All New Suzuki SWIFT เป็นมากกว่าอีโค คาร์ !
 By : วัชระ ธรรมศรี

  

All New Suzuki SWIFT เป็นมากกว่าอีโค คาร์ !

ยอดจองทะลุ 3 พันคันไปเรียบร้อยแล้วครับสำหรับซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่ล่าสุด ทั้งที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง

ร้อนแรงมากครับกับตัวเลขนี้ในระยะเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้นเอง!

นึกย้อนกลับไปวันแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ คุณโยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัดบอกไว้ว่าซูซูกิ สวิฟท์ใหม่นี้เป็นรถโฉมใหม่ ดีไซน์สวย ทันสมัย ขับสนุก เป็นรถเจนเนอเรชั่นที่ 3 ของรุ่นสวิฟท์ที่ได้รับรางวัล RJC Car of the Year 2018 จากการคัดเลือกโดยสถาบันนักวิจัยและผู้สื่อข่าวยานยนต์ของญี่ปุ่น ขณะที่ 2 เจนเนอเรชั่นแรกก็ได้รับรางวัลนี้มาแล้วเหมือนกันเมื่อปี 2005 และปี 2010

พร้อมกับตอกย้ำว่าซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่ล่าสุดนี้เป็นรถสปอร์ต คอมแพคคาร์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกกันเลยทีเดียว !!!

เลยไม่ค่อยแปลกใจนักที่รถเล็กขนาดคอมแพคคาร์หรือเรียกกันว่าซิตี้คาร์หรืออีโคคาร์อย่างซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่นี้เขาขายดิบ ขายดี มียอดจองทะลุเป้าเกินความคาดหมายในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

พอเปิดตัวแถลงข่าวเสร็จสรรพ ทางซูซูกิเขาก็พาสื่อมวลชนสายรถยนต์ไปทดลองขับกันที่เชียงใหม่ คราวนี้ไปกันเยอะครับ หลายกรุ๊ป หลายทริป จองตั๋วเครื่องบินไปกันรวมแล้วกว่า 100 ชีวิตสลับกันไป แบบว่ากรุ๊ป A ไปก่อน แล้วกรุ๊ป B ตามไป พอกรุ๊ป B ขับเสร็จแล้วกลับ กรุ๊ป C ก้อตามไป พอกรุ๊ปC กลับกรุ๊ป D ก็ตามไปปิดท้ายรวมแล้ว 4 กรุ๊ป ครบถ้วนไม่ตกไม่หล่น

ซูซูกิ สวิฟท์ โฉมใหม่ เป็นรถอีโคคาร์ขนาดเครื่องยนต์ 1200 cc 83 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 6 สปีด

จุดเด่นที่เป็นจุดขายหลักๆของสวิฟท์โฉมใหม่นี้มี 3 อย่างด้วยกันครับ

 

กระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต คาดด้วยลายเส้นสีแดง

ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ ปรับระดับสูง-ต่ำได้  มีมาพร้อมกับ Daytime Running Light

มือจับประตูหลังเรียบเนียนไปกับตัวรถ เทห์ไปอีกแบบ

อย่างแรกคือการดีไซน์ การออกแบบที่มาคราวนี้การออกแบบทั้งภายใน ภายนอก ที่เติมกลิ่นอายความเป็นยุโรปเข้ามาทำให้ดูเด่นเน้นความเป็นสปอร์ตมากขึ้น ตั้งแต่กระจังหน้า ล้อ ไฟหน้า และมือจับเปิดปิดประตูหลังที่อยู่ด้านบนเรียบเนียนไปกับตัวรถ ดูเท่ห์ดีเหมือนกันครับ

อย่างที่สองคือเรื่องของ Performance หรือสมรรถนะในการขับขี่ เพราะสวิฟท์โฉมใหม่นี้ใช้แพลตฟอร์มใหม่ครับเรียกว่า HEARTECT เป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้รถมีน้ำหนักลดลง 60-80 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น) ตัวถัง ( Mainframe) ก็เป็นชิ้นเดียวกัน  ส่วนของช่วงล่างวิศวกรออกแบบมาเชื่อมต่อกันทำให้สมรรถนะการขับขี่ดีขึ้นมั่นใจมากขึ้น

แม้แรงม้าจะลดลงจากเดิมรุ่นก่อนหน้านี้  91 แรงม้า แต่โฉมใหม่ 83 แรงม้า ประสิทธิภาพ การตอบสนองในการขับขี่ ทางซูซูกิยืนยันว่ายังเหมือนเดิมครับ เพราะน้ำหนักตัวรถลดลง แรงม้าลดลง มันก็จะ Balance กัน

