ครึ่งปีหลังยังดุ ท้ายปี 2564 ยังมีรถเด่น รถดี รอตีตลาดไทยอีกเพียบ

ก้าวเข้าสู่ครึ่งปีหลังอย่างเป็นทางการ ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ค่ายรถจากฝั่งยุโรปต่างแข่งกันเปิดตัวรถใหม่อย่างไม่มีใครยอมใคร แต่พอเข้าสู่ช่วงท้ายปีก็เป็นเวลาของค่ายจากฝั่งตะวันออกบ้านเรากันบ้างที่จะส่งรถเด่นมาเสริมทัพแกร่ง แต่ก็ยังมีรถดีจากตะวันตกหลงมาบ้าง วันนี้เว็บไซต์ carwizard ได้รวบรวมข้อมูลรถที่คาดว่าจะเปิดตัวใหม่ช่วงปีหลังมาให้คุณผู้ชมได้รับชมกัน ว่าจะมีรุ่นไหน รุ่นใดบ้าง ที่พร้อมมาบุกตลาดไทยในปีนี้!!

All New Honda Civic Gen11

การออกแบบของรถคันนี้เป็นแบบ หน้ายาว ท้ายสั้น เสา A เยื้องมาด้านหลังกว่ารุ่นก่อน ฐานล้อหน้าและหลังก็ถูกเพิ่มระยะทำให้รถดูยาวขึ้น นอกจากเพื่อความสวยงามและความสะดวกสบายในการโดยสารแล้ว การที่ทำให้ระยะของรถยาวขึ้นนั้นก็เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และการทรงตัวด้วย

ระบบไฟรอบคันเป็น LED ตามสมัยนิยม ไฟหน้าเรียวยาวดูโฉบเฉี่ยว กระจังหน้าขนาดเล็กแต่เพิ่มความกว้างของช่องลมที่เชื่อมต่อกับกันชนหน้า ทำให้รถมีกลิ่นของความสปอร์ตถึงที่สุดแม้จะไม่ได้เน้นทางนั้นแล้วก็ตาม ไฟท้ายก็ถูกปรับให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นทำให้รถดูกว้างมีมิติ ล้อเป็นล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ สีดำ

การออกแบบภายในคุมโทนสีดำทั้งคอนโซลหน้าและพวงมาลัย จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบแอลซีดีความละเอียดสูง 10.2 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ เสริมความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียง Bose Centerpoint 2 และ Bose SurroundStage

ด้านตัวถังคาดว่าจะมา 2 แบบด้วยกัน คือ Sedan และ Hatch-Back รวมถึงเครื่องยนต์ก็มี 2 รูปแบบเหมือนกัน คือ เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร 158 แรงม้า เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร VTEC TURBO กำลังสูงสุด 180 แรงม้า

All New Honda HR-V

การออกแบบด้านการออกแบบตัวถังสีทูโทน ตัวรถสีหนึ่ง หลังคาสีหนึ่ง ไฟหน้า LED เรียวยาวดูโฉบเชี่ยว กระจังหน้าขนาดใหญ่เป็นเส้นตรงเรียงแถวสีเดียวกับตัวรถสร้างความดุดันให้แก่ตัวรถเป็นอย่างมาก ไฟตัดหมอกก็เป็นแบบเรียวยาวเช่นกันตอบรับกับไฟหน้าอย่างสมบูณร์แบบ ล้อเป็นล้ออัลลอย 5 ก้านคู่ สีทูโทน ขนาด 18 นิ้ว ไฟท้ายก็เป็น LED ตามยุคสมัย มีเส้นเป็นขอบพลาสติกเชื่อมทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกันจนเป็นชิ้นเดียวกัน

ภายในกว้างขวางตามแบบฉบับของรถ 5 ประตู มีทั้งคุมโทนสีและทูโทนสำหรับสีภายน้องโดยสาร คอนโซลและวัสดุภายในเป็น Solf Touch นุ่มมือ เบาะนั่งเป็นผ้าผสมหนังเดินด้ายเรียบร้อยสวยงาม พวงมาลัย 3 ก้านหุ้มหนังขนาดกำลังดี มาตรวัดมีหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 7 นิ้วในรุ่นไฮบริด และ 4.2 นิ้วในรุ่นเครื่องยนต์สันดาป บนคอนโซลมีหน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัสขนาด 9 สามารถเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto รวมถึง Honda CONNECT

เครื่องยนต์มีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน คือ เครื่องเบนซิน 4 สูบ ให้พละกำลังสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 155 นิวตันเมตร ยังคงใช้เกียร์ CVT มีทั้งตัวเลือกขับเคลื่อนสองล้อและขับเคลื่อนสี่ล้อ real-time AWD

e:hev เครื่องยนต์เบนซินสี่สูบ 1.5 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวให้พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ e-CVT

โหมดการขับขี่ (สำหรับรุ่น e:HEV) มีให้เลือก 3 รูปแบบได้แก่ Normal Sport และ ECON

All New Ford Ranger

การออกแบบดูมีมิติและแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม กระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำ มีแทบคาดตรงกลางไปรวมกับไฟหน้า ทำให้ดูล้ำสมัยขึ้นไปอีกขั้น กันชนหน้าสีดำด้าน พร้อมไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยม กาบบันไดข้าง และ ซุ้มล้อ สีดำด้าน ด้านท้ายสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือไฟท้าย เป็นคล้ายนาฬิกาทราย รวมถึงที่เหยียบขึ้นท้ายกระบะ มีช่องที่ทำมาเพื่อให้เหยียบขึ้นท้ายได้ง่ายกว่าเดิม

