TOYOTA C-HR รถสวย ขับดี ไม่แพง !
 By : วัชระ ธรรมศรี

 

TOYOTA  C-HR รถสวย – ขับดี –ไม่แพง !
 

หลายวันก่อนได้ไปลองขับ TOYOTA C-HR  ที่จังหวัดเชียงใหม่ มาครับ

TOYOTA C – HR เขามีชื่อเต็มๆว่า Toyota Coupe High Rider ครับ เป็นชื่อที่ทางโตโยต้าใช้เป็นทางการในบ้านเรา

หรือจะเรียก Compact  High Rider ก็ได้หรือจะเรียก Cross Hatch Run  ก็ได้ เพราะทั้ง 3 คำนี้ความหมายก็คือ C- HR เหมือนกัน

C-HR เป็นรถที่โตโยต้าจัดให้อยู่ในประเภทกลุ่ม เอสยูวี ซับคอมแพค เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ขายอยู่ตอนนี้

ก่อนหน้านี้สองสามปีที่ผ่านมา C-HR ยังเป็น Concept Car เดินสายอวดโฉมอยู่ตามงานโชว์ต่างๆในต่างประเทศเท่านั้น  แล้วมาเผยโฉมตัวเป็นๆ ตัวที่จะผลิตขายกันจริงๆครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2559 ที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์ ที่ผ่านมานั่นเองครับ

จากเจนีวา C-HR ก็เดินสายมาโชว์ต่อที่อเมริกาเหนือในงานลอสแอนเจลิส ออโต้โชว์ ในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ก่อนที่จะมาเปิดตัวขายจริงๆจังๆที่บ้านเกิดประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา

ตัดฉากย้อนกลับมาที่ประเทศไทย !

C-HR เข้ามาเปิดตัวแถลงข่าวในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 แล้วเปิดให้ลูกค้าจับจองสิทธิ์เป็นเรื่องเป็นราวในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปเมื่อปลายปี 2560 เช่นเดียวกัน

ด้วยความที่เป็นของสวย ใหม่ และสด (ในบ้านเรา) C-HR รุ่นนี้จึงเป็นที่สนใจจากลูกค้าจำนวนมาก  หลังจากเปิดตัวขายเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา รายงานข่าวแจ้งว่าจนถึงวันนี้ยอดจองทะลุ 4 พันคันเข้าไปแล้วครับ สำหรับตลาดเมืองไทย

แต่ถ้าเป็นตลาดรวมทั่วโลก 51 ประเทศ C-HR รุ่นนี้  มียอดขายได้แล้วถึง 283,000 คัน โดยมีประเทศญี่ปุ่นครองแชมป์ขายดิบขายดีเป็นที่ 1  และยังติดอันดับ 1 ใน 5 ของรถที่เป็นรุ่นที่ขายดีมียอดจำหน่ายสูงสุดในทวีปยุโรปอีกด้วยนะครับ

ไม่ธรรมดาทีเดียวเชียว !

ทำไม C-HR รุ่นนี้ถึงขายดีนักทั้งตลาดทั่วโลกและที่ประเทศไทย  ?  หลายๆท่านคงต้องการคำตอบ !

คำถามเหล่านี้ทางทางโตโยต้าบอกว่าเป็นเพราะ 4 องค์ประกอบอย่างนี้ครับ !

อย่างแรกคือ C-HR เป็นเครื่องยนต์ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ (New Generation of Hybrid)  ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 ที่โตโยต้าพัฒนาแบตเตอรี่ใหม่ให้มีขนาดเล็กลง แต่เก็บประจุไฟฟ้าได้มากขึ้น ย้ายตำแหน่งที่วางของแบตเตอรี่ใหม่จากซองพนักเบาะหลังมาเป็นใต้เบาะหลัง ทำให้สามารถระบายความร้อนได้ดีขึ้น มีความทนทานและประหยัดน้ำมัน สูงถึง 24.4 กม./ ลิตร มีการรับประกันคุณภาพระบบไฮบริดถึง 5 ปี และรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ไฮบริดยาวถึง 10 ปี  แบตเตอรี่บำรุงรักษาง่าย ไม่จุกจิก ไม่แตกต่างไปจากเครื่องยนต์เบนซิน

