Ford Ranger 2022 เผยโฉมตัวจริงพร้อมโชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ เตรียมผลิตและจำหน่ายปี 2565

ฟอร์ดสร้างนิยามใหม่ให้กับวงการรถกระบะอีกครั้ง ด้วยการเผยโฉมฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ รถกระบะที่แกร่งที่สุด สมบุกสมบันที่สุด และชาญฉลาดที่สุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ เพื่อเป็นรถคู่ใจที่พร้อมเป็นเพื่อนลุยในทุกเส้นทาง

ด้วยความเชี่ยวชาญในการผลิตรถกระบะระดับโลกของฟอร์ด และความเข้าใจลูกค้าผู้ใช้งานจริงอย่างลึกซึ้งจากการทำงานร่วมกับลูกค้าฟอร์ดทั่วโลก ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงได้รับการพัฒนาทั้งตัวรถและประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของให้พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรถกระบะทั้งเพื่อใช้ในการทำงาน เป็นรถสำหรับครอบครัว และการท่องเที่ยวผจญภัย 

นอกจากการเผยโฉมฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ดยังได้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในเรื่องการดูแลลูกค้าแบบใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยการดูแลลูกค้าแบบ‘พร้อมเสมอ (Always-On)’  ด้วยบริการมากมายที่พร้อมอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในทุกมิติตามความต้องของการแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นบริการรับ-ส่งรถถึงบ้านเพื่อนำรถเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการ โปรแกรมผู้ช่วยของลูกค้าฟอร์ด เรนเจอร์ (Ranger Concierge) และการนัดหมายผ่านระบบออนไลน์ เป็นต้น

การใช้ชีวิตแบบ Live The Ranger Life

“เราสร้างฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ให้ครบด้วยองค์ประกอบต่างๆ ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เจ้าของรถได้ทำในสิ่งที่ตนเองรักได้มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ที่จะช่วยให้พวกเขาได้ออกไปค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ” มร. แกรี โบส์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารกิจการกลุ่มผลิตภัณฑ์ ประเภทรถกระบะระดับโลก กล่าว

ฟอร์ดเรียกนิยามของการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ว่า ‘Live The Ranger Life’ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักออกแบบ และวิศวกรที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยึดถือร่วมกัน

“พวกเราเองก็เป็นเจ้าของรถกระบะ และความรักในการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ก็กลายเป็นความรักที่เรามีให้กับรถด้วย” แกรี เสริม “ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องการให้ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับจากรถกระบะของเรา ช่วยส่งเสริมและยกระดับการใช้ชีวิตของพวกเขา”

โครงการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ดำเนินงานโดยศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลียเป็นหลัก ทีมผู้เชี่ยวชาญในโครงการประกอบด้วยนักออกแบบและวิศวกรหลากหลายเชื้อชาติ ทำงานร่วมกับทีมจากทั่วโลกเพื่อผสานเทคโนโลยีล่าสุดของฟอร์ดเข้ากับสมรรถนะ และความปลอดภัยในการสร้างสรรค์สุดยอดรถกระบะนี้ รวมถึงการสอบสุดหฤโหดตามมาตรฐานความแกร่งของฟอร์ด

“ทีมงานของเรามีเป้าหมายหนึ่งเดียวคือการสร้างฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ให้แกร่งที่สุด และมีสมรรถนะสูงสุดที่เราเคยพัฒนามา” มร. เกรแฮม เพียร์สัน ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาเรนเจอร์ กล่าว “เรานำรถไปทดสอบในสภาพแวดล้อมการขับขี่ที่หฤโหดที่สุดเท่าที่เราเคยทำมา และเรายังทดสอบไม่หยุดจนกว่าเราจะพอใจว่ารถคันนี้เป็นรถที่ ‘เกิดมาแกร่ง’ อย่างแท้จริง”

