TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID ความประหยัดและความปลอดภัยที่ไว้ใจได้

หากเราจะพูดถึงรถยนต์ที่มีความประหยัด และในด้านความปลอดภัย TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID ก็เป็นอีก 1 ในตัวเลือกของผู้ที่ชื่นชอบในความเป็นโตโยต้า ขึ้นชื่อว่าโตโยต้ามักจะถูกพูดถึงในเรื่องความประหยัดซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ HYBRID ของ TOYOTA COROLLA ALTIS ในเจนเนเรชั่นที่ 12 ถือได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงพอสมควร และในเรื่องของความปลอดภัย ก็เสริมออปชั่นมาให้เยอะไม่แพ้กัน โดยรุ่นที่นำมาในครั้งนี้ คือรุ่น Hybrid Premium Safety หรือรุ่นท๊อปสุดของ Toyota Corolla Altis Hybrid เว็บไซต์ Carwizard ของเรา จะพาไปดูรอบคันว่า มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง และคุ้มค่าที่จะซื้อหรือไม่ ?

ราคาแต่ละรุ่นของ TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย

- รุ่น HYBRID SMART ราคา 939,000 บาท

- รุ่น HYBRID PREMIUM ราคา 994,000 บาท

- รุ่น HYBRID PREMIUM SAFETY ราคา 1,099,000 บาท

เครื่องยนต์ของ ALL-NEW TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID

เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 Hybrid 4 สูบ รหัส 2ZR-FXE Atkinson cycle 1,798 ซีซี. VVT-i ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตร ที่ 3,600 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor แรงดันไฟฟ้า 600 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิด 163 นิวตันเมตร แบตเตอรี่แบบ Nickel metal Hydride (Ni-MH) แรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ 28 Modules 6.5 Ah รวมพละกำลังจากทั้งเครื่องยนต์ และ มอเตอร์ไฟฟ้าให้ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ แบบ E-CVT ให้การประหยัดถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร 

ด้านหน้า

ด้านข้าง

ด้านท้าย

ล้อขนาด 17 นิ้ว

ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED มีเฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety

กระจกมองข้าง พร้อม Blind Spot

ไฟท้ายและไฟเบรก LED

กระจังหน้า และกันชนหน้า ดีไซน์สปอร์ต

กล้องมองหลัง

ยางอะไหล่ด้านท้าย

พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

ด้านดีไซน์ภายนอก ก็จะตามสไตล์ของโตโยต้าคือเรียบง่าย มีความคลาสสิคมากกว่าจะเป็นความหรูหราและความสปอร์ตอยู่พอสมควร ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เป็นผู้ใหญ่มักจะชอบใช้โตโยต้า โดยถ้าพูดถึงโดยรวมก็โอเคนะ แต่น่าเสียดายมากที่ไม่มีกล้อง 360 องศา ในทุกรุ่นย่อย แต่จะมีเป็นกล้องมองหลังให้ ซึ่งความชัดของภาพก็อยู่ในระดับปานกลางนะ คันนี้ยังได้ไฟ เปิด-ปิด อัตโนมัติ ไฟคู่หน้า LED ไฟ DAYTIME RUNING LIGHT LED ไฟเบรกด้านหลังก็เป็นแบบ LED ไฟตัดหมอก LED แต่ว่าไฟตัดหมอก LED จะมีเฉพาะรุ่นท๊อปหรือว่ารุ่น HYBRID PREMIUM SAFETY เท่านั้น กระจังหน้า และกันชนหน้า ดีไซน์ก็จะดูมีความเฉียบคมและมีความสปอร์ตอยู่บ้าง กระจกมองข้างก็ยังมี BLIND SPOT ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ถือว่ากว้างอยู่พอสมควรเลย แล้วยังสามารถพับเบาะด้านหลังได้อีกด้วย และก็ยังมียางอะไหล่แถมมาให้อีก ซึ่งตรงนี้บางรุ่นยางอะไหล่ก็ยังไม่มีมาให้เลย ถือว่าเป็นอีกปัจจัยนึงในการเลือกซื้อรถก็ได้นะ แล้วถ้าใครที่ชอบความเป็นโตโยต้าอัลติสอยู่แล้ว คันนี้ก็ตอบโจทย์ครับ

