Audi A6 Avant ใหม่ เพิ่มทางเลือกในราคา 4.999 ล้านบาท

 

  

อาวดี้ ประเทศไทย  เพิ่มดีกรีความร้อนแรงและความคึกคักให้ตลาดรถยนต์หรู เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดอีกหนึ่งรุ่นเข้าสู่ตลาด “The new Audi A6 Avant”  เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่รอคอยการมาของยนตรกรรมที่มีดีไซน์ล้ำสมัย สะกดใจ และมีความลงตัวเหนือระดับทุกมิติ ทั้งความหรูหรา ปราดเปรียว สปอร์ต อัจฉริยะ สมรรถนะสูง  สะดวกสบาย และตอบสนองทุกการเดินทางอย่างยอดเยี่ยม

The new Audi  A6  Avant  เป็นยนตรกรรมแบบ Avant ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของ Audi ที่ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรป นับเป็นยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ เป็นรถที่ขับสนุกทุกสภาพถนน แฝงด้วยความหรูหรา  ความสะดวกสบายทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางท่องเที่ยว หรือกิจกรรมสันทนาการ  

The new  Audi  A6  Avant  ได้รับการออกแบบภายนอก ให้โดดเด่น สวยงาม  สะท้อนถึงความเป็นดีเอ็นเอของ Audi   และเป็นการออกแบบแบบยุคใหม่ที่ก้าวล้ำนำสมัยทุกมิติ   ดูมีพลัง ด้วยเส้นสายแนวนอนทำให้รถดูมีความเคลื่อนไหวพร้อมตอบสนองการขับขี่ทุกเวลา ให้ความรู้สึกหรูหรา ไปพร้อมๆ กับอารมณ์สปอร์ต  และมีสมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมให้ประสบการณ์ความมั่นใจดีเยี่ยม ภายใต้เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพัฒนาล่าสุดแบบ quattro with ultra technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนที่สามารถเปลี่ยนการขับในโหมด 4 ล้อ หรือ 2 ล้อ ภายในเสี้ยววินาที ทั้งเกาะถนน และช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

ขุมพลัง ใน  Audi A6  Avant  ใหม่  มาพร้อมทุกด้านทั้งพละกำลัง ความนุ่มนวล ความประหยัด และการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี Mild Hybrid (MHEV) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 ขนาด 3.0 ลิตร กับระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ ให้กำลังสูงสุด  340 แรงม้า และอัตราเร่งที่เร้าใจ 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 5.3 วินาที    

ภายในห้องโดยสาร Audi A6 Avant  ใหม่ ถูกออกแบบให้เป็นไปตามแนวคิดใหม่ New Audi design language”  ซึ่งนอกจากความสวยงาม โฉบเฉี่ยว สปอร์ต  พื้นที่กว้างขวาง และหรูหราแล้ว ยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานของลูกค้า เช่น จอมัลติฟังก์ชันแบบสัมผัสขนาด 10.0 นิ้ว และมาพร้อมระบบ MMI Navigation Plus ส่วนจอขนาด 8.6 นิ้วด้านล่าง ใช้สำหรับควบคุมระบบปรับอากาศ แบบแยกอิสระ 4 โซน เพิ่มความพึงพอใจให้กับทุกที่นั่งในทุกการเดินทาง และยังเพิ่มความสุนทรีย์ ความเพลิดเพลินในการเดินทาง ด้วยระบบเสียง 3 มิติ คุณภาพสูงจากเครื่องเสียง Bang & Olufsen ที่โด่งดัง และได้รับการยอมรับไปทั่วโลก

Audi  A6  Avant  ใหม่  มาพร้อมกับระบบไฟหน้าแบบ Matrix LED ช่วยให้การส่องสว่างสอดคล้องกับสภาพเส้นทาง ลดการรบกวนสายตาผู้ใช้รถคันอื่นอัตโนมัติ แต่ส่องสว่างในพื้นที่อื่นๆ ด้านหน้า ได้ไกล ช่วยให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยในการมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นในช่วงค่ำคืน  เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางได้มากขึ้น

สำหรับ “The new A6 Avant  55  TFSI quattro S line” ที่อาวดี้ประเทศไทยนำเข้ามาจำหน่าย  ยังได้รับการออกแบบให้มีความหรูหรา โฉบเฉี่ยว  ล้ำสมัย   ด้วยหลังคาแบบพาโนรามิค ที่ใช้งานสะดวกด้วยการควบคุมการเปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า และยังถูกเสริมความดุดัน สวยงาม และอารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยชุดแต่งแบบ  S line  เช่น กันชนหน้า กันชนหลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว  ภายในเพิ่มความหรูหรา ด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังคุณภาพสูง Valcona ทรง S sports ตกแต่งแบบ diamond cut พร้อมสัญลักษณ์ S line และพวงมาลัยแบบสปอร์ต 3  ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ หรือมัลติฟังก์ชัน

โครงสร้างตัวถังภายนอกของ The new A6 Avant มีความยาว 4,939 มม. กว้าง 1,886  มม. สูง 1,467 มม. บวกกับการออกแบบอย่างละเอียดในส่วนต่างๆ ทำให้มีพื้นที่ในห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ส่งผลให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมีความสะดวกสบายเมื่ออยู่ในรถ ไม่อึดอัด เมื่อยล้า เช่น พื้นที่วางขาที่มากกว่า ช่วยให้การเดินทางไม่ว่าจะใกล้ หรือไกล มีความรื่นรมย์มากขึ้น ขณะที่พื้นที่การบรรทุกสัมภาระกว้างขวางรองรับปริมาณกระเป๋าเดินทาง อุปกรณ์กีฬา และเครื่องใช้ต่างๆ ได้มากถึง 565  ลิตร และเพิ่มได้เป็น 1,680 ลิตร หากพับเบาะนั่งแถวหลังลง ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ หรือมีความยาวเป็นพิเศษได้ ทั้งนี้อาวดี้ ออกแบบให้เบาะนั่งแถวหลังพับได้แบบ 40:20:40 ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ทั้งแบบโดยสาร หรือแบบบรรทุกสัมภาระ ซึ่งสามารถพับได้ราบเรียบ ช่วยให้การขนสัมภาระขึ้นลงทำได้ง่ายขึ้น และสำหรับพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลัง ยังมีแผ่นบังที่ออกแบบให้ทำงานได้ทั้งการเลื่อนเปิด-ปิด อัตโนมัติ หรือจะควบคุมเองก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ฝาท้ายรถเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า ควบคุมด้วยเซ็นเซอร์ เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ขับขี่

The new A6  Avant ยังถูกออกแบบให้ภายในห้องโดยสารเงียบเป็นพิเศษ จึงเป็นรถที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเดินทางไกล หรือการที่ต้องอยู่ในรถเป็นเวลานาน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้มี Aerodynamics ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศเพียง 0.27 ทำให้ลดเสียงปะทะของลม และยังช่วยให้ประหยัดน้ำมัน รวมถึงมีการยึดเกาะถนนที่ดีอีกด้วย  ขณะที่ระบบควบคุมการทำงานต่างๆ มีความล้ำสมัย ใช้งานง่าย สะดวกสบายสุดๆ