MAZDA MX-5 สปอร์ต โรดสเตอร์ ราคาไม่ถึง 3 ล้าน !

น้อยครั้งนักที่เราจะเห็นรถยนต์เข้าไปบันทึกสถิติอยู่ใน Guinness World Record  ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามที่ถูกบันทึกในนี้ ย่อมไม่ใช่ธรรมดา“รถยนต์” ก็เหมือนกันและที่กำลังจะบอกกล่าวอยู่นี้นั่นก็คือรถยนต์จากค่าย “มาสด้า” ครับ มาสด้า MX 5 รุ่นนี้เป็นรถที่ได้รับการจดบันทึกใน Guinness World Record ว่าเป็นรถสปอร์ต 2 ประตู โรดสเตอร์ขนานแท้ที่ขายดีที่สุดในโลกโดย Guinness World Records ลงบันทึกไว้ว่า ปี 2000 มาสด้า MX 5  เป็นรถสปอร์ตเปิดประทุนสองประตูที่ขายดีที่สุดในโลก เมื่อเปรียบเทียบกับรถคลาสเดียวกันด้วยยอดการผลิต  531,890คัน เขาจะระบุเป็นยอดการผลิตนะครับ ไม่ใช่ยอดขาย เหตุผลก็คือว่าเมื่อผลิตมากยอดขายก็ต้องมากเท่านั้นเอง สองสามวันก่อนทีมงานของเว็ปไซต์และรายการ “พ่อมดรถยนต์” ได้มีโอกาสนำรถสปอร์ตที่ขายดีที่สุดในโลกคันนี้ รุ่นนี้มาทดลองขับเพื่อที่จะนำมารีวิวให้คุณผู้อ่านและคุณผู้ชมรายการของเราได้รับทราบข้อมูลกัน Mazda MX 5 รถสปอร์ตเปิดประทุนรุ่นนี้มีอะไรดีมาดูกันครับ

Mazda MX-5 ที่เราได้ขับกัน

รูปลักษณ์ภายนอกของ MX-5  เป็นไปตามคอนเซ็ปต์โคโดะ ดีไซน์  KODO  DEISIGN  ที่จะเน้นแสงและเงาของตัวรถ ทำให้ดูโดดเด่นมากขึ้น

เห็นได้จากฝากระโปรงหน้าที่ถูกออกแบบมาให้ยาวๆแต่ดูปราดเปรียว ผสมผสานสอดรับไปกับหลังคาที่ดีไซน์ออกมาและสามารถเปิด-ปิด ได้ ภายในเวลา 13 วินาทีเท่านั้น

ขับแบบเปิดประทุนหล่อสุดๆ  หลังคาจะเปิด-ปิดใช้เวลาเพียง 13 วินาทีเท่านั้น

มุมแบบเปิดประทุนแต่ปิดกระจก

มุมมองจากด้านหลัง

ส่วนไฟหน้าออกแบบมาดูคล้ายๆตาเหยี่ยว ทรงสามเหลี่ยม เป็นไฟระบบอัจฉริยะ Adaptive LED Headlamps ที่จะเปิด ปิด และลดระดับลงเองอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางมา

ด้านหน้าทรง Sport

ไฟหน้า Mazda MX-5

ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว แก้มข้างและซุ้มล้อออกแบบทำให้โปร่งออกมาและใหญ่ขึ้น หากจะนำไปแต่งโมดิฟายเปลี่ยนล้อใหญ่และกว้างขึ้นก็ทำได้โดยที่ไม่ติดซุ้มล้อ

ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

ส่วนทางด้านหลังไฟท้ายเป็น LED U Shape การออกแบบไฟท้ายจะออกมาหน้าตาคล้ายๆกับนกเหงือกดูเท่ห์ แปลกและใหม่ ไม่ซ้ำกับใคร

ด้านท้ายและท่อไอเสีย

การออกแบบไฟท้ายจะออกมาหน้าตาคล้ายๆกับนกเหงือกดูเท่ห์

ไฟถอยก็จะมีอีกตำแหน่งคือบริเวณกันชน รวมถึงไฟเบรกเห็นเด่นชัดอยู่ในตำแหน่งที่คันหลังมองเห็น มาดูกันที่ภายในกันบ้าง ! MX 5 ลำนี้ รุ่นนี้

ภายในเขากว้างนั่งสบายนะครับ โดยเฉพาะเบาะคู่หน้าเหยียดแข้งเหยียดขาได้สบายๆ ส่วนเบาะหลังนั่งอึดอัดนิดหน่อยสำหรับคนตัวใหญ่

