MG HS PHEV เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของเอ็มจี เปิดตัวด้วยราคา 1,359,000 บาท

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ SUV และรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว NEW MG HS PHEV ชูแนวคิด REFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูล ขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร

มร. จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีก้าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องเผชิญกับการตั้งคำถามและความท้าทายมากมาย ทั้งนี้ จากความทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พร้อมเป้าหมายให้รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นจะต้องตอบสนองความต้องการที่แท้จริง และสามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าด้วยการนำเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของตลาดรถยนต์ระดับโลกมาไว้ในรถยนต์เอ็มจี ทำให้เอ็มจีสามารถยืนหยัดในประเทศไทยได้อย่างมั่นคงและได้รับการยอมรับในวงกว้าง โดยมีผู้บริโภคที่ชื่นชอบแบรนด์และรถยนต์เอ็มจีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอ็มจียังคงเดินหน้าผลักดันผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยยึดมั่นใน 3 องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของเอ็มจี ได้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) แฟชั่น (Fashion) และความคุ้มค่า (Value for money) พร้อมไปกับการยกระดับการให้บริการที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทย และต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รถยนต์คันที่ 100,000 ได้ผลิตออกจากโรงงานของเรา ซึ่งก็คือ NEW MG HS PHEV ที่เปิดตัวในวันนี้ ถือเป็นรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบที่สี่ต่อจากเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล และรถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย”

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบรวมไปถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการขับขี่ที่มาพร้อมความคุ้มค่าทำให้รถยนต์เอ็มจี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคชาวไทย และสามารถก้าวขึ้น มาเป็นผู้นำกลุ่มรถ SUV ได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน สำหรับ NEW MG HS PHEV เป็นโมเดลรุ่นล่าสุดที่เราภาคภูมิใจ โดยมาพร้อมแนวคิด REFINEMENT” ซึ่งต่อยอดความโดดเด่นจาก MG HS โดยการเพิ่มความเหนือระดับ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมจากเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบ Plug-in Hybrid พร้อมการออกแบบที่สวยงามลงตัวและการติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อให้เป็นรถที่เหมาะสมและคู่ควรกับผู้ที่ต้องการความหรูหราเหนือระดับและเทคโนโลยีขั้นสูง”

NEW MG HS PHEV “REFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิตรถ SUV รุ่นล่าสุดของเอ็มจี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานพลังสุดยอดแห่งระบบขับเคลื่อน 2 ระบบเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพิ่มขีดสุดให้สมรรถนะในการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยขั้นสูง ครบครันด้วยองค์ประกอบการดีไซน์ที่โดดเด่น ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic ที่ผสานทั้ง สมรรถนะ (Performance) การควบคุม (Handling) การออกแบบ (Design) และความปลอดภัย (Safety) ได้อย่างลงตัว

ขุมพลังระบบปลั๊กอินไฮบริด

NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid

ขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร

มอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร

ระบบเกียร์แบบ EDU II – 10 Speeds

อัตราเร่ง 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที

มี 5 รูปแบบการขับขี่ให้เลือก ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport

แบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล มีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการสะสมพลังงานได้มาก สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

เทคโนโลยีในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Design ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้ดียิ่งขึ้น

ระบบระบายความร้อนแบบ Coolant ซึ่งดีกว่าระบบระบายความร้อนแบบปกติ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

แบตเตอรี่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น

มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ

NEW MG HS PHEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่ 65 กิโลเมตรต่อลิตร* และมีการปล่อยค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกิโลเมตร

*อ้างอิงข้อมูลจาก Eco Sticker

ระบบกันสะเทือนของช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut

ช่วงล่างหลังแบบ Multi-link พร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ลักษณะภายนอก

NEW MG HS PHEV มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ที่ยกระดับพื้นฐานมาจากรถยนต์ C-SUV ยอดนิยมอย่าง “MG HS” ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว มีการใช้เส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line

กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field

ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ

ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights)

ไฟท้าย LED Space Light Field

ไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่สไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว

ภายในห้องโดยสาร

NEW MG HS PHEV ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue วัสดุ Soft Touch

เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara

เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง

เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก

หลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา

จอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว

จอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว

ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System

Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ

ระบบกรองอากาศ PM 2.5

ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start

ฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า

i-SMART: รู้ใจกว่าที่คิด

NEW MG HS PHEV มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน เทคโนโลยี AI ที่สามารถตอบโจทย์ผู้ขับขี่ด้วย

Smart Command ที่สามารถสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน

Emergency Call ระบบโทรหาคนสำคัญอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน

Smart Connect เชื่อมต่อโลกออนไลน์อย่างชาญฉลาด สามารถเลือกฟังเพลงได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และสตรีมมิ่ง ระบบค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมนำทางและรายงานการจราจรแบบ Real Time รวมทั้งการอ่านข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้อย่างทันเหตุการณ์ และยังสามารถอัพเกรดระบบได้เองผ่านช่องทางออนไลน์

Smart Check ระบบ Charging Management ในการตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่ การชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ และการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้า รวมถึงการตรวจสอบสถานะรถยนต์และเตือนเมื่อมีสถานะผิดปกติ

Find My Car สั่งการล็อคหรือปลดล็อคประตูรถ ค้นหารถ

Passion Service การบริการของเอ็มจี ช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

 

เทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน

ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Full Space Frame) ระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรก และช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ จำนวน 14 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11 ระบบ

สำหรับระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ถือเป็นระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ระดับที่ 2 (Partial Automation) โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังนี้

กลุ่มระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)

กลุ่มระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System)

  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)

กลุ่มระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist)

  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)

นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ

จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX

ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock)

เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ

ถุงลมนิรภัย 6 จุด

กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor)

ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

NEW MG HS PHEV มีสีตัวถังทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ

ราคา 1,359,000 บาท

มาพร้อมการรับประกันที่ทำให้ทุกท่านมีความอุ่นใจตลอดการใช้งาน

  • การรับประกันแบตเตอรี่ในระบบ PHEV แบบไม่จำกัดระยะทาง ตลอดระยะเวลา 8 ปี
  • การรับประกันคุณภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กม.

พิเศษ!! สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถภายในสิ้นปีนี้ จะได้รับ

  • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
  • ชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟในบ้านหรือ MG Home Charger พร้อมค่าติดตั้ง
  • ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี หรือ 100,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

 

Hashtag #NEWMGHSPHEV #MGThailand #MGCarsTH #PassionDri