อย่างที่สองคือ C-HR รุ่นใหม่นี้ ทางโตโยต้าบอกว่าถือเป็นสถาปัตยกรรมใหม่กันเลยทีเดียวเชียว เพราะเป็นโครงสร้างมาตรฐานใหม่ (Toyota Global New Architecture หรือ TNGA) คือตัวถังได้พัฒนาให้มีความแข็งแกร่งขึ้น (Body rigidity)  มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง (Low center of gravity)  ส่วนของระบบช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระ ปีกนกคู่   การพัฒนาใหม่นี้จะช่วยลดการโคลงของตัวถังลง ทำให้การขับขี่มีความปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น

อย่างที่สามคือเรื่องของความปลอดภัย !

โตโยต้าบอกว่า C-HR รุ่นนี้ เป็นรถที่ทางโตโยต้าได้รวบรวมเอาระบบความปลอดภัยขั้นสูงมาไว้รวมกันหมดทางภาษาอังกฤษเรียกกันว่า Toyota Safety Sense หรือ TSS

TSS ของโตโยต้าที่เอามาใส่ใน C-HR นี้มีอะไรบ้างเรามาดูกัน !

อย่างแรกมีระบบความปลอดภัยก่อนการชน (Pre-Collision System)  โดยระบบนี้เรดาร์จะตรวจจับวัตถุที่อยู่ด้านหน้าแล้วจะส่งสัญญาณเตือนเพื่อให้ลดความเร็วและความรุนแรงลงหากเกิดอุบัติเหตุ  

มีระบบควบคุมและปรับความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ควบคุมความเร็วให้คงที่ พร้อมตรวจจับวัตถุหน้ารถด้วยเรดาร์และลดความเร็ว  ระบบนี้เขาบอกว่าจะช่วยเพิ่มความสบายยิ่งขึ้นเมื่อขับรถทางไกลๆ

มีระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beams) ระบบปรับลดไฟสูง-ต่ำ อัตโนมัติ เมื่อเรดาร์ตรวจจับได้ว่ามีรถขับสวนมาเพื่อไม่ให้แสงไฟแยงตากัน  และเมื่อขับเข้าที่มืดไฟก็จะเปิดอัตโนมัติพร้อมเปิดไฟอัตโนมัติ

นอกจากนี้ยังมีระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนให้อีกด้วย มีมาพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist)  คือเมื่อคุณขับรถออกนอกช่องทาง  โดยไม่เปิดไฟเลี้ยวหรือเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ  ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่หน้าจอ MID และพวงมาลัยจะทำการหน่วงกลับอัตโนมัติ

ทั้งหมดนี้แหละครับที่โตโยต้าบอกว่าเป็นสุดยอดของเทคโนโลยี่ของความปลอดภัยที่โตโยต้าเอามาใส่ไว้ใน C-HR รุ่นนี้

และสุดท้ายอย่างที่สี่ คือ C-HR จะมีระบบ T- Connect Telematics เป็นระบบการเชื่อมต่อทุกเส้นทางที่โตโยต้ามีมาให้ในรุ่นนี้ด้วยครับ

ระบบ T- Connect  Telematics นี้ทำงานอย่างไร ใช้อย่างไร มาดูกันครับ !

ระบบนี้เป็นระบบที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อที่จะให้ผู้ขับขี่หรือผู้ใช้รถได้รับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง Operator ที่สามารถขอความช่วยเหลือได้ 24 ชม. มีระบบการตรวจสอบตำแหน่งของรถยนต์ ช่วยค้นหารถในกรณีที่รถถูกขโมย และยังมีบริการสัญญาณ Wi-Fi ให้รถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้อย่างไร้ขีดจำกัดอีกด้วยครับ

ทั้งหมดนี้คือ 4 หัวใจหลักที่เป็นจุดดี จุดเด่น จุดขายของรถ เอสยูวี รถซับคอมแพค ของโตโยต้า C-HR เครื่องยนต์ไฮบริดที่กำลังทำยอดจอง สร้างตัวเลขยอดขายให้กับโตโยต้าชื่นมื่นกันอยู่ตอนนี้ครับ