และสุดท้ายคือเป็นเรื่องของเทคโนโลยี่ครับ : ทางซูซูกิบอกว่าการที่แพลตฟอร์มใหม่ ทำให้น้ำหนักรถเบาลง ภาระการทำงานของเครื่องยนต์จึงไม่หนัก และอีกอย่างหนึ่งก็คือเครื่องยนต์ใช้หัวฉีดคู่หรือ DUALJET ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ดีขึ้น ทำให้การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ประหยัดน้ำมันมากขึ้นถึง 23 กม. / ลิตรเลยทีเดียว

และจะมีระบบ IDLING STOP ที่จะสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์เองอัตโนมัติ ขณะที่รถจอดหยุดนิ่ง (รถติด) รวมถึงระบบ Hill Hold Control ซึ่งจะเป็นระบบการช่วยออกตัวอัตโนมัติขณะที่รถอยู่บนทางเนินลาดชัน คือเมื่อเราเอาเท้าออกจากเบรคเพื่อไปเหยียบคันเร่ง รถจะยังหยุดนิ่งประมาณ 2-3 วินาทีครับ จะไม่ไหลถอยหลัง ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ยิ่งมี Air Bag เติมมาให้อีก 6 จุด เรื่องความปลอดภัยของซูซูกิ สวิฟท์ ใหม่นี้จึงดูเหนือกว่าใครๆเขามากทีเดียว

ทั้ง 3 อย่างนี้คือจุดเด่น จุดขายหลักๆของ ซูซูกิสวิฟท์ ใหม่ปี 2018 นี้ครับ

ได้ไปลองขับมาที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้อรรถรสพอหอมปากหอมคอ ออกสตาร์ทจากโรงแรม FLORA CREEK หรือกฤษดาดอย เดิม ขับลงดอยผ่านโค้งซ้าย โค้งขวา โค้งหักศอก อยู่บนเส้น 1269 แล้วมาลงสู่พื้นราบในเมืองถึงสี่แยกต้นเกว๋นเลี้ยวซ้ายวิ่งเข้าเส้น 121 เลียบคลองชลประทาน ขับยาวไปอีกหน่อยแล้วไปเลี้ยวขวาตรงแยกอุโบสวารีประทาน แล้วยาวตรงไปผ่านม.พายัพ ผ่านศูนย์ราชการ  จนไปถึงแยกแม่ริม – เชียงใหม่ แล้วยูเทิร์นกลับมาเส้นทางเดิม แล้วมา Finish กันที่โรงแรมจุดที่ออกสตาร์ทนั่นแหละครับ

ระยะทางรวมๆร้อยกว่ากิโลฯ กับรถอีโคคาร์หรือรถซิตี้คาร์อย่างซูซูกิ สวิฟท์ 1200 cc 83 แรงม้า นี้จัดจ้านพอตัวทีเดียว  ทั้งช่วงลงดอย ขึ้นดอย ที่เป็นทางโค้งเธอตอบสนองได้ดีมากกับความเร็ว 60-70-80 แล้วแต่สภาพเส้นทาง ช่วงล่างและยางเธอเกาะแน่นหนึบ พวงมาลัยแม่นๆ  ทรง D-Shape กระชับมือ สั่งได้ เลยทำให้ขับสนุกดีครับ

พอมาช่วงลงพื้นราบในเมือง เลี้ยวซ้ายจากสี่แยกต้นเกว๋นมาได้ไม่ถึงกิโลฯ ก็เจอด่านตำรวจโบกเรียกให้จอด ท่านคงชอบสีแดงมังครับ  มีอยู่ 2 คันเรียกให้จอดทั้งสองคัน ส่วนสีอื่นๆปล่อยไปหมด

ท่านก็ไม่ได้อะไรมาก แล้วเราก้อไม่ได้ทำอะไรผิด เอกสารทุกอย่างมีครบ ความเร็วก็ไม่เกิน เพราะอยู่ในเขตเมืองรถราหนาแน่น หมดโอกาสที่จะใช้ม้าพิสูจน์ความเร็ว สรุปว่าท่านถามสารทุกข์สุกดิบว่ารถของบริษัทอะไร จะไปไหนกัน กลับวันไหน พักที่ไหน มากี่คน มาเยอะไม๊ ? อะไรราวๆนี้แหละครับ แล้วท่านก็ปล่อยให้ผ่านไป

ท่านคงเป็นห่วงประชาชนของท่าน จึงใคร่ขอขอบพระคุณย้อนหลังสำหรับด่านตรวจบนเส้นทาง 121 ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ช่วงเวลาเช้าๆสัก 10 โมง ด้วยนะครับ

