ปี2564มาแน่! มาสด้าเตรียมส่งรถเด่นสู้ศึกทุก Segment พร้อมเปิดตัว BT-50 ใหม่ 21 มกราคมนี้

แม้จะโดนพิษโควิด-19 แต่มาสด้าก็จบปี 2563 ได้อย่างสวยงาม กวาดยอดขายทั่วประเทศไปกว่า 4 หมื่นคัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 5% โดย Mazda 2 กวาดยอดจำหน่ายสูงสุด ส่วนปี 64 มาสด้าพร้อมส่งรถลุยทุก Segment ประเดิมรุ่นแรกด้วย BT-50 ใหม่ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 มกราคม นี้ ตั้งเป้าจบปีด้วยยอดขาย 5 หมื่นคัน สูงกว่าเดิม 30%

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2563 นับเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่ง โดยมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่เข้ามากระทบ โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของโคโรน่าไวรัสถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปี จึงทำให้อุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยต้องหยุดชะงัก แต่ด้วยมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของภาครัฐ และความร่วมแรงร่วมใจกันของพี่น้องชาวไทย จึงทำให้ธุรกิจต่างๆ ค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นและเดินหน้าต่อไปได้ในช่วงปลายปี จึงทำให้ตัวเลขที่เกิดขึ้นดีกว่าที่คาดการณ์ไว้”

ต้นปี 2563 มาสด้าตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 5 หมื่นคัน แต่เมื่อคาดเดาจากสถานการณ์ และยังเกิดการล๊อกดาวน์ประเทศ มาสด้าจึงกำหนดยอดขายใหม่ที่ 4.5 หมื่นคัน สุดท้ายสิ้นปีสามารถคว้ายอดขายรวมมาได้ที่ 39,266 คัน หรือลดลงประมาณ 32% แม้จะไม่บรรลุเป้าที่ตั้งไว้แต่ก็เติบโตที่สุดในภูมิภาคอาเซียน โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งจำนวน 24,839 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวี 11,716 คัน รถปิกอัพ 2,711 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 5%

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้า ประจำปี 2563 เปรียบเทียบกับปี 2562

ข้อมูลการขายรถ

มกราคม – ธันวาคม 2562

มกราคม – ธันวาคม 2563

% เปลี่ยนแปลง

มาสด้า2

41,987

21,789

- 48%

มาสด้า3

4,717

3,041

- 36%

มาสด้า CX-3

1,971

2,229

+ 7%

มาสด้า CX-30

-

5,725

n/a

มาสด้า CX-5

3,020

1,623

- 46%

มาสด้า CX-8

745

2,139

+ 187%

มาสด้า BT-50 PRO

5,664

2,711

- 52%

มาสด้า MX-5

25

9

- 64%

ยอดรวม

58,129

39,266

- 32%

 

 

และในปี 2564 นี้ มาสด้าตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 6% ต้องการยอดขาย 5 หมื่นคัน แต่ทั้งนี้แล้วก็ยังคงต้องจับตามองว่าการระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 จะส่งผลมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่นอนในปีหน้าเราจะได้เห็นรถใหม่จากมาสด้าในทุก Segment เพราะทางมาสด้าเล็งเสริมแกร่งบุกตะลุยทุกตลาด และยังเตรียมนำยอดรถกระบะของค่ายอย่าง BT-50 เข้ามาจำหน่ายในไทยอีกด้วย

“ในปีนี้ เราจะยังคงเดินหน้าสื่อสารเรื่องวิสัยทัศน์ Sustainable zoom-zoom 2030 คือ การแก้ปัญหาที่ต้องเผชิญ เพื่อให้โลกของเรายังคงสวยงาม เพื่อผู้คน และสังคมให้น่าอยู่ตลอดไป โดยยังคงเน้นเรื่อง “ความสนุกในการขับขี่” พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการขายและการบริการ ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นพรีเมียม แบรนด์ที่ส่งมอบคุณค่าและการบริการที่เป็นเลิศให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย” นายชาญชัย กล่าว

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านการตลาดว่า ปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะรถยนต์ทุกรุ่นที่เปิดตัวล้วนได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมในทุกรุ่น ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรกจะไม่มีรถใหม่ลงตลาด และยังเป็นช่วงที่ต้องจำหน่ายรถรุ่นเก่าก่อน ซึ่งถือเป็นช่วงที่ยากลำบาก แต่ทั้งนี้แล้วในปี 2564 เราจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง พร้อมให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

นายธีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับมาสด้าสิ่งสำคัญที่ผลักดันให้เราก้าวมาถึงจุดนี้ได้ คือการพัฒนา ไม่ใช่การขาย หลังจากนี้เราจึงอยากให้ความสำคัญกับการทำตลาดมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการบริการหลังการขาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และดึงดูดลูกค้ารายใหม่ให้หันมาใช้รถของเรา ซึ่งในปีนี้ มาสด้าได้ตั้งยอดขายไว้ที่ 50,000 คัน ซึ่งไม่ใช่ยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่นั่นคือ การตั้งเป้าให้ทีมงานมาสด้าทั้งหมดต้องยกระดับและพัฒนาตนเองให้ก้าวไปสู่จุดนั้นให้ได้”

“ทั้งหมดนี้คือแนวทางในการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปี 2564 และผมต้องขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตร และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนมาสด้ามาโดยตลอด และมาสด้าให้คำมั่นสัญญาว่าจะเดินหน้าส่งมอบรถยนต์ที่เป็นที่ต้องการของลูกค้า โดยคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นที่ตั้ง ตลอดไป” นายธีร์ กล่าวเสริม