และเมื่อไม่นานมานี้ โตโยต้าก็ได้พาสื่อมวลชนไปทดลองขับ C-HR กัน เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะตัวเป็นๆตัวจริงเสียงจริงกันหลังจากที่เฝ้ารอคอยกันมานาน

ด้วยรถทดสอบหรือทดลองขับนั้นมีค่อนข้างจำกัด ทางโตโยต้าจึงจัดแบ่งออกเป็นกรุ๊ปให้สื่อมวลชนได้ลองขับกัน มีอยู่ 4 กรุ๊ป 4 เส้นทาง ครบทุกภาคทั้งเหนือ ทั้งใต้ ทั้งอีสานและตะวันออก

ของกรุ๊ปผมนั้นไปขับกันที่เชียงใหม่ครับ  ขึ้นเครื่องจากดอนเมือง ไปลงเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ของโตโยต้าจัดเตรียมรถไว้ให้เรียบร้อย เป็น C-HR ไฮบริดทั้งหมดรวม 6 คัน และทุกคันเป็นตัว Top สุด เป็นเครื่องยนต์ไฮบริด ( ดูรายละเอียดข้อมูลของตัวรถอยู่ด้านล่างบทความนี้ครับ)

จากสนามบินเชียงใหม่ คณะเรานั่งรถตู้มากันที่ร้านสวนผักอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนัก ที่นี่โตโยต้าได้จัดรถเตรียมไว้ให้เรียบร้อย  แต่ก่อนจะได้ลองขับกันเป็นจริงเป็นจังนั้น เราก็ทานอาหารกลางวันกันก่อน เสร็จแล้วมาฟังบรีฟเกี่ยวกับ Product   ของโตโยต้า C-HR  ที่ห้องประชุมในร้านอาหารกันนั่นเองครับ

ทานข้าวกลางวันเสร็จต่อด้วยฟังบรรยายสรุป ใครมีข้อสงสัย อยากรู้เรื่องอะไรถามได้หมด ทางโตโยต้ามีผู้ทรงคุณวุฒิเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ C-HR นี้คอยตอบคำถาม ตอบข้อสงสัยได้ทุกกรณี

เราใช้เวลาทั้งทานข้าวและบรรยายสรุปรวมกันราวๆ 3 ชั่วโมงจึงเริ่มออกเดินทางขับรถกัน

เส้นทางที่ใช้ออกจากร้านสวนผักใกล้สนามบิน เราก็ขับย้อนผ่านมาทางสนามบินอีกที แล้วมุ่งหน้าไปแยกต้นเกวี๋ยน ขึ้นเขาไปสะเมิง  ผ่านไปทางกฤษฏาดอย เดิม) หรือโรงแรม FLORA CREEK  ขับขึ้นเขา ลงเขา ข้ามเขาแล้วทะลุไปลงฝั่งแม่ริม  พอลงแม่ริมเสร็จมาใช้เส้นวงแหวนสมโภช 700 ปี แล้วเลี้ยวซ้ายไปแม่ออน มุ่งหน้าไปพักกันที่ Tengoku

ระยะทางรวมก็พอใช้ได้ครับเกือบๆ 200 กิโลฯ ที่ได้ขับกัน และที่ได้  feeling กันจริงๆจะเป็นช่วงที่ขับกันบนเขานั่นแหละครับ ที่มีโค้งมากมายนับไม่ถ้วน โค้งซ้าย โค้งขวา โค้งหักศอกให้ได้ลอง ได้พิสูจน์สมรรถนะกัน

ส่วน Mode ต่างๆที่มาให้ใช้ให้เลือกระหว่างขับขี่ ทั้ง EV  Mode / Sport  Mode หรือ  ECO  Mode  ได้ลองเลือก ลองใช้กันตามอัธยาศัยบนเส้นทางนี้

แต่ช่วงที่ผมได้ขับนั้นจะเลือกใช้ Sport  Mode เป็นส่วนใหญ่ เพราะขับสนุก อีก 2 Mode นั้นไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

