ตลาด อีโค คาร์ ระอุ ฟาดฟันกันลุกเป็นไฟส่งท้ายปี 2562

 

ข่าวยานยนต์ตลอดปีที่ผ่านมา มีข่าวสารมากมาย แต่จะมีเรื่องราวการเปิดตัวของรถยนต์อีโค คาร์ มาเป็นระยะ และช่วงปลายปี 2562 ตลาดรถยนต์ที่ร้อนแรงที่สุดน่าจะเป็นกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ ที่มีการเปิดตัวโฉมใหม่ รวมถึงมีการปรับโฉมกันเกือบทุกรุ่น ยิ่งในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ก็มีผู้เข้าชมงานให้ความสนใจ เยี่ยมชมรถยนต์ในกลุ่มนี้กันอย่างคึกคักเป็นอย่างมาก แต่ละค่ายล้วนออกโปรโมชั่นที่ดึงดูดใจ เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกลุ่มอีโคคาร์ที่ถือว่ามีผู้ซื้อที่กว้างมาก และน่าจะลากยาวไปตลอดปี 2563 วันนี้ทีมงานพ่อมดรถยนต์ ขอนำเสนอรถยนต์ในกลุ่มนี้ ว่ามียี่ห้อไหนรุ่นใดที่กำลังเป็นสนใจกันบ้าง

HONDA CITY TURBO 2020

ค่ายฮอนด้า ส่ง ซิตี้ โฉมใหม่ทั้งหมด ลงตลาดอีโคคาร์ แทนรุ่น บริโอ ที่ไม่ประสบความสำเร็จ ด้วยการนำเครื่องยนต์ใหม่ เบนซินเทอร์โบ ขนาด 1.0 ลิตร  ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า เพื่อให้ ซิตี้ เข้าเกณฑ์รถยนต์อีคาร์ โดยมีอัตราการประหยัดน้ำมันที่ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ชูความเด่นที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร และแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT

มาพร้อมดีไซน์ภายนอกและภายในที่ยกระดับภาพลักษณ์ความสปอร์ตยิ่งขึ้น ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารมอบความกว้างขวางในทุกมิติ ตกแต่งให้ดูหรูหราด้วยโทนสีดำ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay  และเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย Honda CONNECT Honda CITY 2020 มีราคาที่ถูกลงกว่า Honda CITY ตัวเก่า รุ่นเครื่องยนต์ 1,500

โดยราคาอยู่ที่

รุ่น SV ราคา 665,000 บาท

รุ่น V ราคา 609,000 บาท

รุ่น S ราคา 579,500 บาท

HONDA CITY TURBO รุ่น RS

และที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา เพราะ ฮอนด้า เพิ่มรุ่น RS ลงทำตลาดด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบ RS รอบคัน ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว เบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และสีภายนอกใหม่ สีแดงอิกไนต์ เฉพาะรุ่น RS ราคาจำหน่าย 739,000 บาท

NISSAN ALMERA

มาดูกันที่นิสสัน เป็นอีกรายที่เปิดตัวรุ่นโฉมใหม่ทั้งหมด กับ นิสสัน อัลเมร่า ใหม่ ที่คราวนี้มาพร้อมกับดีไซน์ที่มีมิติภายนอกปราดเปรียวขึ้น กว้างและยาวขึ้น ภายใต้ปรัชญาในการสร้างสรรค์รถยนต์ของนิสสัน Emotional Geometry เป็นองค์ประกอบที่โดดเด่น และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนิสสัน เช่น กระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้าและไฟท้ายทรงบูมเมอแรง แนวเสาหลังคาหลังที่ถูกยกขึ้น และ หลังคาแบบลอยตัว

NISSAN ALMERA

สำหรับเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตรใหม่ของอัลเมร่า มีน้ำหนักที่เบาลง ให้กำลังสูงสุด 100 แรงม้า และแรงบิด 152 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงสุดถึง 23.3 กม. ต่อลิตร โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี ที่มีนวัตกรรมด้านความปลอดภัยที่ ได้แก่ เทคโนโลยีสัญญาณเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์ด้านหน้าขณะขับขี่ เทคโนโลยีช่วยเบรกฉุกเฉิน เทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา  และเทคโนโลยีตรวจจับวัตถุด้านหลังรถขณะถอย

