Motor Expo 2020 ต้องจับตา รถยนต์รุ่นใหม่ พาเหรดอวดโฉมในงานเพียบ!

และแล้วก็วนมาถึงเวลาของงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 หรือ Motor Expo 2020 งานจัดแสดงรถยนต์สุดยิ่งใหญ่ช่วงปลายปี จัดตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ณ IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี ซึ่งครั้งนี้ก็น่าจับตาไม่แพ้ทุกรอบที่ผ่านมา หลายแบรนด์ดังตบเท้าเข้าร่วมกันเนืองแน่น พร้อมโชว์ศักย์ภาพรถในค่ายและเปิดตัวรถใหม่กันในงานครั้งนี้ เว็บไซต์ Car wizard จึงรวบรวมรถรุ่นใหม่ โชว์ตัวสร้างสีสันภายในงานมาให้รับชมกันว่า มีรุ่นอะไรบ้าง

All-New Isuzu MU-X

รถอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมจากอิซูซุ การออกแบบรุ่นนี้คือปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดดูหรูหรามากขึ้นกว่าเดิม กระจังหน้าแบบ World Cross Flow ไฟหน้า Bi-LED Projector ดีไซน์แบบ Arrow Signature ล้ออัลลอยขนาดใหญ่ ไดนามิคดีไซน์ ขนาด 20” ในรุ่น Ultimate ขนาด 18” ในรุ่น Elegant และ Luxury และขนาด 17” ในรุ่น Active

เครื่องยนต์ 3.0 Ddi Blue Power และ 1.9 Ddi Blue Power Gen 2 พร้อมทางเลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและ 4 ล้อ พร้อมระบบขับเคลื่อน Rough Terrain Mode ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ

ราคาจำหน่าย : 1,109,000 – 1,591,000บาท

**

Suzuki XL7

รถอเนกประสงค์อีกหนึ่งรุ่นที่ได้กระแสตอบรับดีเยี่ยมจากเหล่าแฟนคลับ เพราะรถคันนี้หากเทียบกับคู่แข่งจะมีตัวรถที่สูงกว่า เหมาะลุยกับทุกสถานการณ์ การดีไซน์ดูดุดัน ชุดแต่งโครเมียมรอบคันทำให้ดูมีมิติมากขึ้น

ภายในกว้างขวางนั่งสบาย สามารถพับเบาะแถวสามเพื่อเก็บสัมภาระเพิ่มเติมได้ ด้านระบบความบันเทิง ใส่หน้าจอขนาด 10 นิ้วมาให้ และเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ด้วย

เครื่องยนต์เป็น เครื่องเบนซิน รหัส K15B 4 สูบ ระบบวาล์วแปรผัน VVT เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที

ราคาจำหน่าย : 779,000 บาท

**

Honda

ล่าสุดฮอนด้า เปิดตัวรถใหม่ถึง 2 รุ่นด้วยกัน นั้นก็คือ Honda City Hatchback และ Honda City e:HEV และที่สำคัญ Honda City Hatchback นั้นเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลก!

Honda City Hatchback

การออกแบบโดยรวมดูคล้ายคลึงกับตัวซีดานที่ขายในปัจจุบัน แต่ที่ต่างออกไปคือด้านท้ายที่ถูกออกแบบมาให้เป็นรถ 5 ประตู ในส่วนของภายในกว้างขวางขึ้นตามแบบฉบับของรถ 5 ประตู เบาะหลังสุดพับเพื่อเก็บสัมภาระได้

ด้านเครื่องยนต์ เป็น ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัด ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที

ราคาจำหน่าย :

รุ่น RS ราคา 749,000 บาท

รุ่น SV ราคา 675,000 บาท

รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท

Honda City e:HEV

ส่วนของเจ้าคันนี้นั้นอยากเน้นไปที่เครื่องยนต์ เพราะการออกแบบภายนอกเป็นการดีไซน์เดียวกับรุ่นซีดาน แต่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังแบบ Full Hybrid ระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 3,000 รอบต่อนาที