ผมชอบ C-HR เป็นรถที่รูปร่างหน้าตาสวย ทันสมัย ดีไซน์ตามยุคครับ หุ่นกะทัดรัด คล่องตัว สมส่วนกับเครื่องพันแปด ภายในดูหรูหรามีราคาดี ด้านหน้านั่งสบายๆ แต่ห้องโดยสารด้านหลังอาจจะเล็กไปหน่อย  อาจจะเป็นผลพวงจากการดีไซน์ เลยทำให้คนที่นั่งด้านหลังมองทัศนวิสัยภายนอกได้ไม่ค่อยจะดีนัก

ได้ลองขับสัมผัสกับสมรรถนะของเขาแล้ว ยกนิ้วให้เลยครับ ในเรื่องของการทรงตัว การเข้าโค้งที่ขับกันไปบนเขานับร้อยโค้ง การทำงานของระบบช่วงล่างหนึบ เนียน นิ่ง ขับแล้วมั่นใจครับ พวงมาลัยแม่น ตอบสนองได้ดี  ยาง 215 / 60 ขอบ 17 นี่ เกาะถนนติดเป็นตุ๊กแก

คณะเราขับตามไล่เกาะกันไป ทิ้งระยะห่างกันพอควร เพื่อความปลอดภัย ระดับความเร็วที่ใช้กันอยู่ในย่านๆไม่น่าเกินร้อย เพราะขับกันบนเขา ทางโค้งสลับไปสลับมาตลอดทาง  บางช่วงบางจังหวะคันของผมได้ขับอยู่ข้างหน้าบ้าง สลับตามหลังบ้าง หรืออยู่ตรงกลางขบวนบ้าง ได้มองเห็นภาพตอนขับ C-HR เข้าโค้งกันตามสรีระของขุนเขาในมุมต่างๆ เห็นแล้วสวยดีครับ ทั้งวิว ทิวทัศน์และบรรยากาศของเมืองเหนือ เมืองมหาเสน่ห์ของบ้านเรา

 ได้ไปลองขับมา รู้สึกอย่างไร กับตัวรถ ก็เก็บมาเล่าสู่กันฟังตามนี้นี่แหละครับ!

แต่อย่างว่า ภาษิตโบราณ...สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น  สิบตาเห็นไม่เท่าได้สัมผัส เอามือจับ เอามือคลำ !

ถ้าหากว่าท่านสนใจ ใคร่ขอแนะนำให้ไปทดลองขับกันที่โชว์รูมของโตโยต้ากันดีกว่าครับ ไปบอกที่ศูนย์เลยว่าจะลองขับเครื่องยนต์แบบไหน จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินอย่างเดียว หรือเอาเครื่องยนต์ไฮบริด มีให้ลองขับทั้งสองแบบ  แต่มีแบ่งขายออกเป็น  4 รุ่น   เครื่องยนต์เบนซิน  รุ่น 1.8 Entry  ราคา 979,000 บาท  รุ่น 1.8 Mid  ราคา  1,039,000 บาท

ส่วนเครื่องยนต์ไฮบริด   รุ่น HV Mid  ราคา  1,069,000 บาท   รุ่น HV Hi ราคา  1,159,000 บาท

ทุกรุ่นมาพร้อมการขยายเวลารับประกันเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม.  สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริดโตโยต้ามี Hybrid Package กับการรับประกันแบตเตอรี่ 10 ปีและระบบไฮบริด 5 ปี พร้อมโปรแกรมการรับประกันมูลค่ารถในอนาคต* (GFV – Guarantee Future Value) ที่โตโยต้าชัวร์ เพื่อลดความกังวลด้านราคาขายต่อเมื่อนำรถมาแลกเปลี่ยนภายในปีที่ 5

ไปลองขับกันก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่าครับ !

----------------------------------------------------------------------------

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Toyota C-HR

 

รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด  HV Hi / HV Mid

ระบบส่งกำลัง

  • เครื่องยนต์

รุ่น                                2ZR-FXE DOHC 16 วาล์ว

ความจุกระบอกสูบ        1,798 ซีซี

แรงม้าสูงสุด               72 กิโลวัตต์ (98PS) / 5,200 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด              142 นิวตันเมตร (14.5 กิโลกรัมต่อเมตร) / 3,600 รอบต่อนาที

ระบบขับเคลื่อน              E-CVT (Electrically-controlled Continuously Variable Transmission) พร้อม Shift Lock