สำหรับอัลเมร่า ใหม่ มีห้ารุ่น ดังนี้

รุ่น S 499,000 บาท

รุ่น E 509,000 บาท

รุ่น EL 559,000 บาท

รุ่น V 599,000 บาท

รุ่น VL 639,000 บาท

MAZDA 2

ทางด้าน มาสด้า เปิดตัว Mazda2 รุ่นปรับปรุงโฉม ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้าย ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว รวมถึงภายในห้องโดยสารที่ปรับใหม่ อาทิ แผงคอนโซนหน้า แผงประตูด้านข้าง และเบาะดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture

อีกทั้งยังมีระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร

MAZDA 2

ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบฟังก์ชั่นและตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน อาทิ Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่, Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่ การติดต่อสื่อสารด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะซึ่งถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน

MAZDA 2

Mazda2 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ คือ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร

มีเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า เป็นต้น Mazda2 มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู รวม 7 รุ่น

โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่

New Mazda2 รุ่น 1.3 E ราคา 546,000 บาท

New Mazda2 รุ่น 1.3 C ราคา 602,000 บาท

New Mazda2 รุ่น 1.3 S ราคา 627,000 บาท

New Mazda2 รุ่น 1.3 S LEATHER ราคา 648,000 บาท

New Mazda2 รุ่น 1.3 SP ราคา 690,000 บาท

MiITSUBISHI MIRAGE

ค่ายมิตซูบิชิ นำสองอีโคคาร์มาปรับโฉมใหม่ ทั้ง แอททราจ และ มิราจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พลังจากข้างใน ไปให้สุด” เน้นย้ำตำแหน่งผู้นำรถซิตี้คาร์ที่มีอุปกรณ์ครบครันที่สุดเมื่อเทียบกับรถในระดับเดียวกัน ด้วยดีไซน์ Advanced ‘Dynamic Shield’ เอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

MiITSUBISHI MIRAGE

ปรับโฉมใหม่ด้วยกระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่ กระจังหน้าตกแต่งด้วยเส้นสีแดง กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ ชุดไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED และ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว พร้อมกันนี้ มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ซึ่งได้รับการปรับโฉมดังกล่าวเช่นกันแล้ว ยังมาพร้อมกับ 2 สีใหม่ ได้แก่ สีขาว White Diamond และ สีเหลือง Sand Yellow พร้อมสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต

MITSUBISHI ATTRAGE

ภายในห้องโดยสารของรถซิตี้คาร์ใหม่ทั้งสองรุ่นได้รับการยกระดับใหม่ ได้แก่ จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ High Contrast การตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์ดีไซน์ใหม่ สำหรับ แอททราจ ใหม่ และ เบาะนั่งวัสดุหนังสังเคราะห์และผ้าดีไซน์ใหม่สำหรับ มิราจ ใหม่ เหนือระดับไปอีกขั้นด้วยแผงควบคุมเปิด-ปิดกระจกข้างตกแต่งด้วยลายคาร์บอนดีไซน์ใหม่ พร้อมวัสดุบุนุ่มบริเวณแผงประตู โดยรถซิตี้คาร์ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัส Smartphone - Link Display Audio ขนาด 7 นิ้ว รองรับแอปเปิล คาร์ เพลย์ และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และการเชื่อมต่อบลูทูธ