อีกสิ่งที่ต้องเน้นคือเรื่องของระบบความปลอดภัย Honda City e:HEV มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ประกอบไปด้วย

- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC)

- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

และยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยอันล้ำสมัย เช่น

- ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake)

- ระบบ Brake Hold อัตโนมัติ (Auto Brake Hold)

- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

- ถุงลม 6 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมคู่หน้า (Dual SRS) ถุงลมด้านข้าง (Side Airbags) และ ม่านถุงลมด้านข้าง (Side Curtain Airbags)

- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอย

- ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกเมื่อเบรกกะทันหัน และระบบกระจายแรงเบรก (EBD) บนพื้นถนนที่ลื่น

- ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA)

- ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA)

- สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (Emergency Stop Signal - ESS)

ราคาจำหน่าย : 839,000 บาท

**

Mazda

มาสด้าส่งรุ่นพิเศษครบรอบ 100 ปี ลงตลาดไปไม่นานมานี้ ประกอบไปด้วยรถ 3 รุ่น ด้วยกัน คือ Mazda 3 / Mazda 2 / Mazda CX-30 ในส่วนของการออกแบบนั้นคงรูปลักษณ์ตามเดิมของแต่ละรุ่นไว้โดยการออกแบบจะอิงจากรถในตำนานอย่าง Mazda R360 Coupe

Mazda 2

Mazda 3

Mazda CX-30

การออกแบบพิเศษรุ่น 100 ปี ประกอบไปด้วย

- ตัวถังภายนอกสีขาว

- ตกแต่งภายในด้วยหนังสีขาวและเบาะหนังสีแดง Burgundy

- ชุดพรมปูพื้นห้องโดยสารสีแดง

- พื้นพรมสีแดง Burgundy

- สัญลักษณ์ 100 ปี บน กุญแจรีโมท พรมปูพื้น ฝาครอบดุมลอ ข้างตัวรถ และ พนักพิกเบาะคู่หน้าหน้า

**

Nissan NAVARA

นิสสัน เปิดตัว Nissan NAVARA เมื่อไม่นานมานี้ โดยมีทั้งหมด 14 รุ่นย่อยหลายรูปแบบ ทั้ง PRO-4X / PRO-2X / Double cab / King Cab

รุ่นเด่นแนะนำคือ New Pro-4X ขับเคลื่อน 4 ล้อ รูปทรงดุดัน ออกแบบมาเพื่อสายลุยโดยเฉพาะ กระจังหน้าดำด้านขนาดใหญ่ ไฟ LED กันชนหน้าดูบึกบึน ไฟตัดหมอกพร้อมลุยทุกสถานการณ์ เสริมด้วยชุดแต่ง แอคเซนท์สีส้ม-แดง ภายในห้องโดยสาร และเบาะนั่งสีดำดีไซน์สปอร์ต พร้อมโลโก้ PRO-4X

โดย นาวารา ใหม่ มีเครื่องยนต์ 3 แบบได้แก่

- เครื่องยนต์ YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ ทวินเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนนวล ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 450 นิวตัน-เมตร (Nm)

- เครื่องยนต์ YS23DDT ขนาด 2.3 ลิตร 4 สูบ เทอร์โบแปรผันแบบ VGS เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)

- เครื่องยนต์ YD25DDTTi ขนาด 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันแบบ VGS ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า (Ps) และแรงบิด 403 นิวตัน-เมตร (Nm)

ราคาจำหน่าย :

New PRO-4X และ New PRO-2X

PRO-4X 4WD 7AT 1,149,000 บาท

PRO-2X 2WD 7AT 999,000 บาท

Double Cab

4WD VL 7AT 1,129,000 บาท

CALIBRE V 7AT 965,000 บาท

CALIBRE V 6MT 915,000 บาท

CALIBRE E 7AT 899,000 บาท

CALIBRE E 6MT 849,000 บาท

King Cab

CALIBRE V 7AT 859,000 บาท

CALIBRE V 6MT 809,000 บาท

CALIBRE E 7AT 815,000 บาท

CALIBRE E 6MT 765,000 บาท

E 6MT 689,000 บาท

SL 6MT 609,000 บาท

S 6MT 599,000 บาท

**

MG HS PHEV

MG HE PHEV รถเอสยูวี ปลั๊กอินไฮบริด จากค่ายเอ็มจี การออกแบบผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราอย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field ไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่สไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว

NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร ระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds อัตราเร่ง 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที

มี 5 รูปแบบการขับขี่ให้เลือก ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport

แบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการสะสมพลังงานได้มาก สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ราคาจำหน่าย : 1,359,000 บาท

**

Ford

ฟอร์ดเปิดตัว 2 รุ่น ล่าสุด และนำไปจัดแสดงในงานแน่นอน คือ Ford Ranger และ Ford Everest รถกระบะและเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของค่าย

Ford Everest

Ford Everest มีรุ่นย่อยทั้งหมด 5 รุ่นด้วยกัน มีทั้งแบบขับ 4 ล้อ และ ขับ 2 ล้อ ประกอบไปด้วยรุ่น รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร / รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร/ รุ่นไทเทเนี่ยม สปอร์ต เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร / รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร 4x2 / รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4x4

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น มาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ไทเทเนียม พลัส

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ยังคงไว้ซึ่งความเหนือระดับด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ (Advanced-Driving Assist Technology) มาพร้อมการรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

ราคาจำหน่าย :

รุ่นเทรนด์ เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร

ราคา 1,299,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร

ราคา 1,399,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม สปอร์ต เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร

ราคา 1,429,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์เทอร์โบ 2.0 ลิตร 4x2

ราคา 1,599,000 บาท

รุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ 2.0 ลิตร 4x4

ราคา 1,799,000 บาท

Ford Ranger

ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะยอดนิยมของทางค่าย ด้วยรูปลักษณ์ที่บึกบึนและสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมทำให้ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม Ford Ranger มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย คือ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค / ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท ใหม่ / ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ สปอร์ต / ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT 2.2 ลิตร

เครื่องยนต์

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค

เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร พร้อม เทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ (Advanced-Driving Assist Technology) ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น และได้การรับประกันเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังนาน 10 ปี หรือ 150,000 กม

ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท ใหม่

เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร

ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ สปอร์ต

เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร

ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT 2.2 ลิตร

เครื่องยนต์ ดีเซล 2.2 ลิตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร

ราคาจำหน่าย :

ฟอร์ด เรนเจอร์ XL สตรีท

ราคา 669,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ XL+ สปอร์ต

ราคา 689,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ DBL XLT

ราคา 854,000 บาท

ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่น 4x2

ราคาเริ่มต้น 979,000 บาท รุ่น 4x2 เกียร์ ออโต้ ราคา 1,029,000 บาท รุ่น 4x4 ราคา 1,265,000 บาท

**

Mitsubishi Outlander PHEV

Mitsubishi Outlander รถ SUV ระดับตำนานที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนทั่วโลก และการนำเข้ามาขายในไทยครั้งนี้ก็ไม่ได้มาแบบธรรมดา แต่เป็นตัวเสียบปลั๊ก หรือ PHEV ที่เรารู้จักกันดีนั้นเอง

รุ่นนี้คาดการณ์ว่าจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 135 แรงม้า ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัว ทำให้พละกำลังเพิ่มขึ้นไปอีก เป็น SUV ที่กำลังแรงเหลือเฟือ

ด้านการออกแบบ ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ไฟหน้า LED กระจังหน้าสุดแสนดุดัน ออกแบบมาให้ตอบรับกันชนหมือนชิ้นเดียว และที่สำคัญมีไฟตัดหมอกทรงกลมมาด้วย

ส่วนภายในนั้นกว้างขวางตามสไตล์รถ 7 ที่นั่ง ตกแต่งคุมโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า จอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แอร์อัตโนมัติ แยก ซ้าย-ขวา