ภายในโดยรวมของ Mazda MX-5

โซนของผู้ขับ

หน้าปัดของคนขับ

การออกแบบเบาะนั่งออกแบบมาเป็นสีดำเพื่อตัดกับด้ายสีแดง ดูสปอร์ตๆ ดูแมนๆ เต็มร้อย เบาะนั่งนั่งได้กระชับตัว  ขับขี่ทางไกลๆ สบายๆ

ด้านการตกแต่งภายในถือว่าตกแต่งได้เฉียบมาก ภายในตกแต่งสีดำสนิท ตัดกับบางจุดที่เป็นโครเมี่ยม ปุ่มบังคับต่างๆถูกออกแบบมาให้เหมือนกับขับรถแข่งอยู่ภายในสนาม

เบาะและพื้นที่ภายในโดยรวม

ปุ่มควบคุมที่อยู่ใจกลางรถ

ที่วางแก้วภายในรถ

จุดเด่นอีกอย่างก็จะเป็นลำโพง เป็น Bose มีติดตั้งอยู่  9 จุด จะมี 4 ตัวฝังอยู่ในเบาะ มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อบูทูธ USB 2 จุด AUX ได้ตามที่ต้องการ

ส่วนระบบควมคุมความเย็นจะเป็นแบบอัตโนมัต จะปรับอุณหภูมิเองทันทีเมื่อร้อนหรือหนาวจนมากเกินไป

เกียร์ทรงสปอร์ตและควบคุมง่ายกว่าเดิม

ระบบต่างๆอยู่ฝั่งขวาคนขับระบบความปลอดภัยมีมาให้มากมายหลากหลาย มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัต มีระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน มีระบบ เซ็นเซอร์กะระยะช่วยจอดถึง 4 ตำแหน่ง

รวมถึงระบบกันลื่นไถลมีมาให้ด้วย ซึ่งระบบเหล่านี้จะสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ ส่วนการเปลี่ยนเกียร์ก็มี Paddle Shift มาให้เพื่อความสะดวกสบาย

ด้านเครื่องยนต์เป็น Sky Activ G ขนาด 2.0 ลิตร สาวกมาสด้าน่าจะรู้จักกันดีเพราะมันถูกฝังอยู่ใน Mazda CX-5  Mazda CX-3 และ Mazda 3

กำลังอัดของเครื่องยนต์ 2 ลิตรนี้อยู่ที่ 13.0:1  ส่งผลให้กำลังสูงสุดเครื่องยนต์ได้ที่ 184  แรงม้าที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุดเพียง   205  นิวตันเมตรที่ 4,600 รอบต่อนาที ใช้ E20 ได้ด้วย

ระบบส่งกำลังเป็นชุดเกียร์อัตโนมัติ  Sky Activ Drive 6 สปีด มีมาพร้อมโหมดปรับอัตราทดเกียร์ด้วยตัวเอง  Activmatic   สามารถใช้งานได้ที่คันเกียร์ หรือจะเลือกกระดิกนิ้วผ่านแป้น Paddle Shift ก็ได้

ปุ่มสตาร์ทเป็นระบบ Push Start Button

Mazda MX-5 เป็นแบบ Push-Start นะครับ

Mazda MX 5 คันนี้ทีมงานได้นำมาทดลองขับพอจะสรุปได้ว่าในเรื่องของการขับขี่นั้นเป็นรถที่ขับสนุก การทรงตัวดีมาก อัตราเร่งทั้งต้น ทั้งปลายตอบโจทย์ความเป็นรถสปอร์ตได้อย่างแท้จริง

ช่วงจังหวะเร่งเครื่องจะได้ยินเสียงเครื่องคำรามเร้าใจทีเดียว กาสรทำงานของพวงมาลัยแม่นยำ

ระหว่างการขับขี่ความที่เป็นรถสปอร์ต จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของความกว้างขวางสะดวกสบายในห้องโดยสารอยู่บ้าง โดยเฉพาะเบาะที่นั่งด้านหลัง  ส่วนเบาะคู่หน้าไม่มีปัญหา แต่อาจจะรู้สึกจมๆหน่อยเพราะเป็นรถสปอร์ต

ตอนได้ทดลองขับทีมงานรู้สึกมั่นในการขับมากๆ เพราะนอกจากโครงสร้างของตัวรถยนต์ที่ทำให้ขับสนุกแล้ว ระบบความปลอดภัย ระบบความควบคุมและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มีมากับตัวรถล้วนมีประโยชน์และใช้งานได้จริง

เป็นรถสปอร์ตที่สวย ดูเท่ห์ สะดุดตาและขับสนุกครับ

ที่สำคัญราคาอยู่ที่  2,890,000 บาท ถือว่าไม่แพงครับกับ “โคโดะ ดีไซน์” ลำนี้ !