BMW 330e M-Sport Plug-in Hybrid คุ้มไหมกับราคาสองล้านแปด?(ทอนพันนึง)

BMW ตระกูล Series 3 นั้นมีทั้งหมด 3 รุ่นด้วยกัน ประกอบด้วย 320d M Sport / 330i M Sport และ 330e M Sport

สำหรับ BMW 333e M-Sport Plug-in Hybrid คันนี้นั้น เปิดตัวเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าเหล่าบรรดาสาวกค่ายใบพัดสีฟ้านี้ต่างให้ความสนใจกันไม่น้อยทีเดียว

บีเอ็มรุ่นนี้เป็นรถประกอบในประเทศ ราคาเปิดตัวขายมานั้นอยู่ที่ 2,799,000 บาท จัดว่าดีงามเลยละครับ

ทีนี้มาดูกันว่า 330e M Sport Plug – in Hybrid รุ่นนี้มีอะไรกันบ้าง?

ระบบเครื่องยนต์

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Twin Power Turbo ทำงานร่วมกับ มอเตอร์ไฟฟ้า Synchronous Electric Motor กำลังสูงสุดอยู่ที่ 252 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ผ่านฟังก์ชั่น Electric Boost ” XtraBoost ” กำลังสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 292 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ขับเคลื่อนล้อหลัง

ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า

ใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 12.0 kWh ความเร็วสูงสุดในโหมด EV ทำได้ 140 km/h หากใช้ระบบไฟฟ้าวิ่งเต็มระบบสามารถเดินทางได้ถึง 60 กิโลเมตร

มิติตัวถัง

กว้าง 1,827 มิลลิเมตร

ยาว 4,709 มิลลิเมตร

สูง 1,442 มิลลิเมตร

ระบบช่วงล่าง

ADAPTIVE M SUSPENSION. เป็นการควบคุมช่วงล่างด้วยไฟฟ้า เพื่อปรับความเหมาะสมของตัวรถให้เหมาะกับระบบการขับขี่รูปแบบต่างๆ

การออกแบบภายนอก

1.ไฟหน้า LED พร้อมปรับความสว่างอัตโนมัติขณะเลี้ยวโค้ง

2.ไฟตัดหมอก LED

3.ไฟท้าย LED

4.ชุดแต่ง M Aerodynamic

- กันชนหน้า

- กาบประตูด้านข้าง

- กาบบันได

- กันชนหลังสีเดียวกับตัวถังรถ

- ดิฟฟิวเซอร์ สี Dark Shadow Metallic

- คาลิเปอร์เบรก

 

5.กระจังหน้าสีดำเงา กรอบกระจังสีโครเมียม

6.ท่อไอเสียแบบคู่ ปลายท่อโครเมียม

7.เสาอากาศแบบครีบฉลาม

8.ล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว ลาย Double-spoke 791 M สี Jet Black แบบสลับสี

9.ยาง Mixed tyres แบบ run flat

- ขนาด ล้อหน้า 8J x 19 พร้อมยาง 225/40 R19

- ขนาด ล้อหลัง 8.5J x 19 พร้อมยาง 255/35 R19

10.หลังคากระจกเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

การออกแบบภายใน

1.ห้องโดยสารเน้นด้วยสีดำ

2.แดชบอร์ดเอนเข้าหาคนขับ

3.คอนโซลด้านบนบุด้วยหนัง Sensatec

3.พวงมาลัยหุ้มหนัง ไซน์ M Sport

4.เบาะนั่งตอนหน้าแบบสปอร์ต

5.เบาะนั่งทั้งหมดหุ้มหนัง Vernesca

6.เบาะนั่งคู่หน้าปรับแบบไฟฟ้า

7.ระบบจำตำแหน่งเฉพาะฝั่งคนขับ

8.เพดานหลังคาภายในสี Anthracite

9.ภายในตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมลาย Tetragon

10.ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

11.ฟังก์ชันช่วยการจัดเก็บสัมภาระ

12.มาตรวัด BMW Live Cockpit Professional

13.BMW Head-up Display

ระบบให้ความบันเทิง

1.BMW Live Cockpit Professional

2.ระบบ BMW Connected Drive

3.ฟังก์ชันสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW Gesture Control)

4.ระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon

5.ระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

6.ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth

7.จอภาพความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบสัมผัส

ระบบความปลอดภัย

1.ถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

2.ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับคนขับและผู้โดยสารตอนหน้า

3.ถุงลมนิรภัยศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)

