ซีดานรุ่นใหม่สุดเท่ Honda New Civic Turbo RS

ได้ยลโฉมกันไปเป็นที่เรียบร้อย กับ Honda New Civic Turbo RS ที่มีการไมเนอร์เชนจ์สีใหม่ กับสีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ และเพิ่มระบบ Honda Sensing เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ  อีก 2 จุด  เมื่อช่วงมอเตอร์เอ็กซ์โปร์ ปลายปีที่ผ่านมา และแน่นอน ทางฮอนด้า ได้จัดกิจกรรมพาคณะสื่อมวลชน เดินทางร่วมทดสอบสมรรถนะ บนเส้นทาง ไปกลับ กรุงเทพฯ – เขาใหญ่ รวมระยะทาง กว่า 370 กิโลเมตร ในความสนุกแบบวันเดย์ทริป การเดินทางใน Route ที่จัดไว้ครั้งนี้ จะมีสลับสับเปลี่ยนกันขับ มีทั้งเส้นทางในถนนปกติ และ เส้นทางขึ้นเขา ลงเนิน เพิ่มอรรถรส ความสนุก เร้าใจ ในการขับขี่ และ ทดลองระบบ Honda Sensing กันตลอดระยะทาง

โดยการเดินทาง ในครั้งนี้เริ่มต้นกันที่ ศูนย์ฝึกอบรม ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ย่านมีนบุรี ในช่วงแรก ของการเดินทาง เราใช้ถนนกาญจนาภิเษก ซึ่งสามารถทำความเร็วได้ และได้มีโอกาสลองระบบ ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (LKAS) ระบบนี้จะทำงานควบคู่กับกล้องหน้ารถ โดยทำการจับเส้นแบ่งช่องการเดินรถ และทำงานควบคู่กับระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) เมื่อมีการเปลี่ยนเลนโดยไม่ตั้งใจ และ ผู้ขับขี่ไม่ตอบสนอง พวงมาลัยจะมีอาการขืน และ สั่นเบาๆ ให้ผู้ขับขี่รู้ อีกทั้งยังสามารถ ดึงพวงมาลัยให้กลับมาอยู่ในช่องทางได้ เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ ในกรณีที่ไม่ตอบสนอง จะมีการชะลอความเร็วของรถอีกด้วย  แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามา สำหรับเจ้า ฮอนด้า ซีวิคใหม่ คงหนีไม่พ้นการพัฒนาระบบ Honda Sensing เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ในอีก 2 จุด คือ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถคันหน้าที่ความเร็วต่ำ (ACC with LSF) ซึ่งระบบนี้จะช่วยควบคุมความเร็วรถ หรือ ที่คุ้นเคยกันดี ในชื่อ Adaptive Cruise control ที่จะสร้างความสะดวกสบายให้ผู้ขับขี่ เวลาเดินทางไกลๆและต้องการพักเท้า คลายความเมื่อยล้า แต่ยังไม่พอ มีการเสริม Low – Speed Follow ระบบขับตามรถคันหน้า แถมยังสามารถปรับความเร็ว เพิ่ม ลด ตามคันหน้าได้ ในระยะห่างที่ปลอดภัย บอกได้คำเดียวครับ ว่าทดลองใช้แล้วสะดวกสบายกันทีเดียว สมกับสโลแกน เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะจริงๆ ทีมพ่อมดรถยนต์ขอคอนเฟิร์มกันเลยครับ ตลอดการเดินทาง จนถึงเขาใหญ่ ก็ได้มีการทดลองระบบกันเป็นระยะ อีกสิ่งหนึ่งที่รู้สึกสร้างความปลอดภัยได้ไม่น้อยไปกว่ากันเลย คือกล้องที่ช่วยมองในมุมอับ ที่การแสดงผลบนหน้าจอชัดเจน ทำให้รู้สึกปลอดภัยเพิ่มขึ้นครับ อีกระบบหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา คือระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam เป็นระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติด้วยกล้อง โดยจะตรวจจับหากมีรถสวน หรือรถคันหน้า จะทำการปรับไฟลง หรือหาก ขับในที่มืด ก็จะปรับเป็นไฟสูงอัตโนมัติครับ

พูดถึง ดีไซน์ภายนอก จะเห็นได้ว่ามีการปรับเปลี่ยนในส่วนของไฟหน้า เป็น LED พร้อม Daytimes running light ทำให้ดูมีความสปอร์ตมากขึ้น และไฟตัดหมอกแบบ LED  ประกอบกับเส้นสายของตัวรถ ดูหล่อเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยแน่นอนครับ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเสาอากาศแบบคีบฉลามอีกด้วยครับ

ในส่วนของภายใน มีการปรับคอนโซนใหม่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายด้วยจอแสดงผล ขนาด 7 นิ้ว มาตรวัดดีไซน์สปอร์ต ปุ่มควบคุมบนพวงมาลัยที่จับถนัดมือ ภายในห้องโดยสาย คุมโทนด้วย สีดำ ตัดกับการเดินเส้นสายด้ายแดง ให้ความรู้สึกเร้าใจมากๆ ช่วงที่ทีมงานพ่อมดรถยนต์ได้นั่ง ในส่วนด้านหลังต้องยอมรับว่า ไม่เล็กเลยนะครับ ตัวเบาะกว้าง พื้นที่สำหรับวางขาก็ค่อนข้างเยอะสบายๆเลยครับ ที่นั่งข้างคนขับ ก็เช่นกัน มีความกว้างขวาง และรู้สึกว่า ทัศนะวิสัยในการมองดีมาก สบายตาครับ 

เครื่องยนต์ ใน Honda Civic Turbo RS ยังคงเป็นเครื่องยนต์ตัวเดิม 1.5 ลิตร Vtec Turbo พร้อมกำลัง 173 แรงม้า เทียบเท่าได้กับ เครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตรเลยทีเดียว แต่ยังคงความประหยัดน้ำมันอยู่มากเลยครับ

การเดินทางในส่วนของการขึ้นเขา ลงเนิน ต้องบอกว่า อัตราเร่งแซง และการขับขี่เป็นไปได้อย่างใจสั่งเลยครับ ความเร็วยังคงทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง และในช่วงถนนที่ทำทาง หรือ เป็นทางขรุขระ ภายในห้องโดยสารก็ไม่ได้รู้สึกสั่นสะเทือนมากเกินไป แรงลมปะทะห้องโดยสาร ก็ยังคงมีเสียงให้ได้ยินอยู่บ้าง แต่โดยรวมจัดว่าดีเลยครับ

นี่ก็เป็นเพียงความเห็นส่วนหนึ่งที่ทีมงานพ่อมดรถยนต์ ได้ร่วมไปทดสอบ ช่วงระยะเวลาสั้นๆ สำหรับใคร ที่กำลังมอง Civic Turbo RS อยู่ ก็ลองหาเวลาไปทดลองขับ ประกอบการตัดสินใจ ได้ที่โชว์รูม Honda ทุกแห่งเลยนะครับ