ขับ E Class ใหม่ล่าสุดๆ E 220d AMG Dynamic ดาวดวงนี สี่ล้านเจ็ดฯ....หล่อเลิศ - หรูแรง !!!
 By : วัชระ ธรรมศรี


        เมอร์เซเดสเบ๊นซ์ ถือเป็นค่ายรถยุโรปชั้นนำที่เข้ามาในเมืองไทยเป็นเวลาช้านานเป็นที่รู้จักกันมานับ 100 ปีกันเลยทีเดียว จากรุ่นสู่รุ่นของตระกูล “ วิริยะพันธ์ ” ที่บุกเบิกก่อตั้งบริษัททั้งธนบุรีประกอบรถยนต์ฯแล้วสร้างสมชื่อเสียง สร้างยอดขาย สร้างโรงงานประกอบฯและอื่นๆอีกมากมายจนกระทั่งมาเป็นผู้นำอันดับ 1  ของรถยุโรปกระทั่งช่วยต่อยอดให้กับเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ ประเทศไทย ภายใต้การบริหารของฝรั่งเข้ามามีบทบาทอยู่ในทุกวันนี้

     ก่อนหน้านี้รถเบ๊นซ์มีเข้ามาขายในบ้านเราไม่กี่รุ่นนัก ที่เป็นหน้าเป็นตาสร้างยอดขายได้ดีมากๆก็เป็นตัว C Class กับ E Class เท่านั้น ตัวรุ่น S Class ก็มีแต่ไม่มากนัก มาระยะหลังๆตั้งแต่เปิดค้าเสรี การสู้รบแข่งขันก็ดุเดือดเลือดพล่านมากขึ้นทั้งรถยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี อเมริกา มาเลเซีย แม้กระทั่งรถจีน ต่างพาเหรดเข้ามาทำตลาดค้าขายกันในบ้านเราอย่างคึกคักและเข้มข้น  
    ของค่ายเมอร์เซเดสเบ๊นซ์เองด้วยความที่เป็นผู้นำในตลาดรถหรูๆระดับพรีเมี่ยมก็ทั้งรุก ทั้งขยาย ทำตลาดมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นไม่แพ้ใครเช่นกัน จากเดิมตัวเด่นๆสองสามรุ่น ตอนนี้มีมาขายในบ้านเรามากขึ้นตั้งแต่ A Class/ C Class/E Class/ G Class/S Class มากมายหลายรุ่นเลยทีเดียว

    ล่าสุดจากตระกูล E Class อันเป็นโมเดลใหม่ โฉมใหม่ เป็นเจนเนอเรชั่นที่ 10 ก็ได้มาเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการเมื่องานมอเตอร์โชว์ปลายเดือนมีนาคม2559 ที่ผ่านมา ถือเป็นรถยนต์ในกลุ่ม Contemporary Luxury หรือรถยนต์ที่มีความทันสมัยและหรูหรานั่นเอง มาเปิดตัวโฉมใหม่ของ E Class คราวนี้มี 2 รุ่นคือ Exclusive เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร 194 แรงม้า ราคา 3.99 ล้านบาทและอีกรุ่นเป็น AMG Dynamic ราคา 4.79 ล้านมีค่าชุดแต่งของ AMG เพิ่มอีกนิดหน่อยราวๆ 8 แสนบาท

    หลังเปิดตัวขายกันเป็นทางการไปแล้ว ทางเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ก็จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับกัน ซึ่งผมก็ได้รับความอนุเคราะห์จากน้องฝน “ศิริพร สุวรรณศรี ” คนขยันฝ่ายประชาสัมพันธ์ของค่ายนี้แหละครับ จัดการจับจองจัดคิวให้ได้มีวาสนาลองขับตัวท็อป E220d AMG Dynamic สนนราคาค่าตัวสี่ล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นบาทคันนี้ เต็มอิ่มซะหลายวันเลยทีเดียว

   ยอมรับครับว่า New model ของ E Class ยนตรกรรมลำใหม่นี้เปลี่ยนโฉมจากตัวเก่าไปอย่างสิ้นเชิงครับ ภายนอกของ E Class จะถูกออกแบบมาแนวทางเดียวกันกับรุ่น C Class และ S Class เส้นสายลวดลายทั้งตัวถังและหลังคาออกแบบมาทางเดียวกันหมด ฝากระโปรงหน้า ขนาดของตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้นนั้นดูได้อารมณ์กระเดียดออกมาทางรถสปอร์ตจริงๆ โดยเฉพาะซุ้มล้อด้านหลังที่ออกแบบให้ดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้านั้นชัดเจนมากทีเดียว
 
