ซูซูกิ สวิฟท์ ขับสนุกตอบโจทย์คนวัยมันส์

   By : ทีมงาน “ พ่อมดรถยนต์ ”

 

หนึ่งในรถยนต์อีโคคาร์ที่มีกระแสตอบรับที่ดีรุ่นหนึ่งของตลาดเมืองไทย ต้องยกให้กับ ซูซูกิ สวิฟท์ หลังจากที่เปิดตัวโฉมใหม่ ไปเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่ง "ทีมงานพ่อมดรถยนต์" ได้นำเสนอมาโดยตลอด และครั้งก็เป็นอีกครั้งที่ทีมงานได้รับรถยนต์รุ่นนี้มาทดสอบการใช้งานกันอีกครั้ง

ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมแรกออกจากโรงงานประกอบในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2547 ก่อนที่จะนำมาประกอบและจำหน่ายในไทยก็ผ่านมาอีกหลายปี ในยุคแรกมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ซึ่งต่อมา ซูซูกิ ได้เข้าร่วมโครงการอีโคคาร์ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน มีการสร้างโรงงานประกอบในไทย พร้อมทั้งเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ซึ่งโฉมปัจจุปันนี้ก็อยู่ภายใต้โครงการรถยนต์ อีโคคาร์ เฟส 2

โดยกลุ่มเป้าหมายของ ซูซูกิ สวิฟท์ คือผู้ที่ซื้อรถเพื่อใช้งานเป็นรถคันแรก รายได้ระดับปานกลางขึ้นไป ซึ่งเป็นวัยทำงานและเริ่มต้นสร้างครอบครัว ให้ความสำคัญกับดีไซน์เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของตนเอง ชอบรถที่ขับสนุก ควบคุมง่าย และมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า

ซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ ตัวถังถูกออกแบบมาให้มีความกว้างมากขึ้นกว่ารุ่นเดิม 40 มิลลิเมตร ลดความสูงลงนิดหน่อยจาก 1,510 มิลลิเมตร มาที่ 1,495 มิลลิเมตร เพื่อให้ดูสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม ขยายความยาว 10 มิลลิเมตร และขยายฐานล้อออกไปอีก 20 มิลลิเมตร ทำให้ขนาดพื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวางมากกว่าเดิม

โครงสร้างใช้แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT มีความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม แต่มีน้ำหนักลดลง 85 กิโลกรัม ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น

ซูซูกิ สวิฟท์ ใช้เครื่องเบนซิน 1.2 Dual JET ความจุ 1,197 ซีซี. ระบบหัวฉีดคู่ Dual Jet ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ซึ่งมีแรงม้าลดลงจากเครื่องยนต์รุ่นก่อนที่มี 91 แรงม้า แต่สิ่งที่ได้มาคืออัตราการประหยัดน้ำมันที่มากกว่าเดิมจาก 19.2 กิโลเมตรต่อลิตร เป็น 23 กิโลเมตรต่อลิตร เครื่องยนต์รองรับน้ำมัน E20 และส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT

ระบบความปลอดภัยมาแบบชุดใหญ่ ระบบกันสั่นสะเทือนเหล็กกล้าที่น้ำหนักเบา ระบบ TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง ระบบเบรก ABS พร้อม EBD และดิสก์เบรก 4 ล้อ ระบบ Hill Hold Control ที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน ถุงลมนิรภัย SRS ถึง 6 ตำแหน่ง จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX และ กุญแจนิรภัย Immobilizer

ภายในถูกออกแบบให้มีความเป็นสปอร์ต ทั้งมาตรวัดที่โดดเด่นด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมจอแสดงข้อมูลแบบ LED พวงมาลัยหุ้มหนังทรง D-shape จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้หลากหลาย ทั้งเป็นหน้าจอแสดงผลของระบบนำทาง และฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ พร้อมโปรแกรม Apple Carplay

จากการทดลองอัตราเร่ง ถึงแม้เครื่องยนต์จะมีแรงม้าลดลง แต่ยังคงให้ความจัดจ้านไม่ด้อยกว่าเครื่องยนต์รุ่นก่อนเลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้มาจากการพัฒนาโครงสร้างของรถให้เบากว่าเดิมนั่นเอง แถมยังได้ความประหยัดเพิ่มขึ้นมาอีกด้วย นับว่าตอบโจทย์ยุคปัจจุปันได้เป็นอย่างดี

ช่วงล่างพัฒนาใหม่มีความหนึบและนุ่ม ลดเสียงรบกวนเข้ามาภายในห้องโดยสารได้อย่างมาก แม้จะขับรถที่ระดับความเร็วแตะ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระดับความเงียบภายในห้องโดยสารก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันบางรุ่น

การควบคุมรถคล่องตัว โดยเฉพาะการขับขี่ในเมือง ซอกแซกไปได้อย่างสะดวก ถือว่าเป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่ขับสนุกมากรุ่นหนึ่ง ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ดังที่ซูซูกิวางเป้าไว้ได้อย่างลงตัว หาโอกาสไปทดลองขับด้วยตัวคุณเอง จะได้ชัดเจนว่า ซูซูกิ สวิฟท์ คันนี้เหมาะกับคุณผู้ชมหรือไม่