โฉมใหม่ พร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม

ความคิดเห็นจากลูกค้าฟอร์ดนับเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนารูปลักษณ์ภายนอกที่สมบุกสมบันของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ฟอร์ดใช้เวลาอย่างเต็มที่กับเจ้าของรถฟอร์ดจากทั่วโลก สัมภาษณ์ผู้ใช้จริงกว่า 5,000 ครั้ง รวมถึงจัดเวิร์กช็อปอีกหลายสิบครั้ง เพื่อทำความเข้าใจการใช้งานรถกระบะของลูกค้า และสิ่งที่พวกเขาคากหวังจากฟอร์ด เรนเจอร์รุ่นใหม่โดยตรง

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มีรูปลักษณ์ที่ดุดันและโฉบเฉี่ยว ด้วยภายนอกที่สะท้อนดีเอ็นเอรถกระบะระดับโลกของฟอร์ด ตั้งแต่กระจังหน้าใหม่ที่โดดเด่น และไฟหน้าใหม่รูปตัว C อันเป็นเอกลักษณ์ โดยมีเส้นสายบริเวณด้านข้างของตัวรถเชื่อมต่อไปยังซุ้มล้ออย่างโดดเด่น เพิ่มความรู้สึกที่มั่นคง และถือเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ด เรนเจอร์ มีไฟหน้าแบบเมทริกซ์ แอลอีดี ส่วนด้านหลังของรถได้รับการออกแบบมาให้สอดรับกับการกราฟฟิคด้านหน้า ห้องโดยสารได้รับการยกระดับให้เหมือนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลมากขึ้นด้วยการเลือกใช้วัสดุที่หรูหรา ให้สัมผัสนุ่มสบาย อัดแน่นด้วยระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิงไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแบบสัมผัสแนวตั้ง และระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4 ของฟอร์ด

รุ่นย่อยของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ที่เผยโฉม ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ สปอร์ตที่พร้อมลุยได้ในแบบสมบุกสมบัน และฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรคสำหรับผู้รักการผจญภัย สะท้อนความต้องการด้านการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย

“ลูกค้าบอกเราว่าฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะต้องดูแกร่ง และต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่” มร. แม็กซ์ ทราน หัวหน้าทีมออกแบบเรนเจอร์ กล่าว “พวกเขาได้บอกอย่างชัดเจนว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ควรเป็นอย่างไร ทั้งรูปลักษณ์ภายนอก และความรู้สึกที่ควรได้รับเมื่อขับขี่”

ภายใต้ตัวรถที่ออกแบบขึ้นใหม่ยังมีแชสชีสที่แข็งแกร่งขึ้นบนฐานล้อที่มีความยาวขึ้น 50 มิลลิเมตร และความกว้างเพิ่มขึ้นอีก 50 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับเรนเจอร์รุ่นก่อนหน้า โครงสร้างตัวถังด้านหน้ายังทำให้รถคันนี้พร้อมรองรับเทคโนโลยีระบบส่งกำลังหลากหลายรูปแบบในอนาคต และยังเผื่อพื้นที่ไว้ให้อากาศถ่ายเทไปยังหม้อน้ำได้มากขึ้น ช่วยลดอุณหภูมิเครื่องยนต์เมื่อใช้รถในการลากจูง หรือบรรทุกสัมภาระ

ระบบส่งกำลัง ตอบสนองทุกการใช้งาน

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ มาพร้อมตัวเลือกเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบเดี่ยว และเทอร์โบคู่ 2.0 แบบสี่สูบ เครื่องยนต์เทอร์โบเดี่ยวมีสมรรถนะให้เลือกสองแบบ พร้อมส่งมอบกำลัง แรงบิด และการประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีความสำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง ส่วนเครื่องยนต์เทอร์โบคู่มอบประสบการณ์ที่เหนือชั้นขึ้นไปอีก สำหรับลูกค้าที่ต้องการกำลังที่แรงกว่า แต่ยังคงประหยัดเชื้อเพลิง

“เราทราบดีว่าลูกค้าของเราจะใช้งานฟอร์ด เรนเจอร์ สุดกำลังความสามารถของรถ เราจึงทดสอบรถด้วยวิธีเดียวกัน เราพยายามถึงที่สุดที่จะทำให้มั่นใจว่าฟอร์ด เรนเจอร์จะทำได้ทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการ โดยการผ่านบทพิสูจน์ความแกร่งซ้ำแล้วซ้ำอีก” ปริติกา มหาราช ผู้จัดการโครงการฟอร์ด เรนเจอร์ กล่าว

