MERCEDES BENZ S350d AMG Premium
   By : CAR WIZARD

 

 

MERCEDES BENZ S350d  AMG PREMIUM

 

รถเมอร์เซเดสเบ๊นซ์คันนี้ เป็นรถระดับพรีเมี่ยมหรูหราอีกรุ่นหนึ่งของค่ายเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ที่เพิ่งเปิดตัวขายอย่างเป็นทางการไปในงานมอเตอร์โชว์เมื่อวันที่ 27มีนาคม 2561 ที่ผ่านมานี่เอง

เป็นเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ เอส คลาส รุ่น  S 350d  AMG Premium และเป็นรถที่ประกอบในประเทศ ( CKD) ที่โรงงานธนบุรีประกอบรถยนต์ จังหวัดสมุทรปราการนี่เองครับ

ซึ่งก่อนหน้าที่จะเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ที่เมืองทองธานีราว 2-3 เดือน  ทางเมอร์เซเดส-เบ๊นซ์ได้สั่งนำเข้ารุ่นนี้มาทั้งคัน (CBU) มาเปิดตัวขายล่วงหน้าก่อนแล้ว โดยครั้งนั้นราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 7,640,000 บาท แต่เมื่อเป็นรถที่ประกอบในประเทศ ทำให้ต้นทุนลดต่ำลง ราคาจำหน่ายจึงเหลืออยู่ที่ประมาณ 6,990,000 บาท ถูกลงไปอีก 650,000 บาท

ถูกลงอีกเกินครึ่งล้าน ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว !

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางบริษัทเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ ประเทศไทยฯ ได้จัดรถรุ่นนี้ให้ทางทีมงานเว็ปไซต์ carwizard  ให้มาทดลองขับกันอยู่หลายวัน ตอนนี้นำส่งคืนกลับไปเรียบร้อยแล้ว สุดยอด ประทับใจเลยทีเดียวเชียวครับ ขอบอก !

S Class 350 d  AMG Premium รุ่นนี้ จะมีเทคโนโลยี่อะไรดี มีความหรูหรามากน้อยแค่ไหน  สมรรถนะในการขับขี่เป็นอย่างไร มาดูกันครับ

เครื่องยนต์

Benz S Class 350d  วางเครื่องยนต์ดีเซล รหัส OM656  แบบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร 2,927 ซีซี. เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์  กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 92.4 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 15.5 : 1 กำลังสูงสุด 286 แรงม้า ที่ 3,400 – 4,600 รอบ/นาที  ให้แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 3,200  รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic  เป็นรถขับเคลื่อนล้อหลัง ความจุถังน้ำมัน 70 ลิตร ความเร็วสูงสุดโดยประมาณที่ 250 กิโลเมตร / ชั่วโมง

ขนาดของตัวรถยาว x กว้าง x สูง : 5,271 x 1,905 x 1,496 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ wheelbase : 3,165 มิลลิเมตร

ดีไซน์ภายนอก

ดีไซน์ภายนอกของ S 350d รุ่นนี้ ดูหรูหราทันสมัยครับ  กระจังหน้าเป็น 3 ก้าน ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED  มาพร้อมกับเทคโนโลยี ULTRA RANGE  ที่จะทำการส่องสว่างไปได้ไกลถึง 650 เมตรโดยอัตโนมัติ  หากระบบสัญญาณตรวจจับไม่พบรถยนต์ที่วิ่งสวนทางมา

ส่วนไฟ Daytime ใช้สำหรับขับขี่ตอนกลางวันเป็นแบบ LED 3 เส้น  ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก และที่พิเศษสุดคือชุดแต่งดีไซน์สปอร์ตจากสำนักแต่ง  AMG  ที่มีทั้งกันชนด้านหน้าและกันชนด้านหลัง  รวมทั้งสเกิร์ตข้าง และล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตๆจาก AMG แบบ 10-Spoke ขนาด 20 นิ้ว อีกด้วยครับ

ลงมาดูในรายละเอียด Option ของ Mercedes-Benz S350d  AMG Premium กัน  เขามีมาให้ตามนี้ครับ

-ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว ลาย AMG Multi-Spoke

-ยาง Run flat คู่หน้า ขนาด 245/40 R20 – คู่หลัง 275/35 R20

-ไฟหน้า MULTIBEAM LED

-ระบบปรับโคมไฟหน้าตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS

-ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง Cornering Light

-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ Automatic High Beam  Assist

-ไฟ Daytime Running Light

-ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี Fiber Optic

-แผ่นรองกันกระแทกใต้ห้องเครื่อง

-ระบบกันสะเทือนแบบถุงลม AIRMATIC พร้อมระบบควบคุมระดับอัตโนมัติ

-ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor

-ระบบฉีดน้ำล้างกระจกบังลมหน้า Magic Vision Control

-กระจกมองข้าง ปรับและพับด้วยไฟฟ้า

-กระจกมองข้าง ปรับมุมมองอัตโนมัติ เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง

-กระจกมองข้าง ฝั่งคนขับ ปรับลดแสงอัตโนมัติ

-กระจกมองหลัง ปรับลดแสงอัตโนมัติ

-กุญแจรีโมท ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ สั่งการทำงานเปิด-ปิดเซ็นทรัลล็อค และ ฝากระโปรงท้าย

-ระบบกุญแจ Keyless-GO

-ระบบ เปิด-ปิดฝาท้ายด้วยไฟฟ้า

-ระบบ เปิด-ปิดฝาท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ Hands-Free Access

-ระบบช่วยปิดประตู ด้วยระบบไฟฟ้า Soft Close

-ระบบช่วยปิดฝาท้าย ด้วยระบบไฟฟ้า Soft Close

-หลังคา Panoramic Sunroof MAGIC Sky Control เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า

-กันชนหน้า ดีไซน์สปอร์ต AMG

-กันชนหลัง ดีไซน์สปอร์ต AMG

-สเกิร์ตข้าง ดีไซน์สปอร์ต AMG

-สัญลักษณ์ Mercedes-Benz บนคาลิปเปอร์เบรก

จุใจกับภายนอกไปแล้ว ทีนี้มาดูภายในห้องโดยสารกันครับว่า S Class รุ่นนี้จะหรูหราขนาดไหน ?

ภายในห้องโดยสาร

ภายในห้องโดยสารของเอสคลาสนี้ค่อนข้างจะหรูหราและเต็มไปด้วยเทคโนโลยี่ครับ มีระบบ Energizing Comfort Control  ที่เน้นความสะดวกสบาย  ซึ่งทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ บอกว่าได้เปิดตัวครั้งนี้เป็นครั้งแรกของโลก โดยเทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่นการปรับโทนสีของไฟภายในห้องโดยสาร  ระบบปรับอากาศ  ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะที่นั่งด้านหลัง 6 แบบ เพื่อที่จะช่วยให้ผ่อนคลายตลอดการเดินทางอีกด้วยครับ

การตกแต่งภายในของ เอส คลาส ก็จะใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ดูหรู ภูมิฐานและปราณีตมากครับ อย่างเบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังหุ้มหนัง Exclusive Nappa  ตัดเย็บลายเบาะแบบ Diamond Design สามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า มีหน่วยบันทึกความจำ และฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่ง และระบบระบายอากาศให้อีกด้วย

ส่วนด้านบนของคอนโซลหน้าและส่วนกลางของแผงประตู  ที่วางแขนตรงบริเวณคอนโซลกลาง ทั้งด้านหน้าและด้านหลังก็จะหุ้มด้วยหนัง Nappa เหมือนกัน  ส่วนผ้าหลังคาและแผงบังแดดด้านหน้าจะหุ้มด้วย Dinamica  Microfiber

ที่นั่งตอนหลังนั้นมาพร้อมกับ Chauffeur Seat Package  ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้บริหาร หรือผู้โดยสารที่นั่งด้านหลังได้มากขึ้น  สามารถปรับเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหน้าเลื่อนขึ้นไปได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. จากตำแหน่งปกติ  จึงทำให้มีพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารตอนหลังเพิ่มขึ้นได้อีก

