโลยี่อัจฉริยะนั้น Captiva มาใหม่นี้ค่อนข้างตอบโจทย์ได้ชัดเจน

ผมเชื่อว่าเมื่อนำราคาของแต่ละรุ่นและออปชั่นที่ได้มา รวมทั้งโปรโมชั่นอื่นๆ มากางเปรียบเทียบกันชั่วโมงนี้ Captiva น่าสนใจมาก ผมคิดว่า “คุ้ม”ครับ

อย่างตอนนี้รุ่น LS ถ้าลูกค้ามาจองก้อจะได้ส่วนลด 4 หมื่นบาท พร้อมกับโปรแกรมเช็คระยะ 5 หมื่นกิโลเมตรหรือ 30 เดือน (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ให้ฟรี  ส่วนรุ่น LT กับ Premier มีโปรโมชั่นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% และฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี 

ซึ่งโปรโมชั่นนี้จะมีถึงวันที่  6 ตุลาคม 2562 นี้เท่านั้น !

ถ้าจะให้ดีไปลองขับ ลองคุย ดูรายละเอียดกับคนขายที่โชว์รูมก่อนจะดีกว่า อาจจะได้อะไรมากกว่านี้ก็ได้ครับ !

ข้อมูล All-New Captiva ทั้ง 3 รุ่น

 รุ่น LS:

·         เครื่องยนต์ 1.5 L พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (DVVT) และเทอร์โบชาร์จเจอร์

·         เกียร์อัตโนมัติ แปรผันแบบต่อเนื่อง CVT พร้อม Shifting Control 8 สปีด

·         5 ที่นั่ง เบาะผ้ายีนส์ Blue Denim/ดำ

·         พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า

·         ESC(w/ABS+EBD)+BA+HSA+TCS+ ESS

·         ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

·         เบรกมือไฟฟ้า

·         ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Vehicle Hold)

·         จอแสดงผลคอนโซลกลางแบบระบบสัมผัสขนาด 10.4 นิ้ว

·         ระบบเสียงแบบพรีเมียมพร้อมลำโพง 6 ตัว

·         พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน

·         ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ฮาโลเจน พร้อมหน่วงเวลาปิด (Walk Me Home)

·         เสาอากาศครีบฉลาม

·         ระบบปรับอากาศที่นั่งแถว 2

·         ไฟตัดหมอกหลัง

·         ภายในแบบสัมผัสนุ่มลายยีนส์ Blue Denim

·         ถุงลมนิรภัยด้านหน้า สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า

·         กล้องมองหลังพร้อม Dynamic Guideline

·         เซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 ตำแหน่ง

·         ไล่ฝ้าหลัง/ปัดน้าฝนหลัง

·         ช่องเชื่อมต่อ USB 2 จุด

 รุ่น LT:

เพิ่มเติมจากรุ่น LS

·         7 ที่นั่งเบาะหนังสังเคราะห์สีดำCharcoal Black

·         ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า

·         ไฟเลี้ยว และไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน แบบ LED (LED Daytime Running Lights)

·         ไฟตัดหมอกหน้า

·         วัสดุตกแต่งภายในสีขาว White Pearl

·         กุญแจรีโมท Keyless entry (PEPs)

·         ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนแรงดันลมยางอัตโนมัติ TPMS

·         ระบบปรับอากาศที่นั่งแถว 3 พร้อมปุ่มปรับความแรงลม

·         ระบบเสียง Infinity by HARMAN พร้อมลำโพง 9 ตัว รวมซับวูฟเฟอร์ (4 speakers, 4 twitters, 1 subwoofer)

·         กระจกมองข้างพับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED

·         กระจังหน้าพร้อมกรอบโครเมียม

·         ช่องเชื่อมต่อ USB 4 จุด

รุ่น Premier:

เพิ่มเติมจากรุ่น LT

·         ล้ออัลลอยแบบสปอร์ตทูโทนขนาด 17 นิ้ว

·         ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) สั่งการทำงานได้จากสวิตช์บนพวงมาลัย

·         กล้อง 360 องศา

·         หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ แบบไฟฟ้า พร้อมระบบการทำงานแบบวันทัช

·         ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมหน่วงเวลาปิด

·         พวงมาลัยหุ้มหนัง

·         ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และไฟอ่านแผนที่ พร้อมช่องเก็บแว่นตาแบบ LED