ระบบเกียร์ในฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น โดยมีตัวเลือกเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด หรือธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

 

เสถียรภาพในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น

ฟอร์ดมุ่งมั่นในการพัฒนาเสถียรภาพในการขับขี่เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างกว้างขวางทั้งสำหรับการใช้ทำงาน การเป็นรถสำหรับครอบครัว และการเป็นเพื่อนคู่ใจในการเดินทางพักผ่อน วิศวกรของฟอร์ดจึงให้ความใส่ใจทุกขั้นตอนในการพัฒนา

“กลุ่มลูกค้าของเรามีหลากหลายมาก” เกรแฮม กล่าว “บางคนอาจเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อมที่ต้องการยานพาหนะที่ช่วยทุ่นแรงในการทำงาน พวกเขาต้องการรถกระบะตอนเดียว ขับเคลื่อน 2 ล้อ และมีกระบะท้ายที่กว้างขวางสำหรับขนส่งสินค้า”

“อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นนักผจญภัยขาลุยออฟโรดตัวยงที่สามารถนำฟอร์ด เรนเจอร์ไปท้าทายขีดจำกัดในการแข่งขันอย่าง King of the Hammers หรือ Dakar Rally ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ คันนี้พร้อมเป็นรถคู่ใจที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าทั้งสองกลุ่ม และทุกๆ คนได้เป็นอย่างดี”

ทีมวิศวกรได้ขยับให้ล้อหน้าขึ้นมาด้านหน้าอีก 50 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มมุมเงย และปรับจูนช่วงหน้าให้รองรับการขับขี่แบบออฟโรดให้ดีขึ้น ช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่แบบออฟโรดด้วย นอกจากนี้ยังย้ายโช๊คหลังไปไว้ด้านนอกเพลาเพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารนั่งได้สบายขึ้นทั้งการขับขี่บนทางเรียบและออฟโรด ทั้งในการขนสัมภาระ หรือพาครอบครัวไปรับประทานอาหารเย็น

“สำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ เจนเนอเรชันใหม่ เราได้เพิ่มการปรับจูนเพื่อมอบความเป็นที่สุดให้ลูกค้าถึงสองด้านด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็น ‘ขั้นกว่าของเกิดมาแกร่ง’ โดยมีทั้งสมรรถนะ ความสมบุกสมบัน และความทนทานที่รถกระบะฟอร์ดพึงมี รวมไปถึงความสะดวกสบายและประสบการณ์เสมือนรถเก๋ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟอร์ด เรนเจอร์นำเสนอให้ลูกค้าตลอดมา” เกรแฮม กล่าว

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจนเนอเรชันใหม่ มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก 2  ระบบ ได้แก่ ระบบเปลี่ยนเกียร์อิเล็กทรอนิกส์แบบ Shift-On-The-Fly และระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบเต็มเวลา (set-and-forget mode) ที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์การขับขี่ของลูกค้าได้ในทุกสภาพถนน ทั้งยังมีอุปกรณ์ช่วยเหลือในการขับขี่ออฟโรดที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยตะขอเกี่ยวคู่หน้าที่กันชนหน้า

ภายในห้องโดยสารตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้า

ลูกค้าฟอร์ดชอบห้องโดยสารภายในที่มีพื้นที่กว้างขวาง ทันสมัย รองรับการใช้งานได้หลากหลายทั้งใช้ทำงานและใช้เป็นรถของครอบครัว ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จึงต้องทำหน้าที่เป็นทั้งห้องทำงาน และพื้นที่ส่วนตัวได้ในคราวเดียวกัน ด้วยฟีเจอร์อันชาญฉลาด ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารทันสมัย ให้ความรู้สึกสะดวกสบาย และมอบพื้นที่เก็บของมากขึ้นกว่าเดิม

“เราทราบดีว่าลูกค้าต้องการห้องโดยสารที่มีทั้งความอัจฉริยะ ใช้งานได้หลากหลาย และยังให้ความรู้สึกสบาย เราจึงตั้งใจสร้างสรรค์ห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นมาพิเศษ ประกอบกับพื้นที่จัดเก็บที่ออกแบบมาอย่างแยบยลและสวยงาม มอบความรู้สึกสบายและกว้างขวาง” แม็กซ์ กล่าว