ราคาคาดการณ์ : 1,300,000 – 1,400,000 บาท

**

New MG EP

MG สร้างปรากฏการณ์ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย และนี่เป็นตัวเลือกที่ถูกต้องของเอ็มจี ในการนำ New MG EP เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เพราะครั้งนี้มาในรูปแบบตัวถังแวกอน 5 ประตู ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังได้รับความนิยม ผนวกกับความเป็นรถไฟฟ้าการนำเข้ามาเปิดตัวที่ Motor Expo ปีนี้ ต้องสร้างสีสันได้ไม่น้อย

แบตเตอรี่ที่มีความจุขนาด 50.3 kWh ทำให้วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง และมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงที่ 163 แรงม้า มีกำลังเพียงพอต่อการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

มิติตัวถัง ยาว 4,540 มม. กว้าง : 1,820 มม. สูง : 1,540 มม.

ด้านการเก็บสัมภาระสามารถจุได้ถึง 578 ลิตร แบบยังไม่ได้พับเบาะแถวสอง แต่หากพับแล้วจะสามารถจุได้ถึง 1,452 ลิตร

ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay พร้อมมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย โดยมีการทำงานผสานกันทั้งระบบ Active และ Passive Safety

ราคาคาดการณ์ : 900,000 – 1,200,000 บาท

**

TOYOTA YARIS GR

โตโยต้า เตรียมเผยโฉมรถขนาดเล็กที่สมรรถนะไม่เล็ก อย่าง Yaris GR และครั้งนี้แปลกใหม่เพราะเป็นรถที่มาจากไลน์ผลิตของ Gazoo Racing สำนักแต่งชั้นนำจากโตโยต้า ซึ่ง Yaris GR คันนี้นั้นเป็นคันที่สองจากสำนักแต่งนี้ต่อจาก GR Supra

สามารถลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ์ในการจองรถยนต์ GR YARIS ได้ก่อนใคร ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.toyota.co.th/gryaris ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2563 เป็นต้นไป โดยจำกัดจำนวนเพียง 70 คัน ภายในปี 2021 เท่านั้น

การออกแบบนั้นเรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูของจริง มองหน้าก็ดุดัน มองหลังก็สุดเท่ ตัวถังสีขาวตัดด้วยสีดำบริเวณชิ้นส่วนต่างๆได้อย่างลงตัว

ด้านเครื่องยนต์เป็น เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร กำลังสูงสุด 272 แรงม้า จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ iMT ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR-FOUR Toyota

มิติตัวถัง ยาว : 3,995 มิลลิเมตร กว้าง : 1,805 มิลลิเมตร สูง : 1,460 มิลลิเมตร

ราคาคาดการณ์ : 3,000,000 บาท

**

Lexus IS/LS/UX300e

เลกซัสตบเท้าเข้าร่วมงาน Motor Expo พร้อมเตรียมเปิดตัวรถใหม่ถึง 3 รุ่นด้วยกัน นั้นก็คือ Lexus IS/LS/UX

Lexus LS

รถซีดานขนาดใหญ่ที่สุดของค่าย ซึ่งการเปิดตัวครั้งนี้จะเป็นการปรับโฉมครั้งแรกในเจนเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้า กันชนหน้า/หลัง สปอยเลอร์ และล้ออัลลอย

ในส่วนเครื่องยนต์นั้นเป็น เครื่องยนต์เบนซิน 3.5 ส่งกำลังสูงสุด 421 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์ 10 สปีด และ มี Paddle Shift บนพวงมาลัย

และยังมีอีกเครื่องยนต์ คือ เบนซิน Hybrid V6 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 299 แรงม้าจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว รุ่น 2NM ให้กำลังถึง 179 แรงม้า ทำงานร่วมกันได้กำลังสูงถึง 359 แรงม้า จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ราคาจำหน่าย :

