TOYOTA FORTUNER GR SPORT รุ่นTOPที่สุดในตระกูล FORTUNER และก็แพงที่สุดเช่นกัน

ถ้าเราพูดถึงรถ PPV ในตลาดประเทศไทย ที่นิยมและครองตลาดได้ดีมากๆ ในปัจจุบันคงจะหนีไม่พ้น TOYOTA FORTUNER และรุ่นที่นำมาทดสอบในวันนี้เป็นรุ่น TOP ที่สุดในตระกูล FORTUNER นั่นก็คือรุ่น FORTUNER GR SPORT ด้วยราคาค่าตัวที่ 1.,899,000 บาท กับรถ PPV ที่ราคาเกือบ 2 ล้านบาท ออฟชั่น ระบบความปลอดภัย มีมาให้ครบ แต่ราคานี้ถ้าเพิ่มเงินอีกประมาณ 3-4 แสนบาทก็อาจจะได้รถยุโรปอย่างเช่น BMW หรือ MERCEDES BENZ ที่เป็นทรงเดียวกัน ในราคาประมาณ 2ล้านต้นๆ หรือ 2ล้านกลางๆ เว็บไซต์ Carwizard จะพาไปดูรอบคันว่า ราคานี้ แตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างไรบ้าง แล้วคุ้มค่าหรือไม่ ?

เครื่องยนต์ของ TOYOTA FORTUNER GR SPORT ขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ให้กำลังสูงสุดที่ 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift และระบบขับเคลื่อน 4WD ส่วนช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube และช่วงล่างด้านหลังแบบโฟร์ลิงค์ พร้อมคอยล์สปริง เหล็กกันโคลง และช็อคแอบซอร์บเบอร์ แบบ Monotube

ดีไซน์ภายนอกสะท้อนความเป็น Sport Premium PPV กระจังหน้าสีดำเงาดีไซน์ใหม่ พร้อมสัญลักษณ์ GR ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง กันชนหน้าพร้อมชุดตกแต่งสีดำเงา มือจับประตูสีเดียวกับตัวรถ สปอยเลอร์หลังดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ท ล้อแมกขนาด 20 นิ้ว สีพิเศษเฉพาะรุ่น GR Sport ยางที่ใช้ขนาด 265/50R20 ดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน พร้อมคาลิปเปอร์สีแดง และสัญลักษณ์ GR ทั้ง 4 ล้อ ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟ Daytime Running Light ทั้งหมดเป็นแบบ LED ไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ เซ็นเซอร์ด้านหน้า-ด้านหลัง มีกล้อง 360 องศา และกล้องมองหลัง ที่เป็นแบบ 3D ความคมชัดของภาพถือว่าดีมาก

ดีไซน์ภายในมีความสปอร์ตมากขึ้น โทนสีดำสลับสีแดง เบาะเป็นแบบหนังสังเคราะห์ มีโลโก้ GR ตรงพวงมาลัย และที่พิงศรีษะของผู้โดยสารด้านหน้าและฝั่งคนขับ เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า ส่วนเบาะด้านหลัง ก็นั่งสบายไม่อึดอัดมากนัก มี USB-C ให้ 2ช่อง ปลั๊ก AC 220V มีแอร์ด้านหลัง สามารถพับเบาะได้ทั้งแถวที่2 และแถวที่3 แต่แถวที่3 จะไม่ได้พับแบบเรียบ แต่จะพับด้านข้างแทน ด้านท้ายเปิดด้วยระบบไฟฟ้า และ Kick Sensor ลำโพงในรถรอบคันยังเป็นของ JBL เรื่องคุณภาพเสียงไม่ต้องพูดถึง ดีแน่นอน

ระบบความปลอดภัยที่มีมาให้ใน TOYOTA FORTUNER GR SPORT

-กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor) พร้อมมุมมองแบบ 3D View

-ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)

-ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

-ระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD

-ระบบเสริมแรงเบรก BA

-ระบบควบคุมการทรงตัว VSC

-ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC

-ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC

-ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC

-ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC

-ระบบควบคุมเฟืองท้าย (Auto Limited Slip Differential)

-ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS

-ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA

-โครงสร้างนิรภัย GOA

-ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS

ช่วงทดลองขับ หลังจากที่ได้ลองขับแล้วบอกได้เลยว่า แรงใช้ได้เลย อัตราเร่งดี เวลาแซงกดคันเร่งนิดเดียวรถก็ตอบสนองทันที ไม่รอรอบเลย โดยพละกำลัง 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตันเมตร ทำได้ดีและเหลือเฟือมากๆ แต่จุดสังเกตของรถคันนี้คือ เวลาขับจะรู้สึกว่ารถมีความสูงมากกว่าปกติ ทั้งๆที่ ขนาดใกล้เคียงกันกับรถ PPV รุ่นอื่นๆ ทัศนวิสัยการขับขี่ไม่มีปัญหา มุมมองกว้างพอสมควร การทำความเร็วถือว่าทำได้ดีพร้อมกับช่วงล่างที่เป็น Monotube ทำให้เวลาขับความเร็วสูงๆ ไม่รู้สึกว่ามีอาการโยนเท่าไรนัก ซึ่งจากที่ลองความเร็วประมาณ 140-150 ก็ยังนิ่งๆอยู่พอสมควร พวงมาลัยกริ๊ปเวลาจับค่อนข้างกระชับมือ การเปลี่ยนเลนในความเร็วสูงก็ทำได้ดีเช่นกัน เสียงลมจะเข้าประมาณความเร็ว 140 กม/ชม ถ้าไม่ตั้งใจฟังเสียงจริงๆ แทบจะไม่รู้สึกว่ามีลมเข้ามาในห้องโดยสารเลย และการเก็บเสียงก็ถือว่าทำได้ดีในระดับนึง

สรุป TOYOTA FORTUNER GR SPORT กับราคาค่าตัว 1,899,000 บาท กับการอัพเกรดให้เป็นรุ่น TOP ที่สุดในตระกูล FORTUNER ถือว่าทำมาค่อนข้างดี ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอก-ภายใน ระบบความปลอดภัยต่างๆ การขับขี่ ช่วงล่างแบบ Monotube ที่รู้สึกมั่นใจเวลาขับ แต่ก็ต้องคำนึงถึงราคาที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร อย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้น เพิ่มเงินประมาณ 3-4แสนบาท ก็จะได้รถยุโรปแล้ว แต่ว่ารถยุโรปจะได้เป็นตัวต้นซึ่งออปชั่นก็จะตัดออกไปอยู่พอสมควร ถ้าเทียบกับคันนี้ที่เป็นรุ่น TOP แล้ว ออฟชั่นให้มาครบขนาดนี้ ก็เป็นอีกปัจจัยนึงที่ทำให้การตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้นครับ