   ระบบไฟหน้าจะเป็นแบบ MULTIBEAM LED  พร้อมระบบ Daytime Running Light แบบไฟเบอร์ออพติกที่มีมาให้ข้างละ 2 เส้น มีระบบ ILS – Intelligent Light System ที่สามารถปรับรูปแบบการส่องสว่างได้ตามสภาพการขับขี่  มีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Adaptive Highbeam Assist  แม้เราจะเปิดไฟสูงค้างไว้ แสงไฟก็จะไม่แยงสายตาผู้ร่วมทางคันอื่น เนื่องจากเป็นการทำงานประสานกันระหว่างกล้องที่ติดตั้งไว้บริเวณกระจกบังลมหน้าและไฟหน้าที่ประกอบด้วยหลอด LED มากกว่า 84 ดวง จะคอยตรวจจับรถที่ขับสวนมารวมถึงป้ายจราจร ซึ่งไฟหน้าจะลดลงเพื่อไม่ให้ไฟสูงไปกระทบ ส่วนโคมไฟท้ายได้ออกแบบติดตั้งเป็นชิ้นเดียวกันทำให้หรูหราดูดีมีระดับมากขึ้นไปอีก
                     ยังไม่พอเท่านี้ครับ เพื่อเติมเต็มความเป็นสปอร์ตให้ครบเครื่อง ทางเบ๊นซ์ได้จัดกระจังหน้าให้เป็นสีเงินโครเมี่ยมพร้อมโลโก้ตราดาวขนาดใหญ่แปะไปที่ตรงกลาง มีโคมไฟอัจฉริยะขนาดใหญ่แบบใหม่มัลติบีม LED ติดตั้งรวมผสมผสานไปกับชุดแต่ง AMG ที่มีมาให้รอบคัน นี่ยังไม่รวมระบบไฮเทคอย่างอื่นเช่นระบบเปิดฝากระโปรงหลังอัตโนมัติหรือระบบหลังคาพาโนรามิคซันรูฟที่เลื่อนเปิด-ปิดได้ หลังคานี้จะมีมาให้เฉพาะตัว Top เท่านั้นนะครับ ส่วนล้อเป็นขนาด 19 แม็กซ์แท้ลาย 5  ก้านคู่ ยางเป็น Run Flat  คู่หน้าขนาด 245/40 R19  ส่วนคู่หลังมีขนาด 275/35 R19

     ขอขยายความด้านฝากระโปรงด้านหลังนิดนึงครับ คือกระโปรงท้ายจะเป็นแบบเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า มีระบบ HAND-FREE ACCESS คือจะใช้เท้าเปิดก็ได้ ไม่ต้องใช้มือเปิด เพียงแค่เจ้าของรถพกกุญแจไว้กับตัว ถ้าหากท่านไปช็อปปิ้งถือข้าวถือของมาเต็มไม้เต็มมือแล้วเปิดกระโปรงท้ายไม่สะดวกท่านก็สามารถใช้เท้าแกว่งๆลากผ่านเซ็นเซอร์ที่อยู่ตรงบริเวณใต้กันชนเท่านั้น ฝากระโปรงท้ายก็จะเปิดอัตโนมัติครับ

   และเมื่อเข้ามานั่งดูอยู่ภายในของ E ใหม่นี้แล้ว รู้สึกเหมือนถูกสะกดจิตให้นิ่งไปหลายสิบวิฯเลยละครับ ภายในเธอไฮโซดูหรูหรามาก ของเล่นออฟชั่นมีมากมายดูไฮเทคจนมึนๆงงๆไปหมด เบาะนั่งปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบ Memory 3 ตำแหน่ง ตัวเบาะเป็นหนัง Nappa สวยงาม หรูหรามากครับ ด้ายเย็บเบาะฝีมือเนียนเรียบล้อไปกับชุดแผงประตูกลมกลืนได้อารมณ์อย่างหรูจริงๆ ผมเห็นด้วยครับกับที่ทางเบ๊นซ์เขาบอกว่าเบาะนั่งนี้เป็นจุดเด่น จุดขายความหรูหราของเขาอีกจุดหนึ่งของโฉมใหม่ E Class นี้

   
          