- LS350 รุ่น Luxury 11,550,000 บาท

- LS500 รุ่น Executive 13,110,000 บาท

- LS500h รุ่น Executive 14,530,000 บาท

Executive Pleat 15,860,000 บาท

Lexus IS

รุ่นนี้ก็เป็นอีกรุ่นที่ทำการแต่งหน้าทาปากใหม่หมดจด ไฟหน้า กระจัง กันชน ล้อ และ ท่อไอเสีย

ภายในมาพร้อมกับจอสัมผัสออกแบบใหม่ขนาด 10.3 นิ้ว รองรับ Apple Car play และ Android Auto และลำโพงจาก Mark Levinson 17 จุด พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้านใหม่

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร 245 แรงม้า ระบบเกียร์ Sport Direct Shift แบบ 8 สปีด รุ่น IS300 เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid ขนาด 2.5 178 แรงม้า มอเตอร์ไฟฟ้า แรงม้าอยู่ที่ 143 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกันม้ารวมสูงถึง 220 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ ECVT

ราคาจำหน่าย :

IS300h รุ่น Luxury 2,690,000 บาท

รุ่น Premium 3,370,000 บาท

รุ่น F-Sport 3,890,000 บาท

Lexus UX 300e

สำหรับ Lexus UX 300e รูปร่างหน้าตาไม่มีปรับเปลี่ยนจาก UX ตัวปกติ แต่ที่เปลี่ยนคือเครื่องยนต์เพราะคันนี้เป็นไฟฟ้าล้วน

แบตเตอรี่แบบ lithium-ion ขนาด 54.3 kWh กำลังสูงสุด 201 แรงม้า แรงบิด 300 นิวตันเมตร สามารถวิ่งได้ไกลกว่า 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

ราคาจำหน่าย : 3,490,000 บาท

**

All New KIA Carnival

All-New Grand carnival เจนเนอเรชั่นที่ 4 ออกมาสู่สายตาสาธารณะชน โดยการออกแบบนั้นมีดีไซน์ที่ดูเป็น SUV มากยิ่งขึ้น โดยทาง Kia กล่าวว่า รถคันนี้นั้นอยู่ภายใต้แนวคิดการออกแบบ Grand Utility Vehicle หรือ GUV ให้ความรู้สึกถึงความหรูหรา ทันสมัย และมีความเป็น SUV มากขึ้น

ขนาดของ All-New Grand carnival 2021 ด้านหน้าสั้นลงเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน และการขับขี่ภายในเมือง มีการขยับเสาเอ ออกมาอีกเล็กน้อย ทำให้ตัวรถมีขนาดยาวขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในตัวรถ

การออกแบบกระจังหน้าแบบ Tiger Nose ลวยลายสวยงามเป็นอย่างมาก ไฟหน้าถูกปรับให้มีขนาดเล็กลงพร้อมทั้งมีการออกแบบให้ไฟและกระจังให้คล้ายเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้านท้ายของรถนั้นมีความดุดันมากยิ่งขึ้น

ภายในออกแบบได้อย่างหรูหรา กว้างขวาง นั่งสบาย พร้อมสอดแทรกสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เอาไว้ สมกับเป็นรถตู้ VIP อย่างยิ่ง

เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 เทอร์โบ VGT กำลังสูงสุด 202 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8

ราคาจำหน่าย :

Diesel 2.2 Turbo EX 2,144,000 บาท

Diesel 2.2 Turbo SXL 2,459,000 บาท

**

Volvo

Volvo XC40 Recharge T5 (Plug-in Hybrid)

Volvo XC40 Recharge T5 (Plug-in Hybrid) SUV 5 ประตู แบบเสียบปลั๊กจากฝั่งยุโรป มีการออกแบบที่เยี่ยมยอด ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวเป็นอย่างมาก ด้านการออกแบบภายในนั้นออกแบบได้อย่างเรียบหรู บริเวณคอนโซลได้ทำการออกแบบให้ทุกอย่างเป็นชิ้นเดียวกัน