สำหรับราคา MITSUBISHI MIRAGE

Mitsubishi MirageGLX MT 474,000 บาท

Mitsubishi MirageGLX CVT 509,000 บาท

Mitsubishi MirageGLS CVT 574,000 บาท

Mitsubishi MirageGL-LTD CVT 619,000 บาท

ส่วน MITSUBISHI ATTRAGE

Mitsubishi AttrageGLX MT 494,000 บาท

Mitsubishi AttrageGLX CVT 529,000 บาท

Mitsubishi AttrageGLS CVT 579,000 บาท

Mitsubishi AttrageGLS-LTD CVT 624,000 บาท

TOYOTA YARIS

มากันที่โตโยต้า ส่ง YARIS อีโคคาร์แฮทช์แบ็คยอดนิยม “รุ่นปรับปรุงใหม่” และ ATIV รถยนต์อีโคคาร์ซีดาน “รุ่นปรับปรุงใหม่” ลงตลาดที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ 1.2 ลิตร Dual VVT-iE พร้อมเทคโนโลยีวาล์วแปรผัน ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i และฟังก์ชัน S Mode ให้กำลังสูงสุดที่ 92 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 109 นิวตันเมตร พร้อมประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน 23.3 กม./ลิตร โดย Yaris มีราคาจำหน่ายที่ 539,000 - 649,000 บาท ส่วน  ATIV ราคาจำหน่าย 529,000 - 649,000 บาท

 

นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมีชุดแต่งพิเศษให้เลือก คือ YARIS CROSS ครั้งแรกกับรถสไตล์ CROSSOVER ในกลุ่มอีโคคาร์ ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน หลังคาเคลือบฟิล์มดำ MATT BLACK ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมคิ้วซุ้มล้อและสัญลักษณ์ Cross ด้านท้ายรถ นอกจากนี้ ยังได้รับการปรับแต่งชุดสปริง และโช้คยกสูง 30 มม. ตอบรับการขับขี่สไตล์สปอร์ตเหนือใคร ราคาพิเศษสำหรับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง YARIS CROSS ราคา 35,000 บาท

และชุดแต่งพิเศษ ATIV GT ที่เสริมความเข้มเต็มความสปอร์ต ด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งรอบคัน ในราคาพิเศษสำหรับชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GT ราคา 7,000 บาท

SUZUKI SWIFT GL Sport Edition

ปิดท้ายกับ ซูซูกิ ด้วยการแนะนำรถยนต์อีโคคาร์ 3 รุ่น 3 สไตล์ เริ่มจาก SUZUKI SWIFT GL Sport Edition รุ่นตกแต่งพิเศษด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลัง สติ๊กเกอร์ด้านข้าง และเสาอากาศครีบฉลาม มีการผลิตออกมาด้วยจำนวนจำกัด ในราคา 541,000 บาท มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ หัวฉีดคู่ DUALJET แพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลง แต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมัน

SUZUKI CIAZ GL PLUS

SUZUKI CIAZ GL PLUS ได้รับการปรับปรุงให้มีความสดใหม่ ชูความสปอร์ตเร้าใจ รูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน อัพเกรดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในตัวรถโดยติดตั้งเครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 จอระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ USB พร้อมกล้องมองหลัง อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานยังคงไว้อย่างครบครัน วางราคาจำหน่ายเริ่มต้น 568,000 บาท

SUZUKI CELERIO

อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังได้รับความนิยม ก็คือ SUZUKI CELERIO รุ่นฉลอง 100 ปีของซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการปรับราคาลดลง เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับและสนับสนุนซูซูกิด้วยดีเสมอมา

SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็ค มีสมรรถนะการขับที่ดี ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่มีความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง ต้องการมองหารถใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีชนิดรุ่นและราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 318,000 บาท

และทั้งหมดที่คือรถยนต์กลุ่มอีโคคาร์ ที่ได้เปิดตัวใหม่ทั้งรุ่นโฉมใหม่ทั้งหมดและรุ่นปรับปรุงโฉมเพิ่มอุปกรณ์ ที่จะมาแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างคึกคัก ดูเหมือนว่าจะร้อนแรงต่อเนื่องไปตลอดปี 2563 ถือว่าเป็นผลดีต่อผู้ที่กำลังมองหารถยนต์คันแรกของครอบครัว ที่นอกจากจะมีตัวเลือกที่หลากหลาย ทำให้สามารถเลือกรถยนต์ที่ตรงใจได้มากที่สุดแล้ว ก็ยังได้ราคาที่เหมาะสมไม่เป็นภาระของครอบครัว ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วยนะครับ