MG EP ไฟฟ้า100% ครบทุกฟังก์ชัน EV สมรรถนะดี ประหยัดคุ้ม พื้นที่เยอะ

บริษัทเอ็มจี เซลส์(ประเทศไทย) ถือเป็นอีกค่ายหนึ่งที่เปิดแนวรบทำตลาดรถยนต์ในบ้านเราได้อย่างต่อเนื่องมากพอสมควร ไม่ว่าจะเรื่องของโปรดักค์ เรื่องของศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายที่มีการขยับขายรองรับลูกค้าที่ดูเหมือนว่าจะเติบโตขึ้นทุกวัน และในส่วนของโปรดักค์ของเอ็มจีนั้นก็จะมีสินค้าใหม่ๆออกมาให้ลูกค้าได้สัมผัสตัดสินใจกันเป็นระยะๆอีกด้วยเหมือนกัน ล่าสุดก้อจะเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100 % แบบสเตชั่น แวกอน

หากเราพูดถึงรถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 100 % และมีพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง ในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทแล้ว  MG EP ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

ด้วยทรงรถที่เป็นแบบ Station Wagon มิติตัวถังที่มีขนาดใหญ่ ห้องโดยสาร และพื้นที่กว้างขวาง และที่สำคัญคือราคาอยู่ที่ 988,000 บาท ซึ่งถ้าดูตัวเลขราคาเมื่อเทียบกับค่ายอื่นๆแล้วถือว่าราคาต่ำกว่าใครๆ

รุ่นที่สามารถเปรียบเทียบได้ก็จะมี MG ZS EV , NISSAN LEAF และน้องใหม่อย่าง ORA GOOD CAT ที่เพิ่งเปิดตัวไปแบบสดๆร้อนๆ ทำให้กระแสรถไฟฟ้าในปัจจุบันได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เรามาเปรียบเทียบราคารถไฟฟ้าในกลุ่มนี้กัน

MG EP = 988,000 บาท

ORA GOOD CAT = 989,000 บาท

MG ZS EV = 1,190,000 บาท

NISSAN LEAF = 1,990,000 บาท

 

ORA GOOD CAT

MG ZS EV

NISSAN LEAF

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า MG EP เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100 % พละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า + แบตเตอรี่ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 263 นิวตันเมตร ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบ แม็คเฟอร์สันสตรัท ช่วงล่างด้านหลังเป็น ทอร์ชั่นบีม

แบตเตอรี่ของ MG EP จะเป็นแบบ ลิเธียมไอออน ขนาดของความจุแบตเตอรี่ 50.3 กิโลวัตต์/ชั่วโมง จะมีขนาดใหญ่กว่าแบตเตอรี่ของ MG ZS EV ซึ่งแบตเตอรี่ของ MG ZS EVจะอยู่ที่ 44.5 กิโลวัตต์/ชั่วโมง

ในส่วนของการชาร์จไฟของ MG EP จะชาร์จได้ 3 รูปแบบ คือ 1. Home Charger 2. ชาร์จตามสถานีตู้ชาร์จทั่วไป และ 3. Emergency Charge

ถ้าชาร์จแบบ Home Charger 0-100% จะใช้เวลาทั้งหมด 8 ชั่วโมง แต่ถ้าชาร์จตามสถานีตู้ชาร์จทั่วไป จะเป็นแบบ Fast Charge 0-80% จะใช้เวลาประมาณ 40 นาที และจาก 80-100% จะใช้เวลาอีก 15-20 นาที ก็รวมๆแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงพอดีครับ

ดีไซน์ภายนอกของ MG EP จะออกไปทางหรูหราซะเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้จะเป็นทรง Station Wagon ไฟหน้าเป็นแบบ Halogen ไม่ได้เป็นแบบ LED แต่ว่าไฟ Daytime Running Light เป็นแบบ LED และมีระบบเปิด-ปิด อัตโนมัติ

มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ไซส์ยางขนาด 205/60 R16 และกระจกมองข้างมีไฟเลี้ยวแบบ LED ให้ด้วย แต่ว่า MG EP จะไม่มี Keyless Entry ให้ ต้องใช้รีโมทเพื่อปลดล็อคอย่างเดียว

ด้านท้ายของ MG EP โดยเฉพาะ ไฟท้าย ไฟเบรกดวงที่สาม เป็น LED ทั้งหมด มีสปอยเลอร์หลังด้านบน และมีกล้องมองหลังให้อีกด้วย เรื่องพื้นที่ด้านท้ายหายห่วง เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าสามารถเก็บของได้เยอะมาก และสามารถพับเบาะด้านหลังได้อีกด้วย

ภายในมีความหรูหราอยู่พอสมควร โดยเฉพาะภายในที่เป็นสีดำ ให้ความพรีเมียมได้ดี หน้าจอ Entertainment ไม่ได้เป็น I-Smart แต่สามารถเชื่อมต่อ Apple Carplay Android Auto ได้ด้วย พร้อมกับหน้าจอ Touch-Screen มีช่อง USB และ ช่องไฟ 12 V เบรกมือไฟฟ้าก็มีให้เช่นเดียวกัน แต่เสียดายคือเบาะทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ได้เป็นแบบไฟฟ้า

 

ช่วงทดลองขับ

หลังจากที่ได้ทดลองขับ MG EP บอกเลยว่ารู้สึกประทับใจในความประหยัดมากๆ ที่สำคัญสัมผัสได้ถึงความแรง และก็ยังมีความนุ่มนวลด้วย

มีโหมดปรับความประหยัดหรือเรียกว่า KERS มีอยู่ 3 โหมด โหมดแรกก็จะไม่ค่อยประหยัดสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังชาร์จไฟเข้าไปในแบตเตอรี่อยู่ โหมดที่สองก็จะเริ่มประหยัดขึ้น และโหมดที่สามคือจะประหยัดสุดๆ

โหมดการขับขี่มีทั้ง NORMAL และ ECON เวลาขับด้วยโหมด NORMAL ก็จะมีอาการหน่วงแต่ไม่เยอะเท่ากับ ECON แนะนำว่าถ้าอยากประหยัดให้ใช้ ECON กับ KERS โหมดที่ 3 จะเหมาะมากกับขับอยู่ในเมืองเวลารถติด ไม่เหมาะกับขับบนทางด่วนหรือถนนโล่งสักเท่าไหร่ เพราะจะมีอาการหน่วงในการปล่อยคันเร่งทันที

ช่วงล่างถ้าไม่ได้ขับในช่วงความเร็วสูงมาก ถือว่านุ่มและเกาะถนนได้ดี แต่ถ้าอยู่ในความเร็วสูงหรือเข้าโค้งจะมีอาการลอยๆ อยู่บ้าง ทัศนวิสัยถือว่ากว้างมาก มองแล้วไม่รู้สึกอึดอัด ส่วนพวงมาลัยอาจจะไม่กระชับมากนัก แต่ก็สามารถใช้งานได้ดี

 

สรุปโดยรวมกับรถไฟฟ้า MG EP ในราคาไม่ถึง 1 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าพอตัว โดยเฉพาะใครที่สนใจแล้วตั้งงบไว้ประมาณนี้แล้วอยากได้รถไฟฟ้าเสียบปลั๊ก 100% เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หรือจะออกไปเที่ยวในระยะทางที่ไม่ไกลมาก การชาร์จเต็ม 1 ครั้งที่วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตร และในปัจจุบันก็มีสถานีตู้ชาร์จเยอะขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ซึ่งถ้าเทียบกับการใช้น้ำมันแล้วคุณจะประหยัดเงินในกระเป๋าได้พอสมควรเลยครับ

เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับรถไฟฟ้า MG EP รุ่นนี้ครับ.