All New Ford Ranger 2022 อาจจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ตัวเดิมที่ใช้ในปัจจุบัน คือ เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี เทอร์โบเดี่ยว 190 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ และอีกเครื่องยนต์คือ เบนซิน EcoBoost 3.0 ลิตร V6 ทวินเทอร์โบ จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด 253 แรงม้า

แต่จากข่าวคราวอัพเดทล่าสุด มีข่าวหลุดเรื่องเครื่องยนต์เพิ่มเติมออกมา ว่าอาจจะมีรุ่น PHEV ออกมาด้วย คงต้องรอลุ้นกันอีกทีวันเปิดตัว

GWM ORA GOODCAT /BLACK CAT

ORA GOOD CAT

รุ่นนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 105 กิโลวัตต์ (143 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-50 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที สามารถชาร์จได้กว่า 80% ภายใน 30 นาที วิ่งได้ 501 กิโลเมตร ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ราคารจำหน่ายคาดว่าไม่น่าจะเกิน 5 แสนบาทเช่นกัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ราคาจับต้องได้ ภายนอกดู Retro เหมือนรุ่น R1 แต่ใส่ความสปอร์ตมาให้มากกว่า ไฟหน้าทรงกลม แบบ LED ไฟเบรกดวงที่ 3 ฝังในกระจกหลัง

ORA BLACK CAT

รุ่นนี้ก็จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่นหนึ่ง ใช้ระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง143 แรงม้า แรงบิด 210 Nm ( 155 lb-ft ) ถ้าชาร์จเต็ม 1 ครั้งจะสามารถวิ่งได้ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร

Nissan Ariya

นี่คือรถไฟฟ้าแท้ 100% อีกหนึ่งรุ่นจากทางนิสสัน ซึ่งเป็นตัวที่ต่อมาจาก NISSAN LEAF นั้นเอง ราคาขายอยู่ที่อเมริกาตีเป็นเงินบาทประมาณ 1.24 ล้านบาท สิ่งที่คันนี้แตกต่างจาก NISSAN LEAF คือตัวถัง NISSAN ARIYA อยู่ในกลุ่ม C-SUV ซึ่งเป็นรถ 5 ประตูที่ขนาดกำลังดี และยังมีดีไซน์ที่ทันสมัยไม่น่าเบื่อ มีมิติทุกมุมมอง

NISSAN ARIYA คาดว่าจะนำเข้ามาทำตลาดในไทยทั้ง 2 รุ่น คือขับหน้า และหน้าหลัง รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า แบตเตอรี่ 63 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลัง 300 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ทำได้ 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. ระยะทางที่วิ่งได้จากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง 450 กม. ส่วนตัว ขับเคลื่อนสี่ล้อ ( e-4ORCE )  แบตเตอรี่ 87 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้กำลัง 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม 5.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. ระยะทางที่วิ่งได้จากการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง สูงสุด 580 กม.

Mitsubishi Eclipse Cross

กระแสและความนิยมของรถขนาดกลางๆอย่าง C-SUV กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นก็เป็นไปได้อย่างสูงว่ามิตซูบิชิอาจจะนำรถคันนี้เข้ามาระเบิดตลาดในไทยอีกหนึ่งรุ่น

แม้จะลงท้ายด้วยคำว่า Cross การออกแบบก็ไม่ได้ใส่ความสูงความดุดันให้ดูเหมือนรถลุยป่าขนาดนั้น แต่ตรงกันข้ามมีกลิ่นของความสปอร์ตออกมาอย่าล้นหลาม ไฟรอบคันเป็น LED ตามยุสมัย ไฟหน้าเรียวแหลมรับกับดีไซน์กระจังเป็นอย่างดี ไฟตัดหมอกทรงรีสองดวงประกบกันดึงความดุดันออกมาได้เป็นอย่างดี

ภายในคุมโทนสีดำ เบาะ พวงมาลัย หุ้มหนัง คอนโซลและแผงประตูใช้วัสดุแบบซอร์ฟทัช น่าจับต้อง

ด้านเครื่องยนต์นั้น เบื้องต้น Mitsubishi Eclipse Cross 2022 จะยังคงใช้ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร MIVEC เทอร์โบ แต่ Mitsubishi ระบุว่าจะมีการเพิ่มรุ่นเครื่องยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด สำหรับหรับในบางประเทศ เพราะฉะนั้นพี่ไทยเราก็มีสิทธิได้ใช้เช่นกัน

Suzuki Across

ถ้าเข้าไทยตามคาด ตลาด SUV ต้องลุกเป็นไฟอีกครั้งแน่นอน เพราะนี่คือ SUV ที่ซูซุกิจับมือกอดคอกันพัฒนาร่วมกับโตโยต้า จุดเด่นของรุ่นนี้คือการเป็น PLUG-IN HYBRID ปัจจุบันเริ่มจำหน่ายแล้วในหลายประเทศ ราคาตีเป็นเงินบาทอยู่ที่ประมาณ 1.85 ล้านบาท แต่ก็เป็นไปได้ว่าราคาอาจจะถูกปรับลงหรือขึ้นก็ได้เมื่อเริ่มจำหน่ายในประเทศ

การออกแบบภายนอกดูๆแล้วอาจจะคล้ายกับ RAV4 แต่มีจุดที่แตกต่างไปนั้นก็คือชุดไฟหน้าจาก SUZUKI ที่มีความโค้งมนในขณะเดียวกับก็ลดความสปอร์ตลงไปจากเดิมด้วย แนวกระจังหน้า Suzuki Across เชื่อมต่อกันกับแนวชุดโคมไฟหน้า พร้อมโลโก้ S ตรงกลาง มีรูระบายอากาซขนาดใหญ่ และใส่ล้อมาถึง 19 นิ้วด้วยกัน