Mercedes-Benz เปิดตัว The new E-Class มาทั้ง Plug-in Hybrid และ ดีเซล ราคาเริ่มที่ 3.19 ล้านบาท

Mercedes-Benz เปิดตัว The new E-Class ตระกูลที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกหนึ่งตระกูล ประกอบไปด้วย 3 รุ่น นั้นก็คือ E 300 e Avantgarde, E 220 d AMG Sport และ E 300 e AMG Dynamic มีให้เลือกทั้งเครื่องดีเซล และ Hybrid ราคาเริ่มต้นที่ 3.19 ล้านบาท

Mercedes-Benz The new E-Class มีวางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่

Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde             ราคา 3,190,000 บาท

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport              ราคา 3,540,000 บาท

Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic         ราคา 3,770,000 บาท

เครื่องยนต์

Mercedes-Benz E 300 e Avantgarde

เครื่องยนต์เบนซิน 1,991 ซีซี 4 สูบ แถวเรียง 4 วาล์วต่อสูบเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport

เครื่องยนต์ดีเซล 1,950 ซีซี 4 สูบ แถวเรียง 4 วาล์วต่อสูบเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 7.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic

เครื่องยนต์ดีเซล 1,991 ซีซี 4 สูบ แถวเรียง 4 วาล์วต่อสูบเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport

Mercedes-Benz E 300 e AMG Dynamic

การออกแบบ

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของชุดแต่ง AMG Body styling กระจังหน้า diamond radiator grille ลงตัวด้วยไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED และไฟท้ายแบบ Full-LED กันชนท้ายและฝากระโปรงท้ายดีไซน์ใหม่ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้วจาก AMG หลังคาแก้วแบบ Panoramic Sunroof ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า

Mercedes-Benz E 220 d AMG Sport

ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่หรูหราและสะดวกสบาย ชุดตกแต่งภายในแบบ AMG Interior package พวงมาลัยดีไซน์สปอร์ตใหม่แบบ 3 ก้านท้ายตัด พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch control บาะนั่งแบบสปอร์ต คอนโซลหุ้มด้วยหนัง ARTICO ไฟล้อมรอบห้องโดยสารแบบ Premium Ambient light ที่สามารถเลือกปรับได้มากถึง 64 เฉดสี พร้อม Animation เปลี่ยนสีอัตโนมัติแบบเคลื่อนไหวให้เลือกได้มากถึง 10 แบบ ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester® surround sound system พร้อมลำโพงจำนวน 13 ตำแหน่ง

ใน Mercedes-Benz The new E-Class ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้าอย่างครบครัน อาทิ ระบบแจ้งเตือนขณะเปลี่ยนช่องจราจรแบบ Blind Spot Assist พร้อมระบบแจ้งเตือนก่อนเปิดประตูแบบ Exit Warning ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินแบบ Active Brake Assist ระบบช่วยเหลือก่อนเกิดอุบัติเหตุ PRE-SAFE® เซ็นเซอร์รอบคันจำนวน 12 จุด แบบ PARKTRONIC พร้อมระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบ

Active Parking Assist และกล้องแสดงภาพรอบคันแบบ 360 องศา ฯลฯ Mercedes-Benz The new E-Class หน้าจอแบบ Digital Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้วจำนวน 2 หน้าจอ

มร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์รุ่น E-Class ถือเป็นรถยนต์ Contemporary Luxury จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดมาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกปีในพ.ศ. 2489 โดยมียอดขายสะสมมากถึง 14 ล้านคันทั่วโลกจนได้รับฉายาว่าเป็น “Heart of the brand” และเฉพาะตัวถัง W213 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2559 ก็สามารถทำยอดขายสะสมทั่วโลกรวมกว่า 1.2 ล้านคัน

สำหรับ Mercedes-Benz The new E-Class ใหม่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ยกระดับความหรูหราและสะดวกสบายเพิ่มขึ้นในทุกรายละเอียดเพื่อมอบทุกสิ่งที่ผู้ใช้รถต้องการ ภายใต้ดีไซน์ใหม่สุดโฉบเฉี่ยวที่จะสะกดทุกสายตา ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกทั้งในส่วนของตัวถัง กระจังหน้า ไฟหน้า และไฟท้าย เรื่อยไปจนถึงห้องโดยสารภายในที่เปิดโอกาสให้คุณดื่มด่ำกับสุนทรียภาพของความหรูหราและสะดวกสบายในทุกรายละเอียด พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน นอกจากนี้ เรายังมีทางเลือกของเครื่องยนต์ที่ทั้งทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเครื่องยนต์ปลั๊กอินไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซลเป็นสองทางเลือกให้กับแฟน E-Class ด้วย

ทั้งหมดนี้ ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์มั่นใจว่า Mercedes-Benz The new E-Class จะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างความคึกคักให้กับตลาดรถยนต์ลักชัวรีในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 ก่อนที่เราจะมีรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ทยอยมาสร้างความตื่นเต้นให้กับตลาดและผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในปีนี้”