4.ระบบ Teleservices

5.ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน (Intelligent Emergency Call)

6.ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (DSC)

7.ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (DTC)

8.ระบบควบคุมแรงดันเบรกแบบแปรผัน (DBC)

9.ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS)

10.ระบบช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ (Brake Assist)

11.ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC)

12.เซนเซอร์ควบคุมระบบความปลอดภัยเมื่อเกิดการชน (Crash Sensor)

13.ระบบป้องกันการกระแทกจากด้านข้าง (Side Impact Protection)

14.กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (Surround View Camera)

15.Parking Assistant Plus

16.ระบบเซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า – ด้านหลัง

สีตัวถัง

สีน้ำเงิน Portimao Blue ภายใน Black decor stitching – Black

สีเทา Mineral Grey ภายใน Cognac decor stitching – Black

สีดำ Black Sapphire ภายใน Mocha decor stitching – Black

สีขาว Mineral White ภายใน Mocha decor stitching – Black

รถใน Segment เดียวกัน

Mercedes Benz E300e

Volvo S90

Audi A6

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

After Test Drive (หลังทดลองขับ)

BMW 330e M Sport Plug-in Hybrid คันนี้โดยส่วนตัวผมแล้วรู้สึกว่าขับแล้วประทับใจมากครับ แต่จะว่าไปแล้วขับรถบีเอ็มฯแล้วรู้สึกดีๆนั้นไม่น่าจะใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกๆคือมีออปชั่นมาให้ค่อนข้างครบเครื่องเลยละครับ (ดูได้จากข้อมูลด้านบนครับ) แล้วระบบต่างๆที่ให้มานั้นก็ใช้งานได้จริงแล้วใช้ง่ายมาก

ก่อนออกไปขับผมได้ลองระบบ Park Assist Plus และ Reversing Assistance ระบบจอดเองอัตโนมัติตอนแรกก็ลุ้นพอสมควรไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ตรงหน้าจอจะมีบอกทุกขั้นตอนว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เป็นระบบที่ใช้ได้จริงครับ คนขับไม่ต้องทำอะไร นั่งดูอย่างเดียว ระบบจะพาเข้าที่จอดรถโดยอัตโนมัติ

เป็นรถที่ขับสนุกและสบายครับ เบาะนั่งทรงสปอร์ต นั่งได้กระชับดี โหมดขับขี่มีให้เลือกทั้งแบบ Eco แบบ Sport หรือ Comfort

ถ้า Sport รถจะไปแบบนุ่มและแรงสุดๆ เสียงรอบข้างเบามาก แต่ก็จะกินน้ำมันหน่อย ถ้า Comfort เครื่องจะทำงานเบากว่า ถ้าขับเรื่อยๆสบายๆแนะนำให้ตั้งไว้ที่ Comfort จะได้ไม่กินน้ำมันมาก ยิ่งเปลี่ยนโหมดการขับขี่เป็น Eco นี่ยิ่งประหยัดไปอีก

การเข้าโค้งมั่นใจได้ ช่วงล่างระบบไฟฟ้าปรับการควบคุมได้เนียนมาก เกาะหนึบหนับ ถ้าเล่นโหมด Sport ด้วยละก้อขับสนุกครับ

ได้ทดลองขับไปประมาณ 4 วันทั้งในกรุงเทพฯและชานๆเมืองต่างจังหวัด ระยะทางรวมๆที่ขับราวๆเกือบ500 กิโลฯ น้ำมันถังนึงจุ 41 ลิตรยังเอาอยู่ครับ

ถ้าข้อมูลอ้างอิงจาก BMW จะระบุมาว่าขับ 0-100 กิโลเมตร ได้ประมาณ 6 วินาที อัตราสิ้นเปลืองของคันนี้อยู่ที่ 46.7 กิโลเมตร/ลิตรหรือขับได้รวมๆแล้ว 600 Km ประมาณนั้น

โดยรวมแล้วก้อถือว่าโอเคครับโดยเฉพาะ Performance ของรถยนต์ค่ายนี้ ผมชอบเหมือนๆกับเบ๊นซ์ วอลโว่หรือว่าอาวดี้ เป็นรถคุณภาพทั้งนั้น

ราคาที่ตั้งเปิดขายมานี้เกือบสองล้านแปดก็ไม่แพงครับเป็น Plug-in Hybrid ช่วยประหยัดมากขึ้นไปอีก แถมมี BSI ให้ด้วย ผมว่าคุ้มน่าใช้ครับ.