·         เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง

·         ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

·         แผงหน้าปัด DIC มัลติฟังก์ชัน  7 นิ้วแบบ Full TFT

·         เซ็นเซอร์ช่วยจอดด้านหน้า

·         คิ้วขอบหน้าต่างโครเมียม

รูปลักษณ์และอุปกรณ์มาตรฐานภายนอก

  • ดีไซน์ภายนอกใหม่
  • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ ดีไซน์ใหม่ พร้อม LED Daytime running light (DRL) พร้อมไฟเลี้ยวในชุดโคมเดียวกัน เพิ่มวิสัยทัศน์ในการขับขี่ (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • โคมไฟหน้า LED ที่ส่องสว่างได้ไกลขึ้น (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ทันสมัย ระบายความร้อนได้ดี พร้อมตราสัญลักษณ์เชฟโรเลต
  • เสาอากาศครีบฉลามช่วยในการรับสัญญาณดีขึ้น
  • สปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรคหลังที่ 3 แบบ LED
  • หลังคาพาโนรามิก (Panoramic Sunroof) กว้างขวางถึง 82 ตร.. มาพร้อมระบบเปิดปิดอัตโนมัติ One-touch (สำหรับรุ่น Premier เท่านั้น)
  • กันชนหน้าหลังพร้อมแผงกันกระแทกรอบคัน
  • กระจกมองข้างปรับระดับไฟฟ้าพร้อมสัญญาณไฟเลี้ยวแบบ LED
  • กระจกมองข้างพับระบบไฟฟ้า (สำหรับรุ่น LT และ Premier)

-       ล้ออัลลอย 17 นิ้ว สำหรับรุ่น LS และ LT และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต แบบทูโทนและยาง ขนาด 17 นิ้ว สำหรับรุ่น Premier

  • สีตัวถัง สีมาตรฐาน 5 สี (สีเงิน ออโรร่า ซิลเวอร์, สีเงิน แดซลิ่ง ซิลเวอร์, สีดำ สตาร์รี่ แบล็ก,   สีขาว แคนดี้ ไวท์ และสีแดง คาร์เนเลียน เรด)

การออกแบบและอุปกรณ์มาตรฐานภายใน

  • พวงมาลัยหุ้มหนัง (เฉพาะรุ่น Premier)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) สั่งการทำงานได้จากสวิตช์บนพวงมาลัย
  • พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมเครื่องเสียงพร้อมปุ่มรับวางสายโทรศัพท์
  • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ Push start (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • หน้าจอคอนโซลสีแบบดิจิตอล TFT ขนาด 7 นิ้ว (เฉพาะรุ่น Premier) ออกแบบให้มองเห็นง่ายและอ่านข้อมูลได้อย่างชัดเจน
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
  • ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ (สำหรับรุ่น Premier เท่านั้น)
  • ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนที่ 2 (สำหรับทุกรุ่น) และระบบปรับอากาศแยกส่วนสำหรับผู้โดยสารตอนที่ 3 เย็นทั่วถึงทั้งห้องโดยสาร (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • การออกแบบและจัดวางห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้าแบบ 6 ทิศทาง สะดวกสบายยิ่งขึ้น (เฉพาะรุ่น Premier) และรองรับผู้โดยสารสูงสุดถึง 7 ที่นั่ง (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • พื้นที่นั่งแถวที่ 2 เพิ่มพื้นที่ช่วงขาให้กว้างขึ้นและพื้นที่นั่งแถวที่ 3 พัฒนาให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้อย่างอเนกประสงค์ สามารถพับเบาะได้หลากหลาย ในอัตราส่วน 60:40
  • เบาะแถวที่ 3 พับได้ ในอัตราส่วน 50:50 (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • วัสดุหุ้มเบาะนั่งด้วยหนังสังเคราะห์สีชาโคลให้ความรู้สึกหรูหรา (สำหรับรุ่น LT และ Premier) และผ้ายีนส์ขอบดำให้ความรู้สึกสปอร์ตโฉบเฉี่ยว (สำหรับรุ่น LS)
  • มีที่วางแก้วและช่องเก็บของทุกแถว