หน้าจอแสดงผลขนาด 8.8 นิ้ว

เกียร์อัตโนมัติ E-CVT

โหมดการขับขี่ ทั้ง 3 โหมด ได้แก่ EV MODE , POWER , MODE , NORMAL MODE

เบรกมือไฟฟ้า

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า ABS

พวงมาลัย Multi Function และ Cruise Control

หน้าจอฝั่งผู้ขับขี่ขนาด 7 นิ้ว

Headup Display มีเฉพาะรุ่น Hybrid Premium Safety

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ดีไซน์ Hybrid

Wireless Charger มีเฉพาะรุ่นท๊อปและรองท๊อป

ช่อง USB และ ช่องไฟ 12 V

แผงแอร์ด้านหน้า พร้อมจอ LED แสดงผลควบคุม

ดีไซน์ภายในก็ยังคงความเป็นสไตล์ของโตโยต้าเช่นเคย มองทีแรกก็รู้เลยว่านี่คือโตโยต้า ระบบความปลอดภัยคันนี้มีให้ครบอย่าง Toyota Safety Sense และที่สำคัญกระจกของ TOYOTA COROLLA ALTIS HYBRID ยังเป็นกระจกบังลมหน้าแบบกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass)ช่วยลดเสียงลมจากภายนอกได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนมาก ทัศนวิสัยถามว่ากว้างมั้ย ก็ไม่กว้างเท่าไหร่นะ แต่ก็ไม่ได้แคบจนเกินไป ยังอยู่ในระยะที่มองเห็นได้ชัดเจน โหมดการขับขี่มี อยู่ 3 โหมดด้วยกันได้แก่ EV MODE , POWER MODE , NORMAL MODE มีเบรกมือไฟฟ้าให้ และยังมีที่ชาร์จแบบ Wireless Charger มาให้อีกด้วย ช่องเก็บของตรงกลางมี ช่อง USB และ ช่องจ่ายไฟ 12 V ให้ แอร์ไม่ได้เป็นแบบ Dual Zone และยังมี Headup Display ให้อีกด้วย

Toyota Safety Sense

  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam Control
  • ระบบเตือนเมื่อผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้า Driver Assist Alert
  • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ เบรกอัตโนมัติ Pre-Collision System
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ Lane Departure Warning With Steering Assist
  • ระบบประคองรถให้อยู่ในช่องจราจร Lane Tracing Assist
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • กล้องมองภาพขณะถอยจอด

ระบบความปลอดภัย

  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC
  • ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง หัวเข่าคนขับ 1 ตำแหน่ง คู่หน้า 2 ตำแหน่ง ม่านนิรภัย 2 ตำแหน่ง ด้านข้าง 2 ตำแหน่ง

แผงแอร์ด้านหลัง

ที่วางแขน/ที่วางแก้ว

เบาะปรับไฟฟ้าคู่หน้า มีเฉพาะ รุ่น Hybrid Premium Safety

ห้องโดยสารด้านหน้า

ห้องโดยสารด้านหลัง

สรุป จากการที่ได้ไปทดลองขับมา ถือว่าประทับใจอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเรื่องลมแทบจะไม่ได้ยินเสียงลมเข้าเลย แต่ต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กม/ชม. ถ้าเกินจากนี้เสียงลมก็อาจจะเข้าอยู่พอสมควร พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างอยู่นะ ไม่แคบ หรือว่าอึดอัดเกินไป นั่งสบาย ให้อารมณ์ความเป็นผู้ใหญ่ตามสไตล์โตโยต้าเลย ระบบความปลอดภัยก็มีให้เช่น ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง  , ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง , ระบบความปลอดภัยก่อนการชน และ เบรกอัตโนมัติ เป็นต้น

ในราคาค่าตัวทั้ง 3 รุ่น ราคา 939,000 บาท จนถึง 1,099,000 บาท ออปชั่นก็จะต่างกันตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตามอยู่ที่การตัดสินใจของเราว่า รุ่นไหนเหมาะสมกับการใช้งาน และ คุ้มค่ากับการจ่ายเงินเพื่อรถคันนี้ !!!