จุดเด่นที่หรูและดูสปอร์ตอีกอย่างหนึ่งก็คือพวงมาลัย  พวงมาลัยเอสคลาสรุ่นนี้ จะเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น  สไตล์สปอร์ตแบบ 3 ก้าน  ท้ายตัด และหุ้มหนัง Nappa พร้อมกับปุ่มควบคุมระบบต่างๆ รวมทั้งแพดเดิ้ล ชิป แบบ Touch Control  

ด้านเทคโนโลยีและระบบมัลติมีเดียนั้น รุ่นนี้จะมีมาพร้อมกับระบบแผนที่นำทาง  มีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ  Apple CarPlay™  &  Android Auto  มี ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย

ตรงที่นั่งด้านหน้า ระบบเสียงรอบทิศทาง  Burmester® surround sound system  สำหรับผู้โดยสารทางด้านหลังจะมีจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง และจอแสดงผลข้อมูลในการขับขี่บนกระจกบังลมหน้าให้เพิ่มเติมมาอีกด้วยครับ

ลงมาดูเรื่องของ Interior ภายในห้องโดยสารกันครับว่า S – Class รุ่นนี้มีอะไรบ้าง ?  เขามีตามนี้ครับ !

-ฟังก์ชั่น ECO Start / Stop

-ระบบปรับรูปแบบการขับขี่ Dynamic Select

-ระบบแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า Head-up Display

-เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Exclusive Nappa ตัดเย็บแบบ Diamond Cut

-แดชบอร์ดหน้า และ แผงประตู หุ้มด้วยหนัง Napp

-ที่วางแขนคอนโซลกลาง ด้านหน้า ด้านหลัง หุ้มด้วยหนัง Nappa

-หลังคาภายใน และ แผงบังแดด หุ้มด้วย DINAMICA microfibre

-แผงประตูตกแต่งด้วยลายไม้ และ ช่องระบายอากาศด้านหลัง

-พวงมาลัย Multifunction แบบ 3 ก้าน หุ้มหนัง Nappa

-ปุ่มควบคุม Touch Control บนพวงมาลัย

-พวงมาลัยนิรภัยพร้อมพาวเวอร์ปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถ

-เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมบันทึกตำแหน่ง Memory Seat

-เบาะนั่งด้านหลัง ปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมบันทึกตำแหน่ง Memory Seat

-เบาะนั่งคู่หน้า แบบ Climatised พร้อมฟังก์ชั่นระบบอุ่น และ ระบายอากาศ

-เบาะนั่งด้านหลัง (ซ้าย-ขวา) แบบ Climatised พร้อมฟังก์ชั่นระบบอุ่น และ ระบายอากาศ

-เบาะนั่งคู่หลัง แบบ Multi-Contour พร้อมฟังก์ชั่นนวด Energizing 6 รูปแบบ

-ที่รองขาแบบปรับระดับ สำหรับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย

-ที่วางเท้าสำหรับผู้โดยสารด้านหลังฝั่งซ้าย

-เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้า ปรับเลื่อนหน้าได้ 40 mm. เลื่อนขึ้นด้านบน 37 mm.

-คอนโซลกลางที่นั่งด้านหลัง พร้อมปลั๊กไฟ 220V (150watt)

-ม่านบังแดดประตูหลังซ้าย-ขวา เปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า

-นาฬิกาแบบอนาล็อก

-ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 4 Zone

-ฟังก์ชั่นปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร AIR Balance Package

-ระบบ COMAND Online พร้อมรีโมทควบคุมสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

-ระบบแผนที่นำทาง Navigation System

-ระบบสั่งการด้วยเสียง LINGUATRONIC

-เครื่องเล่น Blu-ray สำหรับที่นั่งด้านหลัง

-รองรับการเชื่อมต่อ Andriod Auto / Apple Car Play

-ระบบชาร์จมือถือไร้สาย Wireless Charging

-ระบบเชื่อมต่อไร้สาย Bluetooth

-ระบบควบคุม และ สั่งการด้วย Touchpad

-ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester Surround Sound System

-ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง

-ไฟสร้างบรรยากาศ ภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Lighting 64 สี

-กาบบันไดเรืองแสง พร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz

-ชุดคันเร่ง และ แป้นเบรกแบบสปอร์ต

-ระบบ Energizing Comfort Control ควบคุมสภาวะแวดล้อมภายในห้องโดยสาร

ระบบความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกSafety & Convenients