ระบบเครื่องเสียงและความสะดวกสบาย

  • หน้าจออินโฟเทนเมนท์แสดงผลบริเวณคอนโซลกลางแบบระบบสัมผัส ขนาดใหญ่ 4 นิ้ว
  • Chevrolet Link ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิง แสดงหน้าจอมือถือบนจอ อินโฟเทนเมนท์
  • รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยสัญญาณบลูทูธ
  • ระบบเครื่องเสียง Infinity by Harman คุณภาพเยี่ยม แบบพรีเมียมรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 9 ตัวรวมซับวูปเฟอร์ (เฉพาะรุ่น Premier)
  • กุญแจอัจฉริยะ (PEPs) ระบบ keyless entry พร้อมระบบป้องกันการโจรกรรม (Immobilizer)  (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • ช่องเชื่อมต่อ USB พอร์ท 4 ตำแหน่ง (สำหรับรุ่น LT และ Premier) ช่องจ่ายกระแสไฟ 12 โวลต์ บริเวณคอนโซลกลาง
  • ระบบไฟนำทางเข้าบ้าน Walk Me Home ช่วยส่องไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์

ระบบความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัยและคานเหล็กนิรภัยกันแรงกระแทกจากด้านข้าง
  • ถุงลมนิรภัย SRS สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า ถึง 4 จุด (สำหรับรุ่น LT และ Premier)
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร
  • ระบบแจ้งเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยฝั่งผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า
  • ตำแหน่งยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กได้มาตรฐานสากล ISOFIX สำหรับผู้โดยสารตอนที่ 2
  • กล้องมองภาพหลังพร้อมเส้นกะระยะช่วยเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ในที่แคบ
  • กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 degree Camera 4 ตำแหน่งรอบคัน (เฉพาะ รุ่น Premier เท่านั้น)
  • เซ็นเซอร์หน้า (เฉพาะ รุ่น Premier) และเซ็นเซอร์หลังช่วยในการนำรถเข้าจอด (Front & Rear Park Assist)
  • ระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนแรงดันลมยาง (TPMS)
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)
  • ระบบเสริมแรงเบรก (BA)
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลและล้อหมุนฟรี (TCS)
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวของรถ (ESC)
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะรถอยู่บนทางลาดชัน (HSA)
  • ระบบไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกระทันหัน (ESS)
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (Auto Vehicle Hold)
  • ระบบไล่ฝ้าที่กระจกหลัง

แชสซีส์ การควบคุม เบรกและระบบกันสะเทือน

  • ด้านหน้า: อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ด้านหลัง: อิสระ มัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ด้านหน้า: ดิสก์เบรก
  • ด้านหลัง: ดิสก์เบรก
  • ขนาดยางหน้าและหลัง 215 / 60 R17
  • ยางอะไหล่ 215 / 60 R17

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

  • เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ (DVVT) และระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
    • เครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว
    • กระบอกสูบ-ระยะชัก 8 x 84.7 มม.
    • อัตราส่วนกำลังอัด 8:1
    • ผ่านมาตรฐานมลพิษไอเสียยูโร 4
    • ความจุ 1,451 ซีซี
    • พละกำลัง 143 แรงม้า (105 กิโลวัตต์) ที่ 5,000 รอบต่อนาที
    • แรงบิด 250 นิวตันเมตร ที่ 2,400 รอบต่อนาที
  • เกียร์อัตโนมัติแปรผันแบบต่อเนื่อง CVT พร้อมโหมด Shift Control + - 8 สปีด สะดวกสบาย
    ในการขับขี่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างราบลื่นและนุ่มนวล
    • อัตราทดเฟืองท้าย : 5.511
    • อัตราทดเกียร์ถอยหลัง : 1.754
    • อัตราทดเกียร์ส่งกำลัง : 2.631-0.378
    • ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า
  • ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ(EPS)
  • เบรกมือไฟฟ้า (EPB)
  • ความจุถังน้ำมัน 52 ลิตร
  • รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E10
  • ระบบหัวฉีดแบบหลายจุด

มิติตัวถังภายนอก

  • ความยาว 4,655 มม. (พร้อมกันชนหน้า)
  • ความกว้าง 1,835 มม. (พร้อมกระจกมองข้างที่ขยายจนสุด)
  • ความสูง 1,760 มม.
  • ระยะต่ำสุดจากพื้น 175 มม.
  • ล้ออัลลอย 17 นิ้วและยาง 215/60 R 17
  • น้ำหนักรถเปล่า 1,520 กก. (รุ่น LS), 1,600 กก. (รุ่น LT), 1,630 กก. (รุ่น Premier)

ราคาจำหน่าย

  • LS – ราคา 999,000 บาท
  • LT – ราคา 1,099,000 บาท
  • Premier – ราคา 1,199,000 บาท