กว้าง เรียบ หรู มีรูเสียบปลั๊ก Mercedes-Benz GLE 350 de ราคา 4,699,000 บาท

 

กลับมาอยู่บนหน้าเว๊บไซต์ Carwizard ของเราอีกครั้ง กับรถหรูจากฝั่งยุโรป วันนี้เป็นตัว 5 ประตู เครื่องดีเซล เสียบปลั๊กได้ พอจะเดาออกกันหรือไม่ว่ารุ่นใด ถ้าเดาไม่ออกเราจะเฉลยให้ นั้นก็คือ GLE 350 de สุดยอด SUV จากค่าย ดาวสามแฉก Mercedes-Benz

ราคาค่าตัวอยู่ที่ 4,699,000 บาท

รุ่นนี้ออกมาสู่ตลาดที่มีแต่ เสือ สิงห์ กระทิง แรด เพราะคู่แข่งแต่ละรุ่นนั้นต่างน่ากลัวทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น BMW X5 / AUDi Q7 Q8 ซึ่งแต่ละรุ่นนั้นก็มีข้อดีเป็นของตัวเอง ไว้ในโอกาสหน้าๆ เราจะยกมาให้ชมกัน

จริงๆแล้วสำหรับค่ายนี้เราไม่ต้องพูดถึงการออกแบบกันมาก เพราะใครๆก็ยกนิ้วให้ว่าสวยเหลือเกิน บางรุ่นก็สวยจนโดนแซวว่าจะสวยไปไหนนักหนา ไม่แบ่งให้ค่ายอื่นสวยบ้างหรือ แต่ถ้าเป็นการรีวิวก็ต้องพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นเราไปเริ่มดูจากระบบขับเคลื่อนกันก่อนว่าใส่อะไรมาใต้กระโปรงนั้น!!

เปิดกระโปรงออกมา เราจะเจอเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย คือ เครื่องดีเซล 4 สูบ 2.0 เทอร์ พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าในระบบเกียร์และชุดปลั๊กอินไฮบริด  ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์และอินเตอร์คูลเลอร์ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงคอมมอลเรล ไดเรคอินเจคชั่น เครื่องยนต์มีกำลัง 143 กิโลวัตต์ หรือ 194 แรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์ ไม่รวมมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่ที่ 400 นิวตันเมตร ในย่าน 1600-2800 รอบต่อนาที มอเตอร์ไฟฟ้าที่ฝังอยู่ในระบบเกียร์ 9-G Tronic มีกำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดจากมอเตอร์ทำได้ 440 นิวตันเมตร เมื่อทั้งสองระบบทำงานพร้อมกัน จะทำให้ new GLE 350de 4Matic มีกำลัง 235 กิโลวัตต์ หรือ 320 แรงม้า แรงบิดจากเครื่องยนต์และมอเตอร์พุ่งสูงถึง 700 นิวตันเมตร

เห็นตัวบวมๆแบบนี้ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 6.8 เองนะคุณผู้ชม อย่าประมาทไป ส่วนถ้าอยากจะวิ่งด้วยไฟฟ้าเพียวแบบคนรักษ์โลก ก็วิ่งได้ 106 กม ต่อ การชาร์จ 1 ครั้ง หากใช้ในเมืองขับไปห้างไปทำงานเหมาะเหม่งเลยจ๊ะ

มาถึงการออกแบบกันบ้าง รถคันนี้เป็นรถ 5 ประตู ซึ่งดีไซน์ก็จะดูหรูหราตามสไตล์ของ Mercedes-Benz หากใครคาดหวังว่าจะซื้อรถ SUV ที่มีความาสปอร์ตสุดๆ ผ่านคันนี้ไปได้เลย

ดีไซน์ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้าขนาดกำลังดี คาดด้วยแทบสีโครเมียม 2 แถบ และโลโก้ยี่ห้ออยู่ตรงกลาง ไฟหน้า  LED high-performance กันชนหน้าใหม่ในสไตล์ Exclusive Luxury Car ส่วนไฟตัดหมอกนั้นไม่ได้อยู่ด้านข้างของกันชนหน้า แต่อยู่ในโคมไฟหน้าเลย ทำให้ด้านหน้านั้นไม่ดูเบียดเสียดมากจนเกินไป

ด้านข้างมาพร้อมกับบันไดอัลลอยดีไซน์เฉพาะของ Mercedes-Benz พร้อมแร๊คหลังคาเสริมภาพลักษณ์ให้ดูแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และยังใส่ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว รัดยาง Michelin latitude sport 3 ไซล์ 275/50 R20 ด้านหลังมาพร้อมไฟ Full LED และท่อไอเสียแบบคู่ ปลายโครเมียม

การออกแบบภายในขอบอกเลยว่าประทับใจเป็นอย่างมาก คอนโซลหน้าสีดำใช้วัสดุแบบซอร์ฟทัช นุ่มนิ่มน่าสัมผัส ใต้คอนโซนและบริเวณแผงประตูมีวัสดุลายไม้เคลือบเงา สร้างมิติให้กับตัวรถ ไม่ให้ดูเรียบแบนจนเกินไป เบาะและพวงมาลัยหุ้มหนัง พวงมาลัยหุ้มหนังสีดำ ปรับได้ 8 ทิศทาง ปุ่มเต็มไปหมดทั้งซ้ายและขวา เอาไว้สำหรับควบคุมต่างๆทั้งระบบการขับขี่และระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารและผู้ขับขี่ การแบ่งอยากชัดเจน หลายท่านอาจจะชอบแต่อีกหลายท่านก็อาจจะขัดใจเช่นกัน  ภายในห้องโดยสารนั้นทำได้เป็นอย่างดี กว้างขวางนั่งสบาย เพดานสูง มีพื้นที่ยืดขาสบายๆ