หัวใจหลักของประสบการณ์การเชื่อมต่อบนฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ คือหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 10.1 หรือ 12 นิ้วตรงกลางคอนโซล เติมเต็มแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบด้วยระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC® 4 ระบบความบันเทิง และระบบแสดงข้อมูล ยิ่งกว่านั้นฟอร์ดยังติดตั้งโมเด็มมาในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส ทำให้ลูกค้าเชื่อมต่อการสื่อสารกับรถได้ตลอดเวลา โดยฟอร์ดพาสจะช่วยยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถด้วยฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ทั้งการสตาร์ทรถจากระยะไกล ตรวจเช็คข้อมูลสภาพรถเบื้องต้น และสามารถล็อคและปลดล็อคจากระยะไกลได้ผ่านสมาร์ทโฟน

การควบคุมโหมดการขับขี่ต่างๆ ย้ายจากแผงหน้าปัดและคอนโซลเดิมมารวมอยู่ที่หน้าจอ SYNC เพียงปุ่มกดเดียว ผู้ขับขี่ก็จัดการโหมดการขับขี่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นทางเรียบหรือออฟโรดได้บนจอเดียว โดยสามารถควบคุมระบบขับเคลื่อน ดูองศาการเลี้ยว มุมเอียง มุมโคลง และข้อมูลอื่นๆ อีกมากมาย

หน้าจอดังกล่าวยังเชื่อมกับกล้อง 360 องศา ช่วยให้การจอดรถในเมืองหรือพื้นที่แคบเป็นเรื่องง่าย และช่วยตรวจสอบสิ่งกีดขวางรอบตัวรถระหว่างการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดได้ เทคโนโลยีบนฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังพร้อมรองรับการอัพเดตของซอฟต์แวร์ต่างๆ ในอนาคตผ่านโมเด็มที่ติดตั้งมากับรถ[ii]

“คุณจะเห็นได้ว่าฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นรถที่น่านั่ง และในขณะเดียวกันก็เหมาะสำหรับใช้ทำงานและพักผ่อน เกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter ใหม่ถูกจัดวางไว้ตรงกึ่งกลาง เป็นอีกตัวอย่างของการนำความคิดเห็นจากลูกค้ามาช่วยในการตัดสินใจของเรา” แม็กซ์ กล่าว “ลูกค้าชื่นชอบเกียร์อัตโนมัติแบบ Electronic Shifter เป็นอย่างมาก เพราะให้ความรู้สึกล้ำสมัย และสามารถใช้งานง่าย”

ทีมออกแบบของฟอร์ดยังสร้างสรรค์พื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างชาญฉลาด มอบความสะดวกสบายให้เจ้าของรถ นอกจากที่วางโทรศัพท์มือถือและแท่นชาร์จไร้สาย (ขึ้นอยู่กับตลาดที่วางจำหน่าย) ยังมีช่องขนาดใหญ่บริเวณกลางคอนโซลสำหรับเก็บของ ช่องเก็บของบริเวณประตูออกแบบมาให้เก็บของได้มากขึ้น ส่วนแผงหน้าปัดรถซ่อนลิ้นชักเก็บของไว้อย่างแนบเนียน พร้อมที่เก็บของเพิ่มเติมใต้และหลังเบาะหลังด้วย

ขึ้นกระบะท้ายได้ง่าย  เพิ่มการใช้งานที่หลากหลาย

“เมื่อเราพบกับลูกค้าด้วยตัวเอง และเห็นพวกเขาปีนเพื่อขึ้นกระบะท้ายอย่างไร เราก็มองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาการใช้งานของรถให้ดีขึ้นทันที” มร. แอนโธนี่ ฮอลล์ ผู้จัดการด้านวิศวกรรมเรนเจอร์ กล่าว “ลูกค้าบางคนเหยียบยางและข้ามขอบกระบะจากด้านข้างรถ หรือไม่ก็ต้องโหนตัวปีนขึ้นฝากระบะท้าย”