อัตราส่วนกำลังอัด        13.0 : 1

ระบบจ่ายน้ำมัน           หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แบบ EFI

น้ำมันเชื้อเพลิง            E20

ความจุถังน้ำมัน           43 ลิตร

  • มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor)

ชนิด                        มอเตอร์ซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร

แรงดันไฟฟ้าสูงสุด        600 โวลต์

กำลังสูงสุด                53 กิโลวัตต์

แรงบิดสูงสุด              163 นิวตันเมตร

  • แบตเตอรีไฮบริด Ni-MH (Nickel–Metal Hydride)

ชนิด                        นิกเกิลเมทัลไฮดราย

แรงดันไฟฟ้า               201.6 โวลต์

จำนวนโมดูล              28  โมดูล

ความจุไฟฟ้า              6.5 แอมป์ (3 ชั่วโมง)

  • เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

กำลังสูงสุด                90 กิโลวัตต์ (122 PS)

  • ระบบช่วงล่าง

หน้า                        อิสระเม็คเฟอร์สตัท พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง                        อิสระแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) พร้อมเหล็กกันโคลง

  • ระบบเบรค

หน้า                      ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน

หลัง                       ดิสก์เบรก

  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)

 

ภายนอก

  • ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Full LED
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Light) แบบ Light Guiding
  • ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัคิ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า LED Sequential
  • ไฟท้าย Full LED รมดำ
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติ
  • กระจกบังลมหน้าแบบเก็บเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ไฟส่องสว่างที่กระจกมองข้างแบบ LED (Welcome Lamp) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ยางขนาด 215/60 R17 พร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว

ภายใน

  • สีภายในทูโทน (ดำและน้ำตาล)
  • วัสดุหุ้มเบาะเบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์ (เฉพาะรุ่น 8 Mid)
  • เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ต
  • พวงมาลัยและวัสดุตกแต่งฐานเกียร์หุ้มหนัง
  • ไฟส่องสว่างบริเวณประตูหน้าและที่วางแก้ว
  • วัสดุหุ้มเบาะเบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์
  • เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง

 

มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • ระบบสตาร์ทอัตโนมัติ (Push Start)
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)
  • ระบบเบรคมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้ อัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support)
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
  • ระบบ EV Mode
  • ระบบ Sport และ ECO Mode
  • กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe

TRUSTABLE SAFETY  มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกสถานการณ์

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบความปลลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre-Collision System) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High Beams) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมพวงมาลัยหน่วงอัตโนมัติ (Lane Departure Alert with Steering Assist) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเหนื่อยล้าขณะขับขี่ VSW (Vehicle Sway Warning) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง (Back Guide Monitor)
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
  • ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System )
  • สัญญาณเตือนระยะด้านหน้า ท้าย และที่มุมกันชน 8 จุด
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitoring) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTA (Rear Cross Traffic Control)
  • ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านด้านข้างและหัวเข่าด้านคนขับ

ระบบเครื่องเสียง

  • DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMII/ Micro SD Card
  • ระบบนำทาง (Navigator) (เฉพาะรุ่น HV Hi)
  • ระบบเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
  • จำนวนลำโพง 6 ตัว
  • ระบบ T-Connect TELEMATICS อีกขั้นของความล้ำสมัยที่จะเชื่อมต่อคุณและรถให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
    • PARKING ALERT ระบบแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่
    • FIND MY CAR เช็คตำแหน่งรถผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch
    • MY TOYOTA WI-FI กระจายสัญญาณ Wi-Fi เชื่อมต่อความบันเทิงออนไลน์ได้พร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ *ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแพ็กเกจ
    • NAVIGATOR ระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจรให้คุณถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ (สำหรับรุ่น HV MID ต้องใช้ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์แต่ละรุ่น)
    • STOLEN VEHICLE TRACKING ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม และศูนย์บริการที่พร้อมช่วยเหลือคุณตลอด 24 ชั่วโมง
    • SOS EMERGENCY SERVICE ประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในบางกรณี)
    • OPS (OPERATOR SERVICE) ผู้ช่วยค้นหาเส้นทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมบริการจองร้านค้าชั้นนำ เพื่อความสะดวกสบายทุกการเดินทาง (สำหรับรุ่น HV MID ต้องใช้ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมของโทรศัพท์แต่ละรุ่น)
    • PAY AS YOU DRIVE ประกัน “ขับน้อย จ่ายน้อย” ข้อเสนอการคุ้มครองสุดพิเศษให้คุณจ่ายตามการใช้งานจริง *สำหรับการทำประกันภัยกับบริษัทฯ ที่กำหนดไว้เท่านั้น

ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.t-connect.in.th

 

รุ่นเครื่องยนต์ เบนซิน

1.8 Mid / 1.8 Entry

  • เครื่องยนต์

รุ่น                          2ZR-FBE DOHC 16 วาล์ว

ความจุกระบอกสูบ        1,798 ซีซี

แรงม้าสูงสุด               103 กิโลวัตต์ (140 PS) / 6,000 รอบต่อนาที

                    แรงบิดสูงสุด              175 นิวตัน-เมตร (17.8 กิโลกรัมต่อเมตร) /4,000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง             แบบอัตโนมัติ Super CVT-I พร้อม Shift Lock

อัตราส่วนกำลังอัด        10.0 : 1

ระบบจ่ายน้ำมัน              หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ แบบ EFI

น้ำมันเชื้อเพลิง            E85

ความจุถังน้ำมัน           50 ลิตร

  • ระบบช่วงล่าง

หน้า                        อิสระเม็คเฟอร์สตัท พร้อมเหล็กกันโคลง

หลัง                        อิสระแบบปีกนกคู่ พร้อมเหล็กกันโคลง

  • ระบบเบรค

  หน้า                      ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน

           หลัง                       ดิสก์เบรก

  • พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (EPS)

 

ภายนอก

  • ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ Halogen
  • ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED (LED Daytime Running Light)
  • ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัคิ พร้อมระบบ Follow-Me-Home
  • ไฟเลี้ยวด้านหน้า
  • ไฟท้าย LED
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED ปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติ
  • กระจกบังลมหน้าแบบเก็บเสียงรบกวน (Acoustic Glass)
  • สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3 แบบ LED
  • เสาอากาศแบบครีบฉลาม
  • ยางขนาด 215/60 R17 พร้อมล้ออัลลอย 17 นิ้ว

ภายใน

  • สีภายในทูโทน (ดำและน้ำตาล) (เฉพาะรุ่น 8 Mid)
  • วัสดุหุ้มเบาะเบาะหนังและวัสดุสังเคราะห์ (เฉพาะรุ่น 8 Mid)
  • เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ต
  • พวงมาลัยและวัสดุตกแต่งฐานเกียร์หุ้มหนัง
  • เบาะนั่งด้านหลังแยกพับได้แบบ 60:40
  • กระจกหน้าต่างไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ 4 ตำแหน่ง

มาตรวัดและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

  • ระบบสตาร์ทอัตโนมัติ (Push Start)
  • ระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)
  • ระบบเบรคมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)
  • ระบบหน่วงเบรคอัตโนมัติ (Auto Brake Hold)
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ปรับอิสระแยกซ้าย-ขวา
  • ที่ปัดน้ำฝนแบบหน่วงเวลาและปรับตั้งเวลาได้
  • ปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support) (เฉพาะรุ่น 8 Mid)
  • ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและจอข้อมูลการขับขี่ที่พวงมาลัย
  • จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
  • ระบบ Sport และ ECO Mode
  • ระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร nanoe

TRUSTABLE SAFETY  มาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดในทุกสถานการณ์

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution)
  • ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist)
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC (Traction Control)
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)
  • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง (Back Guide Monitor)
  • ชุดซ่อมยางฉุกเฉิน
  • ระบบแจ้งเตือนลมยาง TPMS (Tire Pressure Monitoring System )
  • สัญญาณเตือนระยะด้านหน้า ท้าย และที่มุมกันชน 8 จุด
  • ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง
  • ถุงลมเสริมความปลอดภัย ระบบ SRS 7 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านด้านข้าง

และหัวเข่าด้านคนขับ

ระบบเครื่องเสียง

  • DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMII/ Micro SD Card
  • ระบบเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
  • จำนวนลำโพง 6 ตัว