ระบบความบันเทิง มี Digital widescreen cockpit ขนาด 12.35 นิ้ว ที่มาทีเดียวถึง 2 จอ โดยจอแรกไม่ใช่ระบบสัมผัส ทำหน้าที่บอกข้อมูลการขับขี่ และอีกจอเป็นระบบสัมผัส ทำหน้าที่เป็นจอ Infotainment ระบบมัลติมิเดียแบบ MBUX เชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ผ่าน Apple Car Play และ Android Auto มีแผนที่นำทาง

ระบบความปลอดภัย

- ถุงลมนิรภัย 9 จุด

- ระบบช่วยเตือนเมีอมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist)

- ระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องทาง (Active Lane Keeping Assist)

- ระบบแจ้งเตือนขณะเปิดประตูรถ (Exit Warning Assist)

- ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)

- ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง (Crosswind Assist)

- ระบบปกป้องก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE® system)

- โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP® (Electronic Stability Program)

- Electronic Traction System 4ETS สำหรับรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อ

- ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control)

- ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock braking system)

- ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill - Start Assist

- ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (adaptive brake light)

- ระบบรักษาระดับความเร็ว (cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)

- ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist with PARKTRONIC)

- กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยจอด

คุยกันหลังขับ

อย่างที่บอกไปตั้งแต่ตอนต้นว่ารถคันนี้ให้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรมา แถมแทรกเทอร์โบมาให้ด้วย และยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะรถคันนี้ยังมีมอเตอร์ไฟฟ้าด้วย เฉพาะเครื่องยนต์อย่างเดียวก็ 194 แรงม้าเข้าไปแล้ว พอบวกมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไปด้วยจะขับกำลังได้ถึง 320 แรงม้า เรื่องความโหดของกำลังรถคงไม่ต้องพูดถึงแรงเหลือๆ!

หลังจากที่เริ่มขับรถออกไปจากจุดจอด ขับไปสักพักสิ่งที่อยากจะพูดถึงเป็นอย่างแรกคือทัศนวิสัยในการขับขี่ กว้างมาก สะดวก สิ่งของต่างๆภายในรถถูกจัดวางมาอย่างดี ไม่เกะกะสายตา

การขับขี่สิ่งที่รู้สึกมีอยู่ 2 อย่างด้วยกันคือ มั่นใจ และ ปลอดภัย เอาทีละส่วน เริ่มจากมั่นใจก่อน ที่บอกว่ามั่นใจเนี่ย เพราะทุกจังหวะที่เร่งแซง มันแซงขาด กำลังมันเหลือ พูดแบบชาวบ้านก็คือติดเท้า เหยียบเป็นมา ขนาดขับในโหมดปกตินะ ยังไม่ทันได้แตะโหมดสปอร์ต ที่ชอบมากๆคือรอบไม่ต้องรอนาน มาค่อนข้างไว 0-100 ใช้เวลาไม่เกิน 7 วินาที

แค่เรื่องความแรงไม่ใช่สิ่งเดียวที่ทำให้มั่นใจ เพราะความมั่นใจจริงๆมากับเรื่องช่วงล่าง เข้าโค้งเนียนกริบ โดนเนินไม่โดดเป็นกบ เพราะฉะนั้นใช้ความเร็วไม่ต้องห่วงเลยเหินเลยแม้แต่นอน เกาะถนนเอาอยู่แน่นอน ประทับใจถึงที่สุด

ในส่วนของคำว่าปลอดภัย เพราะรถคันนี้ฉลาดสุดๆ พอเราเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไปรถจะชลอเองอัตโนมัติ แถมปรับได้ว่าอยากใกล้สุดได้แค่ไหน เพื่อความปลอดภัยในการใช้งานในชีวิตประจำวัน และอีกเรื่องคือการเตือนเวลามีรถมาทางจุดอับสายตาเนี่ย ที่ชอบสุดๆเพราะมีเสียงเตือน ไม่ใช่ว่าอยากจะรู้ว่ามีรถมาไหมต้องหันไปหันมาถึงจะรู้ พอมีเสียงก็สะดวกไปอีกแบบไม่ต้องมอง จริงๆระบบความปลอดภัยมีอีกเยอะ ด้านบนก็บอกแล้ว มั่นใจ ปลอดภัย หายห่วงแน่นอนคันนี้

สำหรับราคาค่าตัวกับสิ่งที่ได้มา มองว่าคุ้มค่าตามราคา ทั้งเครื่องยนต์ การออกแบบ หรือระบบต่างๆ ได้มาไว้ใช้ก็คือว่ายอดเยี่ยม

ก่อนจะจบอยากฝากเอาไว้สักหน่อย รถดีย่อมมาพร้อมกับราคาที่คู่ควร อย่างคันนี้สี่ล้านเจ็ดทอนพันนึงถือว่าไม่แพงครับกับเทคโนโลยี่ที่ให้มาจากค่ายตราดาวคราวนี้ !!!