การสังเกตการใช้งานจริงของลูกค้าเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบบันไดเหยียบข้างกระบะท้ายในฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถขึ้นกระบะท้ายได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจ

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมงานยังออกแบบการเก็บสัมภาระให้เป็นไปได้หลากหลายวิธีมากขึ้น เพื่อให้การบรทุกของทำได้อย่างลงตัวและปลอดภัย

“การที่รถกว้างขึ้น 50 มิลลิเมตร อาจฟังดูเหมือนไม่มากนัก แต่ที่จริงแล้ว สิ่งนี้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับการใช้งานพื้นที่กระบะท้าย เพราะลูกค้าจะจัดวางของได้หลายอย่างในแนวราบ เช่น แผ่นไม้อัด หรือแท่นวางสินค้าทั้งแผ่น” แอนโธนี กล่าว

การออกแบบรถโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ยังครอบคลุมไปถึงยางปูพื้นท้ายกระบะเนื้อหนาที่ช่วยทั้งป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดกับพื้นกระบะ และปกป้องเข่าของเจ้าของรถไม่ให้เข่าต้องโดนพื้นที่ทำจากเหล็กโดยตรง ฟอร์ดติดตั้งหูยึดกระบะบริเวณราวเหล็กเพื่อให้คาดเชือกหรือผ้าใบยึดสัมภาระได้หนาแน่นมากขึ้น และยังมีวัสดุหุ้มขอบกระบะครอบคลุมทั้งด้านข้างและบนฝากระบะท้าย ซ่อนจุดยึดหลังคากระบะหรืออุปกรณ์เสริมอื่นๆ ไว้ด้านล่าง สำหรับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งอุปกรณ์เสริมท้ายกระบะในภายหลัง 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ยังมีระบบจัดการการเก็บสัมภาระแบบใหม่ ที่ออกแบบมาให้มีที่กั้นเพื่อเก็บของได้หลายขนาด เช่น ท่อนไม้ หรือกล่องเครื่องมือ เจ้าของรถยังสามารถแบ่งกระบะท้ายให้เป็นช่องเล็กๆ เพื่อจัดเก็บของที่ปกติต้องเก็บในห้องโดยสาร โดยใช้หมุดสปริงที่มีความแข็งแรงพิเศษยึดกับราวเหล็กที่ขอบกระบะ ส่วนฝาปิดกระบะท้ายยังสามารถเปลี่ยนเป็นโต๊ะนั่งทำงานได้ โดยมีมาตรวัด และช่องยึดแคล้มป์อยู่ที่ฝากระบะท้ายสำหรับการวัดและตัดวัสดุต่างๆ

ระบบสั่งการเปิด-ปิดไฟภายนอกแบบแยกส่วนที่สามารถควบคุมได้ผ่านหน้าจอ SYNC หรือแอปพลิเคชันฟอร์ดพาส มอบความสว่าง 360 องศารอบตัวรถเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นได้ดีขึ้น และไฟส่องสว่างกระบะท้ายที่ติดตั้งอยู่ที่ใต้รางกระบะด้านซ้ายและขวา ช่วยให้มีแสงสำหรับทำงานหรือค้นหาสิ่งของในที่แสงน้อยหรือยามกลางคืน 

อุปกรณ์เสริมให้เลือกตกแต่งรถตามสไตล์

ลูกค้าจะสามารถตกแต่งฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ตามสไตล์ ด้วยอุปกรณ์เสริมกว่า 600 ชิ้นที่ได้รับการยอมรับจากฟอร์ดโดยรายละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ เพื่อให้ลูกค้าตกแต่งรถเพื่อการขับขี่ในเมืองและการผจญภัยได้ตามต้องการ รวมถึงชุดแต่งจาก ARB 4x4 Accessories ที่ฟอร์ดได้ร่วมมือกับแบรนด์ออฟโรดระดับโลกในการพัฒนาขึ้น ซึ่งมีวางจำหน่ายเฉพาะในบางประเทศ

ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ จะผลิตที่โรงงานในประเทศไทย และแอฟริกาใต้ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2565 โดยจะมีการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดของรถและการเปิดตัวของแต่ละประเทศในโอกาสต่อไป