ทีนี้มาถึงเรื่องสำคัญคือระบบความปลอดภัยครับ  ของเอสคลาสรุ่นนี้มีมาให้แน่นเอี๊ยดกันเลยทีเดียว เขามีอย่างนี้ครับ

ในส่วนของระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistance Package  จะมีมามากมายประกอบด้วย

ระบบ Active Emergency Stop Assist เตือนเมื่อผู้ขับไม่มีการตอบสนองต่อการขับขี่

ระบบ Evasive Steering Assist ระบบช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า

ระบบ Active Distance Assist DISTRONIC ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า

ระบบ Active Blind Spot Assist ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา

ระบบ Active Lane Keeping Assist ช่วยรักษารถให้อยู่ในช่องจราจร

ระบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชั่น Cross Traffic

ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE System และ PRE-SAFE impulse system

ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง PRE-SAFE rear system

โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP

ระบบช่วยการทรงตัวขณะเร่งแซงในทางโค้ง Curve Dynamic Assist

ระบบรักษาสมดุลของตัวรถเมื่อมีลมมาปะทะด้านข้าง Crosswind Assist

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR

ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS

ระบบช่วยเบรก BAS

ระบบเบรก Adaptive Brake พร้อมฟังก์ชั่น Holda

ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-Start Assist

ไฟเบรกกะพริบฉุกเฉิน Adaptive Brake Light

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control

ระบบจำกัดความเร็ว Speedtronic

ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าศูนย์บริการ ASSYST service interval indicator

ระบบเตือนแรงดันลมยาง tyre pressure loss warning system

ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ Attention Assist

ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ Parking Pilot including Active Parking Assist

เซนเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด Parktronic

กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 degree camera

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง

ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 4 ตำแหน่ง

ม่านถุงลมนิรภัยอีก 4 ตำแหน่ง

เรียกว่าปลอดภัย มั่นใจ มากเลยทีเดียวครับ

 AFTER  TEST DRIVE

จากการที่ทีมงานเว็ปไซต์ได้สัมผัสและทดลองขับรถเมอร์เซเดสเบ๊นซ์ เอสคลาส เครื่องยนต์ดีเซล 3,000 ซีซี 286 แรงม้าคันนี้แล้ว จัดว่าประทับใจทีเดียวครับ เป็นรถระดับพรีเมี่ยมที่ขับแล้วให้อารมณ์ถึงความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ความเทอะทะ ขับแล้วให้ความรู้สึกเก้ๆกังเหมือนยุคก่อนๆหดหายไปเลยครับ

และแม้ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ดีเซลก็ตาม เรื่องเสียงเครื่องยนต์ที่คิดว่าจะดังนั้นลั่นเมืองนั้น ตัดปัญหานี้ออกไปได้เลยครับ เครื่องยนต์เงียบมาก แทบจะไม่รู้ว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล  ส่วนอัตราเร่งปรู๊ดปร๊าดทันใจด้วยพลังจากเทอร์โบคู่ พวงมาลัยแม่นยำ กระชับ ควบคุมง่าย

ถือว่าเป็นรถระดับ หรูหราที่ขับดี สนุก และให้ความสะดวกสบาย และที่สำคัญคือราคาจำหน่ายในขณะนี้เป็นที่น่าสนใจมากทีเดียวครับ !

 

คู่แข่งใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง

  • Mercedes-Benz S350d AMG Premium 7,640,000 บาท (นำเข้า CBU)
  • BMW 730Ld Pure Excellence  5,839,000 บาท (ประกอบในประเทศ)
  • BMW 730Ld M Sport  6,339,000 บาท (ประกอบในประเทศ)
  • BMW 740Le xDrive Pure Excellence  6,339,000 บาท (ประกอบในประเทศ)
  • Lexus LS350 Luxury  11,530,000 บาท (นำเข้า CBU)
  • Lexus LS500 Executive  13,080,000 บาท (นำเข้า CBU)
  • Lexus LS500h Executive  14,500,000 บาท (นำเข้า CBU)
  • Lexus LS500h Executive Pleat  15,830,000 บาท (นำเข้า CBU)