   และความหรูหราที่ไม่น้อยหน้ากันอีกอย่างหนึ่งก็คือชุดหน้าจอขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ติดตั้งมากับรถเป็นการติดตั้งมาครั้งแรกกับรถในกลุ่มตลาดเซ็กเม้นต์นี้ โดยจอจะให้ความละเอียดสูงมาก จอหนึ่งจะแยกไว้สำหรับระบบอินโฟเทนเม้นท์ และอีกจอสำหรับชุดมาตรวัดผู้ขับขี่ เป็นดีไซน์แบบเดียวกับ S-Class ใหม่เป๊ะ จากข้อมูลระบุว่าหน้าจอสามารถใช้ควบคุมระบบต่างๆ ของตัวรถไว้เกือบทั้งหมดเพราะสามารถปรับตั้งค่าต่างๆได้เยอะมาก ตั้งแต่การปรับไฟ Ambient Light ภายในห้องโดยสาร ที่เลือกโทนสีได้ถึง 64 เฉด ไปจนถึงการตั้งค่าเพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตระบบ COMAND Online

   เรียกว่าให้ความหรูหราสะดวกสบายครบเครื่องตามแบบฉบับของค่ายนี้เขาละครับ อย่างระบบเครื่องเสียงเป็นแบบ MB Audio 20 พร้อมระบบเซอร์ราวด์จาก Burmester มีระบบนำทางพร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง LINGUATRONIC  มีแท่นชาร์จมือถือแบบไร้สายพร้อมแผ่นกันลื่น มีแป้นสัมผัสระบบ NFC สำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์และพอร์ต USB มาให้ 1 ตำแหน่ง  ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ THERMATIC แยกปรับอุณหภูมิได้ 2 ฝั่ง พร้อมฟังก์ชั่น AIR BALANCE Package ที่ช่วยปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร

   ระบบ Cruise Control ของ E220d AMG Dynamic รุ่นนี้เป็นแบบตั้งความเร็วธรรมดา ไม่มีระบบเรดาร์ช่วยเพิ่มหรือลดความเร็วอัตโนมัติตามรถคันหน้าแต่อย่างใด โดยมีฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว SPEEDTRONIC มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

   ด้านระบบความปลอดภัยของ E220d AMG Dynamic  นี้ถือว่าอยู่ในระดับมาตรฐานครับ  ทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า 2 ตำแหน่ง, ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง และถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

   ระบบควบคุมการทรงตัว ESP มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน, ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น Hold และ Hill-start Assist} ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE ระบบ Cruise Control ของ E220d AMG Dynamic รุ่นนี้เป็นแบบตั้งความเร็วธรรมดา ไม่มีระบบเรดาร์ แต่มีฟังก์ชั่นจำกัดความเร็ว SPEEDTRONIC มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนระบบเตือนแรงดันลมยาง, ระบบเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST, เซ็นเซอร์ช่วยจอด PARKTRONIC, กล้องมองภาพรอบคัน ยังมีมาให้ครบ

  จุดเด่นของอีกอย่างหนึ่งของเบ๊นซ์รุ่นนี้ก็คือระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติครับ เรียกว่าระบบ Active Park Assist  คือสามารถควบคุมการเข้าเกียร์ และการปล่อย-เหยียบเบรกให้เองเพียงแต่เปิดฟังก์ชั่นนี้เอาไว้ เพื่อให้รถค้นหาช่องจอดอัตโนมัติ จากนั้นระบบจะทำงานทุกอย่างด้วยตัวของมันเองจนกว่าจะจอดเสร็จ

   The new E-Class  โฉมใหม่นี้วางเครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ พร้อมเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1,950 ซีซี. ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้าที่ 1,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9จี-ทรอนิก แบบ 9 จังหวะเดินหน้า พร้อมปุ่มปรับเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย โดยข้อมูลจากค่ายตราดาวนี้ระบุว่าสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 กม./ชม. และวิ่งจาก 0-100 ได้  7.3 วินาทีและอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 25.6 กม./ลิตรครับ
    ระบบช่วงล่างจะถูกลดความสูงตัวถังลง 15 มิลลิเมตร พร้อมกับระบบ Selective Dynamic Select ที่เปลี่ยนเป็นแบบสปอร์ตได้ เพื่อช่วงล่างที่เฟิร์มมากขึ้น รวมถึงมีระบบ Dynamic Select ที่สามารถเลือกได้ทั้งหมด 5 แบบ ได้แก่ Eco, Comfort, Sport, Sport+ ตามลักษณะการขับขี่ที่ต้องการในขณะนั้น รวมถึงโหมด Individual ที่ผู้ขับสามารถปรับตั้งลักษณะการทำงานของช่วงล่างและพวงมาลัยเองได้

บทสรุปจากการได้ลองขับคราวนี้...

   ผมได้ลองขับเมอร์เซเดส เบ๊นซ์ รุ่นนี้อยู่ 4-5 วัน ลองขับกับลูกชาย 2 คนครับ ผมกับลูกตกลงกันว่าการทำงานทุกครั้งเราจะแยกแยะกันในการเขียนผมก็เขียนตามสไตล์ของผมแล้วก็เขียนเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทย ส่วนทอมมี่ลูกชายผมให้เขาเขียนเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษตามที่เขาถนัดและก็เขียนตามสไตล์ของเขา ต่างคนต่างเขียน เพราะเราสองคนบางเรื่อง บางอย่างคิดและรู้สึกไม่เหมือนกัน เราจะไม่แทรกแทรงกิจการงานซึ่งกันและกัน โดยเราสองคนพ่อลูกตกลงเงื่อนไขการทำงานกันไว้ตามนี้

   สำหรับ E 220d AMG Dynamic โฉมใหม่ จากการที่ได้ลองขับมาคราวนี้ได้รับความรู้สึกใหม่ๆหลายอย่างผมรู้สึกชอบกับการดีไซด์แปลงร่างโฉมใหม่จากเดิมมาเป็นรถที่ให้ Feeling ผสมผสานความเป็นรถสปอร์ตมากขึ้นไม่เทะทะเหมือนยุคก่อนๆ ขณะที่เบาะนั่งหน้าหลังนั่งสบาย ภายในห้องโดยสารยังคงมีความหรูหราและให้ความสะดวกสบายจากออปชั่นที่มีมาให้เล่นมากมายหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความบันเทิงหรือความสะดวกสบายในการขับขี่

   ม้าในห้องเครื่อง 194 ตัว ของขุมพลังของเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตรกับ Top Speed 240 กม./ ชม. นั้น มีมาเกินกำลังที่ผมจะใช้หมด แม้ Performance ของเขาไปได้ถึงแต่ใจคนคุมพวงมาลัยไปไม่ถึง มองไปที่เข็มวัดระดับความเร็วกวาดไปที่แถวๆ180 ก็ยกคันเร่งแล้วครับ แม้ความรู้สึกในการขับขี่ขณะนั้นจะนิ่งและนุ่มไม่ได้รู้สึกว่าจะขับเร็วอะไร

เข็มวัดระดับความเร็วไปป้วนเปี้ยนอยู่ที่ร้อยเจ็ดสิบกว่าๆเกือบร้อยแปดสิบขณะที่ลองขับอัดเล่นบนทางด่วนช่วงบ่ายๆของวันอาทิตย์ ความเร็วระดับนี้ผมยอมรับว่ารู้สึกป๊อดละครับ แต่สังเกตคุณลูกชายที่นั่งอยู่เบาะข้างๆยังนิ่งๆเฉยๆอยู่ไม่รู้สึกอะไร มาตอนหลังผมถามเขาว่ารู้สึกยังไงบ้างเขาก็บอกว่าเฉยๆครับพ่อ.....(คงนุ่มมากนักละมังจึงไม่รู้สึกอะไร)

   เรื่องของการทรงตัวนั้นดีมาก ต้องยกให้ระบบช่วงล่างที่เบ๊นซ์เขาเซ็ทมาดีมาก นุ่มนวลมาก ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนเกียร์แต่ละเกียร์เนียนและนุ่ม ไม่มีสะดุด ระบบเบรคมั่นใจ ไว้ใจได้ พวงมาลัยทำงานได้แม่น แป้น Paddle Shift ที่พวงมาลัยใช้เปลี่ยนเกียร์ได้คล่อง สรุปการขับขี่โดยรวมนั้น ขอบอกว่า “ เฟริ์ม “ ครับ ถึงตรงนี้เลยทำให้นึกถึงถ้อยแถลงของประธานบริษัทของเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ ฯ  ไมเคิล เกรเว่ พูดเมื่อวันแถลงข่าวตอนหนึ่งว่า “... บริษัทฯ มีแนวทางการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ “เดอะ เบสท์” (The Best) เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้าในวันนี้และวันข้างหน้า.....” นั้น หากนำมาวิเคราะห์ต่อยอดกับ Product  รุ่น E220d AMG Dynamic นี้ กับการตั้งราคาขายอยู่ที่ 4,790,000 บาท อันเป็นราคาของรถนำเข้ามาทั้งคัน(CBU)แล้ว ถ้าจะแลกกับประสิทธิภาพ,สมรรถนะและออปชั่นอื่นๆอีกมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีโลโก้ “ตราดาว” แปะติดมาด้วยแล้วบอกจากความเห็นส่วนตัวว่าคุ้ม...

   กลยุทธ์ The Best ของประธานที่จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าที่พูดไว้เมื่อวันแถลงข่าววันเปิดตัวนั้น E220d AMG Dynamic  นี้น่าจะเป็นคำตอบและพิสูจน์ได้ครับ.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------