ระยะทางที่ได้ทดลองขับกันร้อยกว่ากิโลเมตรนี้ถือว่าโอเคครับ ได้ลองขับทั้งในเมือง นอกเมือง บนเขา บนดอย เจอช่วงรถติดบ้าง หรือบางช่วงทางตรงๆทำความเร็วได้บ้าง เรียกได้ว่าครบทุกรสชาติในระยะสั้นๆ กระชับๆ กับสวิฟท์ โฉมใหม่คราวนี้

ได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารคุณพี่ “ วัลลภ ตรีฤกษ์งาม” ท่านเป็นกรรมการบริหารด้านการขายและการตลาดของบริษัท ซูซูกิฯ ท่านบอกว่ากลุ่มเป้าหมายของ All New Suzuki SWIFT นี้ก็คือผู้ที่ซื้อรถเพื่อใช้งานเป็นรถคันแรก รายได้ระดับปานกลางขึ้นไป อายุตั้งแต่ 21-39 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและเริ่มต้นสร้างครอบครัว ซึ่งเป้าหมายจะแบ่งออกไปอีก 2 กลุ่ม

กลุ่มแรกจะเป็นกลุ่มอายุ 21-29 ปี ซึ่งกลุ่มนี้ทางซูซูกิมองว่าจะเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของตนเอง ชอบรถที่ขับสนุก ควบคุมง่าย

อีกกลุ่มนึ่งจะเป็นกลุ่มที่มีอายุ 30 - 39 ปี ชอบรถที่มีดีไซน์ที่บอกถึงตัวตนและมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งกลุ่มนี้คุณวัลลภบอกว่าเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ WE STANDOUT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง… นี่เองครับ

จะว่าไปแล้วซูซูกิ มอเตอร์ฯ ในระยะหลังๆ ค่อนข้างจะเปิดเกมรุกหนักมากครับทั้งในเรื่องของการพัฒนาตัว Product การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบต่างๆ และการพัฒนาสร้างและขยายโชว์รูม ศูนย์บริการที่จะมีให้ครบ 120 สาขาทั่วประเทศในเดือนมีนาคมนี้

อย่างล่าสุดนอกจากจะเอา ชาริล ชัปปุยส์ และ “วี” วิโอเลต วอเทียร์ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุดของ All New Suzuki SWIFT แล้ว ยังร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดโปรแกรม My Way ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,999 บาท ต่อเดือนอีกด้วย

แล้วก็ยังมีแคมเปญพิเศษ Loyalty Program ให้กับลูกค้า SWIFT เดิมเพียงนำ SWIFT คันเดิมมาเปลี่ยนเป็น SWIFT ใหม่ ก็จะได้รับทันทีส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง 20,000 บาท อีกด้วย

ความโดดเด่นและหลากหลายกิจกรรมที่มีอยู่ในตัวของ SUZUKI SWIFT ใหม่นี้จึงไม่แปลกที่ยอดจองจะทะลุ 3,000 คันในเวลาแค่เพียงเดือนเดียว  และนี่ยังเหลืองานใหญ่ๆทั้ง Motor Show และ Motor Expo รวมทั้ง BIG Motor Sale อีก จึงไม่ใช่เรื่องยากที่เป้าหมายตั้งไว้ 15,700 คันในปี 2561 นี้จะทำไม่ได้

เพราะทั้งราคาที่ตั้งขายในแต่ละรุ่น เมื่อเทียบกับเทคโนโลยี่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆที่ให้มากับตัวรถนั้น ส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามันน่าจะมากกว่าความเป็นรถอีโคคาร์เสียอีกครับ !

เครื่องยนต์ 1,197 cc 83 แรงม้า

พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง สูง ต่ำ หน้า หลัง ได้หมด

เกียร์อัตโนมัติ CVT เดินหน้า 6 ถอยหลังอีก 1  ฐานของเกียร์หุ้มหนังมาให้ด้วย

ด้านหลัง 3 ที่นั่ง

 จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับความบันเทิงได้หลากหลาย

ข้อมูลเพิ่มเติม :

ราคาจำหน่าย  Suzuki Swift 2018 มีดังนี้

- 1.2 GA CVT ราคา 499,000 บาท
- 1.2 GL CVT ราคา 536,000 บาท
- 1.2 GLX CVT ราคา 609,000 บาท
- 1.2 GLX-Navi CVT ราคา 629,000 บาท

All New Suzuki SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ Ablaze Red Pearl, Star Silver Metallic, Mineral Gray Metallic, Super Black Pearl และ 2 สีใหม่ คือ Speedy Blue Metallic และ Pure White Pearl โดยมีทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ GA CVT, GL CVT, GLX CVT และ GLX-Navi CVT