เครื่องยนต์เป็นเครื่องเบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร พ่วง Turbocharge พละกำลัง 180 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พละกำลัง 82 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ได้พละกำลังรวมสูงสุด 262 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ

ราคาคาดการณ์ : 2,000,000 - 2,500,000 บาท

Volvo S90 Recharge T8 AWD Inscription

รถซีดานสุดหรูจากค่ายวอลโว่ที่มาในรูปแบบของรถ Plug-in Hybrid ซึ่งสามารถการันตีความประหยัดแต่ก็ยังไม่ทิ้งความทรงพลังของเครื่องยนต์ไป

โดยเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องเบนซินขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ พร้อม ซุปเปอร์ ชาร์จ กำลังสูงสุด 320 แรงม้า มื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมพละกำลังสูงสุด 407 แรงม้า สำหรับการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนนั้น วิ่งได้ไกลถึง 49 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ราคาคาดการณ์ : 3,290,000 บาท

**

BMW

บีเอ็มดับเบิลยู ยกทัพรถเด่นร่วมงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมเปิดตัว 2 รุ่น 220i Gran Coupe M Sport / X1 ใหม่ และเราอาจจะได้พบเจอกับ BMW Series 4 รุ่นใหม่ในงานด้วย

BMW 220i Gran Coupe M Sport ใหม่

การออกแบบเป็นไปตามรูปแบบของ BMW ที่ผสมผสานระหว่างความทันสมัยและความเรียบหรู ไฟหน้าและไฟตัดหมอกเป็น LED ชุดตกแต่ง M Aerodynamic พร้อมหลังคาซันรูฟ ภายในใส่เบาะนั่งสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยหุ้มหนัง M Sport ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ 2 โซน พร้อมฟังก์ชั่นช่วยจัดเก็บสัมภาระ

เครื่องยนต์

เบนซิน 4 สูบ เทคโนโลยี BMW Twin Power Turbo 1,998 CC. แรงม้าสูงสุด 192 แรงม้า 5,000-5,500 รอบต่อนาที ความเร็วสูงสุด 238 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง อัตราเร่ง 0-100 ใน 7.1 วินาที เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ แบบ Steptronic พร้อมคลัตช์คู่

มิติตัวถัง กว้าง : 1,800 มิลิเมตร ยาว : 4,526 มิลิเมตร สูง : 1,420 มิลิเมตร

ราคาจำหน่าย : 2,1xx,xxx บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X1 ใหม่

BMW X1 ใหม่ นั้นมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกัน แต่ละรุ่นนั้นรูปร่างหน้าตาคล้ายกัน แต่แตกต่างกันที่ออฟชั่นที่ได้มา รวมถึงราคาด้วย

การออกแบบกระจังหน้ามีขนาดใหญ่ ไฟหน้า LED กันชนและไฟตัดหมอกออกแบบให้อยู่ในชิ้นเดียวกัน พร้อมล้ออัลลอยลาย Double-spoke ภายในคุมโทนสีดำ ตกแต่งโครเมี่ยม และไม้ลาย oak grain พวงมาลัย M Sport และ เบาะนั่งแบบสปอร์ต

เครื่องยนต์

X1 sDrive18i (Iconic)

เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ส่งพละกำลังสูงสุด 103 กิโลวัตต์/140 แรงม้า ที่ 4,600-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,480-4,200 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 7 จังหวะ คลัทช์คู่ ส่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในเวลา 9.7 วินาที สู่ความเร็วสูงสุด 205 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

X1 sDrive20d xLine / X1 sDrive20d M Sport

ขุมพลังดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/190 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจากหยุดนิ่งถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.9 วินาที ก่อนมุ่งสู่ความเร็วสูงสุดที่ 222 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยในรุ่น xLine มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะ และในรุ่น M Sport มาพร้อมเกียร์ Steptronic อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต

มิติตัวถัง กว้าง : 1,821 มิลิเมตร ยาว : 4,447 มิลิเมตร สูง : 1,598 มิลิเมตร

BMW X1 sDrive18i (Iconic) ใหม่
ราคาจำหน่าย: 1,9xx,xxx บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X1 sDrive20d xLine ใหม่
ราคาจำหน่าย: 2,3xx,xxx บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW X1 sDrive20d M Sport ใหม่
ราคาจำหน่าย: 2,5xx,xxx บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)

BMW 430i Coupe M Sport ใหม่

BMW 430i Coupe M Sport ใหม่ รถรุ่นใหม่จากตระกูล Series 4 มาพร้อมกับ เครื่องยนต์ เบนซิน 4 สูบแถวเรียง พร้อมเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo รุ่นใหม่ และเทคโนโลยี Mild Hybrid ส่งพละกำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,550 และ 4,400 รอบต่อนาที จาก 0-100 ได้ภายใน 5.8 วินาที ระบบท่อไอเสีย M Sport ชุดเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

ด้านการออกแบบนั้นคงไม่ต้องพูดให้มากความ เพราะรถคันนี้นั้นมีความสปอร์ต เรียบหรู และล้ำโลก อย่างไม่เหมือนใคร กระจังหน้าขนาดใหญ่สีดำตัดโครเมียม เด่นชัด ไฟหน้าเรียวยาว พร้อมไฟตัดหมอก ทำให้รถคันนี้เป็นที่หมายปองของคนทั่วโลก

ราคาจำหน่าย : 3,969,000 บาท

**

Mercedes-Benz

ภายในงาน Motor Expo คาดว่าเราจะได้เจอสองรุ่นใหม่ของค่ายนี้ในงาน นั้นก็คือ Mercedes-Benz A200 และ GLA 200

The new Mercedes-Benz GLA 200

นี่คือรถ Compact SUV จากค่าย Mercedes-Benz การออกแบบโดดเด่น หากเทียบกับตัวก่อนตัวถังมีการปรับให้หน้าและหลังสั้นลง และแน่นอนว่าด้วยความเป็น AMG ความสปอร์ตเต็มเปี่ยมแน่นอน ด้านการออกแบบภายใน ห้องโดยสารกว้างขึ้น โดยสารสะดวกสบาย ตกแต่งภายในแบบ AMG Interior Package สร้างความโฉบเฉี่ยวถึงที่สุด พร้อมทั้งปรับสีห้องโดยสารได้ถึง 64 สี

ราคาจำหน่าย : 2,399,000 บาท

A 200 AMG DYNAMIC

A 200 PROGRESSIVE

Mercedes-Benz A 200

รุ่นนี้นั้นมาพร้อมกัน 2 รุ่นย่อย นั้นก็คือ A 200 Progressive และ A 200 AMG Dynamic สิ่งที่ทั้งสองรุ่นต่างกันอย่างเห็นได้ชัดคือชุดแต่ง ซึ่งทาง A 200 AMG Dynamic นั้นจะมีชุดแต่งของ AMG รอบคัน เช่น Progressive body styling (กันชนหน้า - หลัง) / AMG body styling (กันชนหน้า - หลัง) /กระจังหน้า diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ / ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18"

ส่วนเครื่องยนต์นั้นเป็นเครื่องเบนซิน 1.3 ลิตร แบบแถวเรียง 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ เทอร์โบ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ แรงม้าสูงสุด 120 แรงม้า 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสถด 250 นิวตันเมตร ที่ 1,620-4,000 รอบ ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 ภายใน 8.1 วินาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ 7G-DCT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ราคาจำหน่าย :

A 200 PROGRESSIVE 1.99 ล้านบาท

A 200 AMG DYNAMIC DCT 2.15 ล้านบาท

**

และนี่ก็คือบรรดารถยนต์รุ่นเด่นรุ่นใหม่ ทั้งที่ได้เปิดตัวไปแล้วก่อนเริ่มงานไม่กี่วัน และที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน ซึ่งคุณจะได้เห็นตัวเป็นๆ อย่างแน่นอน

งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 37 หรือ Motor Expo 2020 จัดตั้งแต่วันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ณ IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี