Mercedes-Benz GLA200 AMG Dynamic 2 ล้านนิดๆ มีอะไรบ้าง?

และนี่ก็คือ รถ 5 ประตู สุดหรูจากค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz GLA 200 AMG Dynamic มาพร้อมกับราคา 2,399,000 บาท เป็นเบนซ์ราคาดี เหมาะแก่การประเดิมเริ่มแรกที่จะก้าวขาเข้ามาในวงการรถหรูอย่างเต็มตัว อย่าพึ่งโฟกัสกันแต่เรื่องราคา เดียววันนี้จะมาชำแหละทั้งภายนอก ภายใน สมรรถนะ ให้อ่านกัน จะได้รู้กันไปเลยว่าไม่ใช่แค่ราคาเท่านั้นที่ดี!

เจ้า SUV คันนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบแถวเรียงขนาด 1.3 ลิตร 1,332 ซีซี พร้อมเทอร์โบ กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620 – 4,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ Dual Clutch 7G-DCT 7 จังหวะ

ถ้าจะให้พูดว่าเป็นเครื่องที่มีขนาดเล็กก็พูดไม่ได้เต็มปาก เพราะส่วนตัวมองว่าเป็นเครื่องขนาดกำลังดี ใช้งานในเมืองได้ ขับทางไกลก็ไม่ล้า เพราะเจ้าตัวนี้มีเทอร์โบอัดมาให้ด้วย

GLA 200 AMG Dynamic รุ่นนี้รูปแบบการขับขี่มีมาให้ทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน

มีระบบ ECO / Normal / Sport / Sport+ และ Individual  จะขับโหมดไหนเราสามารถเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ตามสถานการณ์

มิติตัวถัง

ยาว : 4,436 มิลลิเมตร

กว้าง : 1,849 มิลลิเมตร

สูง : 1,605 มิลลิเมตร

ระยะฐานล้อ : 2,729 มิลลิเมตร

ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 435-1,430 ลิตร

จากสัดส่วน รูปทรง ที่กางมาให้ผู้อ่านเห็นกันชัดๆ บวกกับภาพประกอบคงเห็นได้แล้วว่าคันนี้หุ่นดีทีเดียว กำยำสมเป็น SUV ความยาวก็ไม่มากไปไม่น้อยไป ใช้งานในเมืองนอกเมืองได้สบายๆ

การออกแบบภายนอกรูปร่างหน้าตา ไม่ขี้เหร่ ดูเท่ ดุดัน ทันสมัย กระจังหน้า Diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์ เสริมให้มีความหรูสอดแทรกเข้ามาตามแบบฉบับของ Mercedes-Benz กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถมาพร้อมกับการปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติเวลาขับขี่มองกระจกข้างสบายตาขึ้นเยอะ

ข้างบนหลังคาไม่มีซันรูฟ แต่มีกันกระแทกโครงหลังคาแบบ Aluminum สร้างความรู้สึกลุยๆขึ้นเป็นกอง ด้านท้ายกันชนเป็นสีดำด้านตกแต่งด้วยโครเมียม ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู ขนาด 19" ตกแต่งด้วยสี tremolite grey

ด้านระบบไฟของรถคันนี้เป็น LED รอบคัน ไฟหน้าเป็นแบบ LED High Performance พร้อมไฟ Daytime Running ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟเบรก และไฟทาย และไฟเบรกดวงที่ 3 รวมถึงไฟตัดหมอก 2 ดวง ก็เป็นแบบ LED เช่นกัน

การออกแบบภายในให้คำพูดหนึ่งคำในการจำกัดความ “เหนือระดับ” จุดเด่นที่อยากพูดถึงก่อนอะไรก็คือ จอขนาดใหญ่ 10.25 นิ้ว 2 จอ (จอมัลติมีเดีย / จอแสดงผลผู้ขับขี่) ที่ถูกออกแบบมาให้ติดกัน ทำให้ภายในของรถคันนี้ดูล้ำโลกไปเลย ภายในคุมโทนสีดำตามแบบฉบับความสปอร์ตของ AMG ตกแต่งด้วย AMG interior package ตรงคอนโซลด้านซ้ายมีการตกแต่งด้วยเคฟล่าให้อารมร์รถแข่งสุดๆ ไฟห้องโดยสาร ambient lighting ปรับได้ถึง 64 สี เบาะนั่งแบบ Sport seats หุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfiber สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับเบาะได้ 4 ทิศทาง มานั่งขับแรกๆอาจจะงงหน่อยๆ ว่าเอ๋ ปุ่มปรับอยู่ตรงไหนนะ ปุ่มคันนี้ไม่ได้อยู่บริเวณเบาะเหมือนกับรถรุ่นอื่นๆ แต่อยู่ตรงแผงประตูนั้นเอง

การนั่งในห้องโดยสารทั้งตอนหน้าและหลังค่อนข้างสะดวกสบาย Headroom / Legroom กว้างขวาง ยืดขาได้ คนสูงก็ไม่ติดหัว และนี่ก็อาจจะเป็นข้อดีอีกหนึ่งข้อ คนที่เมารถก็อาจจะไม่เมา นอกจากทัศนวิสัยแล้ว ความโปร่งของห้องโดยสารก็มีผล คันนี้ทำได้ดีครับ

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ Sport steering wheel ตกแต่งด้วยหนัง nappa นุ่มกระชับมือ ควมคุมได้ดั่งใจ ที่สำคัญเบามาก แม้จะอยู่เฉยๆ หากหักพวงมาลัยก็จะรู้สึกได้ว่าแทบไม่มีน้ำหนัก บนพวงมาลัยจะมีปุ่ม Touchpad เอาไว้ควบคุมโปรแกรมต่างๆในรถ เพื่อความสะดวกสบายตอนขับขี่อยากจะปรับจะเปลี่ยนอะไรก็ไม่ต้องละมือไปจากพวงมาลัย

แอร์คันนี้ไม่ใช่แบบ Dual Zone เป็นระบบอัตโนมัติธรรมดาเท่านั้น ไม่มีแอร์ด้านหลัง ย้ำนะครับ! ว่าไม่มีแอร์ด้านหลัง ใครจะซื้อก็ลองชั่งใจดูตรงนี้สักนิดหนึ่งหากใครที่ชอบแอร์เย็นเป่าหน้าแห้ง รถคันนี้อาจจะไม่เหมาะ ถ้าแค่เย็นธรรมดาทั่วถึงทั้งคัน ไม่ต้องมีช่องของใครของมันก็ได้คันนี้ก็ตอบโจทย์

สิ่งอำนวยความสะดวกในรถบอกเลยว่าครบครันครับ ทั้ง ระบบปฏิบัติการมัลติมีเดียแบบ MBUX พร้อมระบบสัมผัสและหน้าจอขนาด 10.25 นิ้ว ระบบควบคุม และสั่งงานด้วย Touchpad ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) ระบบแผนที่นำทางแบบ Hard-disc navigation พร้อมแผนที่แบบ 3 มิติ ระบบเชื่อมต่อแบบ Smartphone integration รองรับ Apple CarPlay™ และ Android Auto™ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร ที่วางแก้วน้ำบริเวณคอนโซลกลาง

ความปลอดภัย รุ่นนี้มีมาให้เหลือเฟือ สมราคา มีอะไรบ้างมาดูกัน !

ถุงลมนิรภัยด้านหน้า 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า

ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารด้านหน้า

ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างป้องกันศีรษะ 4 ตำแหน่ง สำหรับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร

ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 5 ที่นั่ง

ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti - lock Braking System)

โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP_ (Electronic Stability Program)

ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hill - Start Assist

ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ ABA (Active Brake Assist system)

ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)

ระบบรักษาความเร็ว (Cruise control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC)

เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC)

ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist)

กล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (Reversing camera)

ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST)

ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator)

ระบบแจ้งเตือนระดับแรงดันลมยาง (Tyre pressure loss warning system)

อุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินแบบ TIREFIT

Mercedes me connect

After Driving

เรามาคุยหลังขับกัน !

ในส่วนของการขับขี่บอกเลยว่า สนุก ปรู๊ดปร๊าดด้วยพลังเทอร์โบ อัตราเร่งทำได้เป็นอย่างดี แต่ในช่วงจังหวะออกตัวอาจจะรู้สึกช้าไปนิ๊ดด (อันนี้รู้สึกส่วนตัวนะครับ) ไม่เหมือนกับตัวพี่รุ่นอื่นๆ

แต่ความรู้สึกเมื่อกดคันเร่งพ้น 40 Km/Hr ไต่ระดับขึ้นไป ฟิลการขับเหมือนกับเปลี่ยนเป็นคนละคันเลยทีเดียว รอบขึ้นปรู๊ดปร๊าด สนุกสนานทันใจ  ได้ลองอัดเล่นยาวๆหลายช่วงหลายครั้งตอนถนนโล่งๆว่างๆและปลอดภัย เจ้าตัวเล็กเครื่องพันสามเทอร์โบร้อยหกสิบกว่าม้านี่มันให้ความเร้าใจเกินตัวจริงๆ

ช่วงล่างเกาะถนนได้เป็นอย่างดี ยาง Continental  235/50 ขอบ19 ทำงานเก่ง จะใช้ความเร็วสูงๆบ้างในบางช่วง หรือช่วงเข้าโค้ง เจ้าหนุ่มน้อยลำนี้ไปได้สบายๆ  พวงมาลัยสำหรับผมแล้ว เหมาะมือกำลังดี เบา กระชับ ควบคุมง่าย

ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายเหยียดแข้งเหยียดขาได้ดีกว่าตัวเดิม และเก็บเสียงได้ดี  แต่ถ้าปรับมาเล่นในโหมดสปอร์ตคนนั่งอาจจะได้ยินเสียงการทำงานของเครื่องยนต์มากขึ้นหน่อย เพราะม้าร้อยกว่าตัวต้องช่วยกันทำงาน รีดความเร้าใจออกปลายท่อ ให้อารมณ์ในการขับสนุกสปอร์ตดีตามแบบฉบับของ AMG เขานั่นแหละครับ

ทัศนวิสัยการขับขี่และอื่นๆจัดว่าโอเคครับ กระจกหน้า หลังและข้าง ปรับเซ็ตให้เข้ากับตำแหน่งที่เรานั่ง ก็ไม่มีปัญหาพากันไปได้ถึงไหนถึงกัน

ราคาที่มาในแบบฉบับของ AMG มีความสปอร์ต มีชุดแต่ง ของ GLA 200 Dynamic จบที่สองล้านสี่มีทอนพันนึงนี่ผมว่าถ้าอยากได้ก็ไม่ต้องลังเลแล้วครับ – จัดไป !!